DIY RTK Base Station (survey-grade) รุ่น V3.21 ด้วย Raspberry Pi 2B + UM980 เมื่อคุณปู่กลับมาเป็นฮีโร่ ตอนที่ 4

จุดเริ่มต้นของ RTKBase/RPi3B+

เรื่องราวเริ่มจากความต้องการมี RTK Base Station จะเอามาเชื่อมต่อกับ Onocoy เงินคริปโตเล่นๆ ก่อนหน้านี้ผมทำชุด RTKBase ด้วย OPZ3 V3.2 ด้วยการสนับสนุนจากสปอนเซอร์เจ้าประจำ ช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา ได้พบ UM980 (รุ่นที่มีหัวต่อ JST หนึ่งหัว) ในราคาถูกมากจากแหล่งขายของจีนอาลีเอ็กเพรสราคา 2500 บาท ผมตัดสินใจซื้อทันที!

แต่ปัญหาคือไม่สามารถซื้อ OPZ3 เพิ่มได้ เนื่องจากผลพวงของแรมขาดตลาด ทำให้ราคา Orange Pi Zero 3 (OPZ3) ถีบราคาสูงไปกว่าปกติมากกว่าเท่าตัว จึงต้องหาทางเลือกอื่นๆ

กลับไปเปิดกล่องเก็บของพบ Raspberry Pi 3B+ ที่เก็บไว้นาน เช่นเคยจึงขอความช่วยเหลือจากคุณคล็อด ในการโคลน RTKBase V3 จาก OPZ3 มาลงบน RPi3B+ + UM980 ตั้งรุ่นว่า V3.1 เพราะต้องการทำเล่นๆรอตัว OPZ3 เผื่อจะซื้อได้ ผลลัพธ์คือ V3.1 เกิดขึ้นได้เกือบสำเร็จ! แต่ต้องมามีเหตุการณ์ก่อน เดี๋ยวจะเล่าในลำดับต่อไป

วันที่คุณลุงจากไป และแกะคุณปู่ออกมาจากกล่องเก็บของ

เนื่องจาก UM980 รุ่นนี้มีช่องต่อ JST เพียงช่องเดียวจึงได้พอร์ตอนุกรมมาหนึ่งช่อง ในขณะที่ต้องการเขียนข้อมูลรังวัดสแตติกต้องการพอร์ตอนุกรมอีกช่องเพื่ออ่านเขียนข้อมูล ผมเลยบัดกรีพอร์ตอนุกรมจากรูกลมๆที่ UM980 เตรียมมาให้ แต่เนื่องจากปัญหาสายไฟที่บัดกรีไปที่รูตรงๆ เกิดขาด ผมพยายามใช้ความร้อนเพื่อเอาสายออก โชคไม่ดีความร้อนเกินทำให้รูสองรูนี้เกิดความเสียหาย ลายปริ๊นท์ทองแดงขาด สรุปแล้วพอร์ตที่สองใช้ไม่ได้

ก็ปรึกษากับคุณคล็อดเอไอ ได้ความว่าช่อง USB-C ที่เอาไว้สำหรับต่อกับคอมพิวเตอร์สามารถใช้ส่งข้อมูลได้ แต่ด้วยที่ผมขาดความระมัดระวัง เกิดความผิดพลาดเพียงชั่วขณะ คือต่อสาย USB-C เข้า UM980 จาก USB-A ของ RPI3b ขณะที่สาย JST ยังจ่ายไฟ 5V จาก RPI3B อยู่ ผลลัพธ์คือ 5V ชนกันสองเส้น RPi3B+ ดับสนิทในทันทีทดสอบหลายอย่างแล้วคุณลุงก็ไม่ฟื้นสรุปแล้วคุณลุง RPi3B จากไปก่อนเวลาอันควร

วิธีการที่ถูกต้องคือสาย USB-C ต่อกับ USB-A นั้นจะต้องดัดแปลงก่อนคือปอกเปลือกหุ้มแล้วตัดสายไฟสีแดง 5V ออกก่อน ตามรูปด้านล่าง

ระหว่างรอ OPZ3 ใหม่จากอาลีเอ็กเพรส ผมได้เปิดลิ้นชักและพบคุณปู่ Raspberry Pi 2 Model B ที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2014 บอร์ดอายุ 12 ปี เก็บสะสมไว้โดยไม่ได้ใช้งานนานมาก คุณปู่ RPi2B จึงได้ออกมาทำหน้าที่แทนคุณลุง RPi3B+! ขณะแรกต้องการลองเล่นๆเพราะคาดว่า RPi2B มันคงจะช้าเป็นเต่าคลาน ไม่ได้คาดหวังอะไรทั้งสิ้น


วัดช่วงชก

SpecRPi2BRPi3B+OPZ3
RoleRTKBase V3.21Dead 💀RTKBase V3.2
CPUBCM2836 ARMv7 4-core 900MHzBCM2837B0 ARMv8 4-core 1.4GHzAllwinner H618 ARMv8 4-core 1.5GHz
RAM1GB1GB1.5GB
OSBookworm (32-bit)Armbian Noble (64-bit)Armbian Noble (64-bit)
Released201420182023
Age~12 years~8 years~2 years
Boot time1min 8s ✅N/A1min 9s ✅
CPU Temp~50°C ✅N/A~55°C
GPIO40 pins40 pins26 pins
USB4x USB24x USB23x USB2
WiFiNone (dongle)Built-inBuilt-in
Ethernet100Mbps300Mbps100Mbps
Price~300฿-500฿ (Refurbish)~2500฿(New)~1,200฿ (New)
Fan neededYes (52°C ON)YesYes (55°C ON)
LED after shutdownOFF ✅N/AGlowing ❌

ความท้าทาย Bookworm แตกต่างจาก Armbian Noble มาก

สำหรับคุณปู่ไม่สามารถใช้กับอาร์มเบี้ยนโอเอสได้เนื่องจากตกรุ่น อาร์มเบียนสนับสนุน Raspberry Pi รุ่น 3B ขึ้นไป ที่สามารถใช้ได้คือ Raspberry PI โอเอสต้นตำรับที่พัฒนาจากบุ๊คเวิร์มที่เป็นลีนุกซ์สายพันธุ์เดเบียน ใช้ได้กับ Raspberry Pi ทุกรุ่น

อาร์มเบียนโอเอส (Armbian) มีพื้นฐานจากอูบุ้นตู้ (Ubuntu) โดยที่อูบุนตู้ก็มีพื้นฐานจากเดเบียนอีกที ถ้านับญาติแล้วก็คงจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน

เนื่องจากโครงการผมต่อยอดจากคุณสเตฟาล Stefal/RTKBase ที่โครงการรันบนอาร์มเบียนโอเอส ถ้านับญาติกันแบบนี้มีโอกาสที่ RTKBase จะรันบน Raspberry Pi บุ๊คเวิร์มได้ ผมจึงลองดูแต่ก็มีความลังเลอยู่มาก

แก้ไขโค้ดเพื่อทำงานกับบุ๊คเวิร์ม

การย้ายจาก Armbian Noble (OPZ3) มาสู่ Raspberry Pi OS Bookworm มีความยากเหมือนที่คาดคิดไว้ เจอปัญหาต้องแก้หลายจุดมาก เอาตัวรอดได้เพราะคุณคล็อดเอไอคล่องแคล่ว อาจจะลองผิดลองถูกหลายครั้งก็ไม่ได้หนักหนาอะไร ที่หนักหนากว่าอันอื่นคือข้อมูลดาวเทียมที่เป็น NMEA + RTCM3 จัดการและจองใช้โดยเซอร์วิสชื่อ str2str (เป็นเซอร์วิสหลักของ RTKBase) ที่ข้อมูลผ่านพอร์ตยูอาร์ทลักษณะเป็น exclusive access ไม่แบ่งให้ใครใช้ด้วย พอผมจะแบ่งข้อมูลมาแสดงผลบนเวบเพื่อแสดงกราฟแท่งปรากฎว่าไม่ได้ ผิดกับ OPZ3 ที่ข้อมูลถูกแชร์มาได้ ทำให้ว้าวุ่นแก้ปัญหาตัวนี้หลายชั่วโมงทีเดียว คุณคล็อดบอกผมว่าการจองข้อมูลหรือแชร์ข้อมูลนั้นถูกออกแบบมาตั้งแต่ระดับไดรเวอร์

ดัดแปลงสายข้อมูล

จุดที่สำคัญอีกจุดหนึ่งที่ผมพลาดมาก่อนคือใช้สายที่ไม่มีการดัดแปลงมาใช้ การดัดแปลงสาย USB-C/USB-A ผมใช้วิธีการตัดสาย แล้วปอกเปลือกหุ้มอออกจะเห็นสายเล็กๆสี่เส้น ขาว เขียว แดง (5V) และดำ (GND) ถ้าเป็นสายมาตรฐานสีแดงจะนำกระแสไฟตรง 5V ส่วนสีดำจะเป็นกราวด์ให้ตัดสีแดงทิ้ง แล้วทำการบัดกรีและต่อเส้นที่เหลืออีกสามเส้นใหม่ แล้วใช้ท่อหดปิดผนึกไว้ ไม่สวยแต่ใช้งานได้ นำไปต่อ USB-A ที่ RPi2b และนำอีกด้าน USB type C ต่อที่ UM980 (ที่ปกติใช้สำหรับต่อคอมพิวเตอร์กับโปรแกรม UPrecise) เมื่อเปิดเครื่องจะมีเฉพาะสายข้อมูลเท่านั้นไม่มีสายไฟ 5V วิ่งแต่อย่างใด

การแพ็ตช์ไดรเวอร์เพื่อให้ได้ไวไฟคู่

อีกอย่างหนึ่ง RPI2B ไม่มีไวไฟ ผมเสียบ USB wifi dongle สองอัน ชิปเซ็ท RTL8188 ทั้งคู่ เมื่อเสียบแล้วด้วยไดรเวอร์ที่ติดมาจะไม่สามารถตั้งโหมด AP ได้ จำจะต้องแพ็ตช์ไดรเวอร์เพื่อให้อีกตัวทำหน้าที่ AP (Access Point)

หน้าที่เป็น AP เพื่อให้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือต่อได้ง่ายและเข้าไปคอนฟิกด้วยแอพบนเวบ อีกอันหนึ่งจะทำหน้าที่ต่อไวไฟเราเตอร์เพื่อต่ออินเทอร์เน็ต ปัญหาเดียวกันถ้าใช้อาร์มเบียนคือไดรเวอร์ที่มาไม่มีโหมด AP มาให้ ต้องไปเอาซอร์สโค้ดจากแอร์แคร็ก (Aircrack-ng) มาทำการคอมไพล์ใหม่และแพ็ทช์ (สนุกของคุณคล็อดเขา ผมนั่งดูอย่างเดียว)

เมื่อไดรเวอร์เสร็จแล้วก็ตั้งค่าให้ตัวหนึ่งเป็น AP และอีกตัวเป็นไวไฟ client ผมขออธิบายว่าทำไมต้องมี AP ที่ผมออกแบบไว้คือ AP เมื่อต่อแล้วสามารถเข้าเวบได้ผ่าน http://10.0.0.1 จากนั้นเข้าไปในเวบแอพแล้วสแกนหาไวไฟที่จะต้องใช้ต่อเน็ตเพื่อเชื่อม NTRIP Caster

ถ้าไม่มี AP มันจะยุ่งมาก เราต้องใช้สายแลนเพื่อเข้าเวบแอพ กรณีต้องย้ายสถานีฐานไปไกลๆที่อื่น การจะหาเราเตอร์แล้วต่อสายแลนไม่ใช่เรื่องง่าย

การใช้ Tailscale

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่ผมชอบและจำเป็นต้องใช้คือการใช้ Tailscale เป็นบริการ VPN แบบ Mesh Network ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกตัวเข้าหากัน ราวกับอยู่ใน LAN เดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกสำหรับผมแล้วเอามารีโมทดูสถานะการทำงานหรือรีโมทไปตั้งค่าได้สบายๆ จากที่ทำงานหรือที่บ้าน

ทำไมต้องใช้กับ RTKBase:

  • RPi2B/OPZ3 อยู่หลัง NAT/CGNAT — SSH จากนอกไม่ได้
  • Tailscale แก้ปัญหานี้ทันที
  • IP คงที่ไม่เปลี่ยน ปลอดภัย end-to-end

ราคา: ฟรีตลอดชีพ สำหรับ personal use

  • ไม่จำกัดจำนวน device ✅
  • 6 users free ✅

ฟีเจอร์ครบ RTKBase V3.21

หลังแก้ปัญหาทั้งหมดที่อาศัยวันหยุดไปหนึ่งวัน RTKBase V3.21 มีฟีเจอร์ครบ:

  • Web UI + Barchart + Skyplot (58-60 ดาวเทียม)
  • NTRIP streaming ROY_RTK_STATION → DigitalOcean BKG NtripCaster
  • Dual WiFi: AP (RTKBase-V3-RPI2B-17ca) + Client (GNSS-CORSX)
  • PPK Logs (RTCM3) + GNSS Logs (OBSVM binary) บน USB Flash Drive
  • Auto-configure UM980 ทุก boot ผ่าน ExecStartPre
  • LED Status Light 3 สี: แดง=System, เหลือง=GNSS, เขียว=Internet/NTRIP
  • Fan Control อัตโนมัติ (GPIO519, ON>=53°C, OFF<49°C)
  • Tailscale remote access (100.71.12.11)
  • SSH key authentication (ไม่ต้องพิมพ์ password)
  • USB-C panel mount สำหรับ power input

ต่อกรกับหนุ่มน้อย OPZ3

ผมบ่นกับคุณคล็อดเอไอว่าทำไมเวลาบู๊ตหนุ่มน้อย OPZ3 ทำไมใช้เวลานานกว่าของคุณปู่ RPi2B หรือแค่รู้สึกไปเอง จากนั้นคุณคล็อดได้แสดงให้เห็นว่าการบู๊ตแต่ละขั้นตอนใช้เวลาเท่าไหร่บ้าง

ผลลัพธ์ทำเอาผมแทบตกเก้าอี้
• RPi2B (2014, ARMv7) + Bookworm = 1 นาที 8 วินาที
• OPZ3 (2023, ARMv8) + Noble = 2 นาที 1 วินาที ผมก็ว่าแล้วทำไมมันนานอย่างนี้ ผมทำออปติไมซ์คือไปปิดโปรเซสบางอย่างที่ไม่ได้ใช้งานได้แก่ gpsd จากนั้นเวลาบู๊ตเร็วขึ้นขยับมาที่ 1 นาที 9 วินาที แต่ยังช้ากว่าคุณปู่ 1 วินาที
ฮาร์ดแวร์เก่ากว่า + OS เบากว่า = เร็วกว่า! Bookworm ใช้ RAM เพียง 244MB จาก 921MB เท่านั้น
ข้อดีอีกอย่างที่ OPZ3 ทำไม่ได้: เมื่อ shutdown RPi2B GPIO จะ float ต่ำ ทำให้ไฟแสดงสถานะ ดับสนิท ไม่มีปัญหาไฟสถานะของ OPZ3 ที่ยังติดอยู่ (Allwinner H618 ของ OPZ3 ตัว GPIO ยังคง HIGH หลัง shutdown)
อุณหภูมิ CPU: RPi2B อยู่ที่ ~50°C เทียบกับ OPZ3 ที่ ~55°C แม้จะเป็นฮาร์ดแวร์รุ่นเก่ากว่า

ที่คุณปู่ RPi2B แพ้หนุ่มน้อย OPZ3 คือการแปลงไฟล์ Rinex ในเวบ ผมทราบดีครับว่าซีพียูคุณปู่สู้ไม่ได้ มันเป็นงานหนักคล้ายๆกับที่ต้องยกของหนัก

การใช้งาน “Auto Base” เมื่อย้ายสถานีฐาน

การใช้งานของ V3.21 เมื่อย้ายที่ตั้งสถานีฐาน

  1. เชื่อมต่อ AP ตัวอย่าง “RTKBase-V3-RPI2B-17ca
  2. เข้าเบราเซอร์ป้อน 10.0.0.1
  3. เข้าเวบแอพ ไปที่หน้า “SETTINGS” กดที่ “Main Service” > “Options
  4. กด “Auto Base” ตั้งเวลาเช่น 10 นาที กดปุ่ม “Start Survey” รอเวลา 10 นาที
  5. กด “Apply Position” จะเป็นค่าพิกัดไม่ละเอียด
  6. ตรวจสอบสถานะไปที่หน้า “STATUS” จะเห็นกราฟแท่งแสดงความแรงของสัญญาณของ GNSS แต่ละดวง
  7. ตรวจสอบ Skyplot และตำแหน่งของสถานีฐานในรูปแบบค่าพิกัดภูมิศาสตร์ ตำแหน่งสถานีฐานจะแสดงในแผนที่ Openstreetmap คร่าวๆ

การรังวัดแบบ Static Survey (“GNSS LOGS”)

เป็นการรังวัดแบบที่ได้ค่าพิกัดละเอียดกว่า “Auto Base” มาก การรังวัดนี้จุดประสงค์เพื่อต้องการนำไฟล์ไรเน็กซ์ (Rinex) ไปคำนวณทางออนไลน์หรือคำนวณแบบออฟไลน์กับหมุดอื่นๆในโครงข่ายโดยโปรแกรมชั้นนำทั้งหลายเช่น Trimble Business Center (TBC), Leica Infinity (LI) และ CHCNav Geo Office (CGO) ประมาณนี้

  1. เชื่อมต่อ AP ตัวอย่าง “RTKBase-V3-RPI2B-17ca
  2. เข้าเบราเซอร์ป้อน 10.0.0.1
  3. เข้าเวบแอพ ไปที่หน้า “GNSS LOGS” กด “Start Logging” แอพจะสร้างไฟล์ที่เรียกว่า Obsvm ที่เป็นไฟล์ในรูปแบบของ Unicorecomm ผู้ผลิต UM980
  4. จับเวลารังวัด เมื่อได้ไฟล์ครบตามเวลาทำการกด “Stop Logging
  5. ดาวน์โหลดไฟล์จากเวบที่ไอคอนลูกศรชี้ลง จะได้ไฟล์นามสกุล obs
  6. เปิดโปรแกรม UPrecise ของ Unicorecomm ผู้ผลิต UM980 ไปที่ Tools > Converter เปิดไฟล์ที่ได้จากการดาวน์โหลด ทำการแปลงเป็นไฟล์ไรเน็กซ์ ข้อสังเกตการรังวัดค่าพิกัดและค่าระดับจะอยู่ที่ APC (Antenna Phase Center) ถ้าผู้ใช้ต้องการค่าพิกัดหมุดจะต้องนำค่าที่ทอนลงมาป้อนที่ไฟล์ไรเน็กซ์ ถ้าไฟล์ไม่ใหญ่มากสามารถใช้ Notepad บนวินโดส์ หรือถ้าใหญ่ก็ใช้ Notepad ++ ได้ ถ้าไฟล์ใหญ่จริงๆก็ดาวน์โหลดไฟล์ rtcm3 มาก่อน แล้วใช้ RTKLib แปลงไฟล์ได้
  7. นำไฟล์ไรเน็กซ์ไปคำนวณต่อ

การรังวัดแบบ Post Processing Kinematic (“PPK LOGS” )

  1. เชื่อมต่อ AP ตัวอย่าง “RTKBase-V3-RPI2B-17ca
  2. เข้าเบราเซอร์ป้อน 10.0.0.1
  3. เข้าเวบแอพ ไปที่หน้า “SETTINGS” กด “File Service” และกด “Options” เพื่อตั้งค่า แต่ผมแนะนำอย่าเปลี่ยนแปลงค่าพวกนี้ การรังวัดทำได้ง่ายๆเพียงแค่สไลด์เปิดปิด “File Service” ให้ขึ้นสีเขียว แอพจะเริ่มรังวัดเก็บข้อมูลให้ ข้อมูลนี้จะบ่มจาก RTCM3 ถ้าอ่านถึงตรงนี้บางคนจะทราบว่า RTCM3 จะเกิดขึ้นได้เมื่อสถานีฐานมีค่าพิกัดแล้ว เราถึงต้องการทำ “Auto Base” ในครั้งแรก จะมีไข่ (PPK) ก็ต้องสร้าง (Auto Base) แม่ไก่ (RTCM3) ก่อน
  4. จับเวลารังวัดเมื่อได้เวลาแล้วไปที่หน้า “PPK LOGS” ดูไฟล์ที่รังวัดมาล่าสุด จะอยู่บนสุด ถ้าไฟล์ขนาดไม่มากระดับไม่เกิน 100 MB ให้กดที่ไอคอนดินสอ จะเป็นการแปลงไฟล์เป็นไรเน็กซ์ ตัวอย่างผมเลือก “Full 1s” จากนั้นกด “Create Rinex file” เสร็จแล้วกด “Download it!”
  5. นำไฟล์ไปใช้งานเช่นนำไปคำนวณงานบินโดรนแบบ PPK

การติดตั้ง NTRIP Caster

  1. เชื่อมต่อ AP ตัวอย่าง “RTKBase-V3-RPI2B-17ca
  2. เข้าเบราเซอร์ป้อน 10.0.0.1
  3. เข้าเวบแอพ ไปที่หน้า “SETTINGS” กด “NTRIP A Service” และกด “Options” เพื่อตั้งค่า สำหรับ “NTRIP B Service” ก็เช่นเดียวกัน

สิ่งที่ได้จากโครงการนี้

  • เนื่องจากเป็นงาน DIY เพื่อค้นคว้า ไม่เน้นผลกำไร จึงไม่กดดันและได้ความสนุกความท้าทาย และสามารถใช้เอไอในรูปแบบดั้งเดิมคือสนทนากันเหมือนเพื่อน โวยวายกันบ้างเล็กน้อย ผมว่าคุณคล็อดนอกจากความฉลาดแล้วยังมีอารมณ์ขัน ช่วยผ่อนคลายได้ แต่แปลกนะบางทีผมเริ่มสร้างสนทนใหม่ ที่เปลี่ยนไปคือเอไอร่างใหม่ที่เราจะคุยด้วย บางครั้งเขาดูโง่ไปเลย ความคาดหวังคือมันต้องฉลาดทุกการสนทนา ผมต้องหนีไปสร้างการสนทนาใหม่แล้วก็ดูท่าทีว่าถ้าเอไอร่างนั้นฉลาดผมจะคุยต่อ สนทนาเก่าผมก็ไม่ได้ลบ เปลี่ยนชื่อการสนทนานั้นเป็น “Failed Claude on ……. ” ไปนั่นเลยครับ 🙂
  • ฮาร์ดแวร์เก่า + OS เบา = ประสิทธิภาพที่ดีกว่าที่คาด
  • Bookworm เหมาะกับงาน RTKBase พอสมควร
  • อย่าต่อ USB-C จาก RPi ไป UM980 ขณะ JST ยังจ่ายไฟอยู่เด็ดขาด! (ต่อได้แต่สายต้องดัดแปลงแล้ว)

ค่าใช้จ่าย DIY ราคาประหยัด

ประมาณการค่าใช้จ่ายสำหรับ RPi2B V3.21:

  • ราสเบอรี่พาย RPi2b (มือสอง): ~300-500 บาท (ราคามือสองในชอปปี้ แต่หาซื้อยากแล้ว ส่วนใหญ่คนจะเก็บเข้ากล่องหรือห้องเก็บของ)
  • UM980 Unit A: 2500 บาทในอาลีเอ็กเพรส (ลดราคาช่วงตรุษจีน)
  • GNSS Antenna พร้อมสาย: 1800 บาทในอาลีเอ็กเพรส
  • WiFi dongles RTL8188EUS x2: ~300 บาท
  • USB Flash Drive Lexar 16GB: ~180 บาท
  • กล่องอลูมิเนียม: ~300 บาท
  • USB-C panel mount: ~20 บาท
  • หลอดไฟแสดงสถานะ x3: ~90 บาท
  • Perfboard + P2N2222A + 1N4007: ~30 บาท
  • สายไฟ หัวต่อ จิปาถะ บอร์ดไข่ปลา: ~80 บาท
  • อะแดปเตอร์จ่ายไฟ USB 5V: ~300 บาท
  • รวมทั้งหมด: ~6100 บาท

สเปคฮาร์ดแวร์สุดท้าย RTKBase V3.21

  • Board: Raspberry Pi 2 Model B Rev 1.1 (BCM2836, ARMv7)
  • OS: Raspberry Pi OS Bookworm Lite (kernel 6.12.75+rpt-rpi-v7)
  • GNSS: Unicorecomm UM980 Unit A (R4.10Build11833)
  • WiFi AP: RTL8188EUS (48:22:54:b3:17:ca) → wlan_ap
  • WiFi Client: RTL8188EUS (00:1f:05:7d:94:aa) → wlan_client
  • Storage: Lexar 16GB ext4 → /mnt/rtkdata/ppk_logs + gnss_logs
  • Power: USB-C panel mount → Micro-USB RPi2B
  • GNSS power: JST 2.54 → Pin4(5V), Pin6(GND), Pin8(TX), Pin10(RX)
  • LED: Pin15(Red/BCM22), Pin16(Yellow/BCM23), Pin18(Green/BCM24), Pin20(GND)
  • Fan: Pin25(GND), Pin26(BCM7/GPIO519) → P2N2222A → 30x30mm 5V fan
  • ติดตั้ง Tailscale เพื่อให้สามารถรีโมทเข้าไปแก้ไขและดูสถานะได้ โดยที่มี IP: 100.71.12.11
  • NTRIP: ผมตั้งชื่อสถานีฐาน ROY_RTK_STATION ตัวโรเวอร์สามารถต่อเข้าเพื่อรับค่าปรับแก้ได้

คุณปู่ RPi2B อายุ 12 ปี พิสูจน์แล้วว่าฮาร์ดแวร์เก่าไม่ได้แปลว่าด้อยกว่า เมื่อนำมาใช้ให้ถูกงาน สามารถต่อกรกับฮาร์ดแวร์ใหม่ๆเช่น OPZ3 อย่างสูสี ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเชื่อ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *