Month: November 2016

Surveyor Pocket Tools โปรแกรมรวมเครื่องมือฉบับกระเป๋าสำหรับช่างสำรวจ (แจกฟรี) – ตอนที่ 4 (ตอนจบ)

  • ผ่านไปแล้วสามโปรแกรมย่อยๆ นี่คือโปรแกรมที่สี่ โปรแกรม  EGM คำนวณหาค่า Geoid Separation ไม่ใช่โปรแกรมสุดท้ายนะครับ เพราะ Surveyor Pocket Tools จะเพิ่มโปรแกรมพื้นฐานสำหรับช่างสำรวจต่อไปเรื่อยๆ

intro-surveyor-pokcet-tools

  • โปรแกรมนี้ผมเคยเขียนมาแล้วชุดใหญ่ใช้ชื่อว่า Geoid Height Pro  ลองดูด้านขวามือตรง Download เป็นโปรแกรมที่มีกราฟฟิคให้ดูด้วยเมื่อป้อนค่าพิกัด Latitude/Longitude เข้าไปสามารถโหลดไฟล์ CSV มาคำนวณได้ สนใจชุดใหญ่ก็โปรแกรม Geoid Height Pro ครับ ถ้าชุดเล็กๆแบบพกไปในกระเป๋าติดตามต่อไป

geoidheight_2016-11-17_19-27-51

ทำไมต้องคำนวณ Geoid Separation

  • เนื่องจาก GPS ที่เราใช้งานในปัจจุบัน ระบบพิกัดผูกอยู่กับพื้นหลักฐาน World Geodetic System 1984 ใช้ทรงรี WGS84 สำหรับค่าพิกัดแลตติจูดและลองจิจูดแล้วไม่มีปัญหาครับ ปัญหาคือค่าระดับในแนวดิ่ง ที่อ้างอิงกับทรงรีเรียกความสูงนี้ว่า Ellipsoidal Height(h) แต่ความสูงที่นำมาใช้งานด้านแผนที่รวมทั้งงานก่อสร้างสาธารณูปโภคทั้งหลาย กลับอ้างอิงกับระดับน้ำทะเลปานกลาง Mean Sea Level (MSL) ที่เราคุ้นเคยกันดี แล้วความสูงสองระบบนี่มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร
  • ความสูงเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลางหรือที่เรียกกันอย่างหนึ่งว่า Orthometric Height (H) ความสูงตัวนี้กลับไปอ้างอิงกับรูปทรงจีออยด์ ที่ถือกันว่าเป็นรูปทรงทางคณิตศาสตร์ของโลกตามแรงดึงดูด รูปทรงประมาณแล้วเป็นผิวที่ทับกันสนิทกับผิวเฉลี่ยของมหาสมุทรหรือระดับน้ำทะเลปานกลางนั่นเอง ระหว่างทรงรีกับรูปทรงจีออยด์ ทั่วทั้งโลกนี้มีความสูงต่างกันไม่เกิน ±100 เมตรเท่านั้นเอง
  • ความสัมพันธ์ความสูงสองระบบนี้ก็ง่ายๆครับ H = h – N โดยที่ N คือค่า Geoid Height หรือ Geoid Separation  นั่นเอง โปรแกรมนี้คือโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาเพื่อคำนวณหาค่า N โดยเฉพาะ
  • ดังนั้นเมื่อเรารู้พิกัดแล็ตติจูดลองจิจูด เราสามารถคำนวณหา N ได้เอาไปลบจาก Ellipsoidal Height (h) ก็จะกลายเป็นความสูงเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลางที่เราสามารถนำมาใช้ได้
geoid2_lg
ภาพจาก esri.com

โมเดลที่ใช้ในการคำนวณ

  • มีสองโมเดล ตามอายุที่ออกมาใช้ครับ EGM96 ออกในปี 1996 ง่ายๆเขาแบ่งตามขนาดกริด 30’x30′ ประมาณ 55 กม.  x 55 กม. จะมีหนึ่งค่าเมื่อขยับไปกริดช่องต่อไปค่า N ก็จะเปลี่ยน โมเดลจะเก็บไว้ในไฟล์ เวลาติดตั้งโปรแกรมจะไปด้วย เมื่อผู้ใช้ป้อนค่าพิกัดโปรแกรมจะไปอ่านไฟล์ดึงค่ามาคำนวณค่า N ให้
  • โมเดลที่สองคือ EGM2008 ออกมาในปี 2008 รุ่นนี้แบ่งเป็นสองขนาดย่อยละเอียดสุดคือช่องกริดแบ่งไว้ประมาณ 1′ x 1′ หรือประมาณ 1.8 กม. x 1.8 กม. ขนาดที่สองละเอียดน้อยลงมานิดหนึ่งใช่ช่องกริดขนาด 2.5′ x 2.5′ หรือประมาณ 4.6 กม. x 4.6 กม. โปรแกรมนี้ใช้กริดขนาด 2.5′ x 2.5′ ครับ  เวลาติดตั้งจะขนไฟล์ขนาดมากกว่า 100 MB ที่เก็บกริดนี้ไปด้วย ทำให้ดูเหมือนโปรแกรมใหญ่โต แต่ที่โตเพราะข้อมูลนี้ครับ
  • ถ้าใช้โมเดลแบบละเอียด 1’x1′ จะต้องใช้ไฟล์ข้อมูลเกือบกิกะไบต์เลย ผมเลยไม่ได้เขียนในส่วนนี้ ความละเอียดเท่าที่ทดสอบดูจากโปรแกรมอื่นๆ ค่าแทบไม่แตกต่างกันเลย แตกต่างกันน้อยมาก บางจุดน้อยกว่าเศษของมิลลิเมตร

ความถูกต้อง

  • ไม่มีอะไรสมบูรณ์พูนผลไปทั้งหมด โมเดล EGM96 กับ EGM2008 ก็เหมือนกัน งานรังวัด GPS แบบ Static หรือ Fast Static ที่ให้ค่าละเอียดระดับมิลลิเมตร ดีทั้ง x, y, z เมื่ออ้างอิงกับทรงรี (ย้ำทรงรี) การจะได้ค่าระดับเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง จะเรียกใช้โมเดล EGM96 หรือล่าสุดกว่าก็ EGM2008 เพื่อแปลงค่าความสูงจาก Ellipsoidal Height เป็น Orthometric Height แต่เนื่องจากโมเดลไม่ได้สมบูรณ์ ดังนั้นค่าระดับที่ได้เทียบเท่างานระดับชั้นสาม แต่ไม่ยืนยัน ส่วนใหญ่งานก่อสร้างที่มีค่าระดับ Grade มาเกี่ยวข้อง จึงต้องเดินระดับแบบแยกมาต่างหากจากงานรังวัด GPS ครับยกตัวอย่างเช่นงานสร้างทางรถไฟ งานสร้างถนนสายหลัก
  • ประสบการณ์ที่ผ่านมา งานรังวัด GPS ค่าระดับเมื่อแปลงเป็นระดับน้ำทะลปานกลางแล้ว พอใช้ได้ครับ ไม่เคยเจอตรงไหนที่เพี้ยนจนรับไม่ได้ งานที่ไม่ได้กังวลเรื่องค่าระดับมากนักจะนำค่าระดับที่แปลงค่ามาแล้วใช้งานได้เลย

วิธีใช้งานโปรแกรม

  • มาดูวิธีการใช้ คลิกที่โปรแกรม EGM ตามรูป
spt_egm_01
โปรแกรม EGM
  • เปิดโปรแกรมมาแล้ว หน้าตาคล้ายๆโปรแกรมอื่นๆที่ผ่านมาคือมีช่องป้อนค่าพิกัด แล็ตติจูด ลองจิจูด มีไอคอนสำหรับจัดเก็บค่าพิกัดเข้าฐานข้อมูล และไอคอนเรียกค่าพิกัดจากฐานข้อมูลมาใช้งาน สองไอคอนนี้อยู่ติดกัน มีไอคอนลูกศรเพื่อคำนวณ สามารถปักหมุดลงบน Google maps และ Google earth

spt_egm_02

  • ลองป้อนจุดดังนี้ ชื่อ “GPS-KBM” Latitude = 14.6109419444 Longitude= 98.0315881139 รูปแบบมุมเป็น degree คลิกที่ไอคอนลูกศรเพืือคำนวณได้ค่า -38.9148 m. บนโมเดล EGM2008

surveyor-pocket-tools_2016-11-18_13-34-28

  • ลองเปลี่ยนโมเดลเป็น EGM96

surveyor-pocket-tools_2016-11-18_13-35-42

  • มาลองจุดอื่นๆดูบ้างครับ ชื่อ “Caia” latitude= 17d 49′ 55.917″S longitude= 35d 20′ 10.706″E ป้อนแล้วคำนวณดู จากนั้นทำการเก็บค่าพิกัดด้วยการคลิกไอคอนรูปหมุดที่มีเครื่องหมายบวกสีแดง แล้วก็ลองปักหมุดที่ google maps เป็นขั้นตอนสุดท้าย

spt_egm_04

  • ปักหมุดแล้ว

firefox_2016-11-18_14-36-56

  • ก็ขอจบตอนสุดท้ายเพียงเท่านี้ครับ

 

Surveyor Pocket Tools โปรแกรมรวมเครื่องมือฉบับกระเป๋าสำหรับช่างสำรวจ (แจกฟรี) – ตอนที่ 3

Geodesic Distance

  • ผ่านไปแล้วสองโปรแกรม วันนี้มาว่ากันเรื่องโปรแกรมวัดระยะทางที่กำหนดค่าพิกัดให้สองจุด การวัดระยะทางไปตามผิวของทรงรีแนวที่สั้นที่สุดเรียกว่า Geodesic distance ใช้ค่าพิกัดภูมิศาสตร์ แลตติจูดและลองจิจูด ถ้าเป็นระบบกริดอยู่ในโซนเดียวกัน ศูนย์กำเนิดเดียวกันสามารถหาระยะทางได้จากสูตรง่ายๆ ที่ผมเรียนกันตอนมัธยมต้น (หลักสูตรสมัยใหม่ประถมก็เรียนแล้ว)  ระยะทาง = √((x2x1)²+(y2y1)²)
  • มาดูโปรแกรม Geodesic distance เรียงจากบนลงมาไอคอนที่สาม ใช้งานก็ดับเบิ้ลคลิกเลยครับ

spt_introduction

 

  •  ลักษณะรูปร่างของเส้น Geodesic (จาก Wikipedia) จากรูปเส้น s12 ก็คือเส้น geodesic จากจุด A ไปจุด B ส่วน N คือขั้วโลกเหนือ เส้น EFH คือเส้นศูนย์สูตร

440px-geodesic_problem_on_an_ellipsoid-svg

เปิดโปรแกรม

  • เปิดโปรแกรมมาแล้ว คล้ายๆโปรแกรมที่ผ่านไปทั้งสองคือมีช่องป้อนข้อมูลด้านซ้ายและด้านขวาเหมือนกัน มีไอคอนสำหรับเก็บค่าพิกัด ที่ต้องการใช้เข้าฐานข้อมูล มีไอคอนสำหรับเรียกตารางข้อมูลเพื่อดึงค่าพิกัดที่เก็บไว้มาใช้งาน

geodesic_dist01

  • และที่ไม่ลืมคือปักหมุดลง Google maps เพื่อดูว่าจุดอยู่ไหนบนโลกนี้ และปักหมุดลง Google earth

วิธีการใช้งาน

  • วันนี้จะพากลับไปที่โรงเรียนอีกครั้ง ไม่ทราบว่าหลักสูตรวิชาภูมิศาสตร์สมัยนี้เป็นยังไง สมัยผมยังโลว์เทค ครูเอาลูกโลกจำลองขึ้นมาวางโต๊ะหน้าห้อง แล้วครูก็ชี้ให้ดูทวีปต่างๆ แล้วก็ไล่เรียงมาแต่ละประเทศ สุดท้ายก็เมืองหลวงของแต่ละประเทศ ที่จำได้แม่นคือจำแบบรูปภาพ ประเทศอิตาลีทรงเหมือนรองเท้าบู๊ต ประเทศอินเดียทรงเหมือนรังผึ้ง ส่วนประเทศไทยทรงเหมือนด้ามขวาน
  • มีหลายเวปไซต์ที่เก็บค่าพิกัดคร่าวๆของเมืองสำคัญของโลกนี้ลองค้นดูจะเห็นหลายเวปไซต์ ผมจะใช้โปรแกรมลองหาระยะทางระหว่างเมืองหลวงแล้วปักหมุดลง google map และ google earth ตามลำดับ
  • จะลองหาพิกัดจากเมือง “Suva” เมืองหลวงของประเทศฟิจิ ค่าพิกัดแล็ต ลองดังนี้ครับ -18.13333333, 178.416667 อีกเมืองคือพนมเปญ “ភ្នំពេញ” ของบ้านใกล้เรือนเคียงเราครับ ค่าพิกัดแล็ต ลองคือ  11.55, 104.916667 เนื่องจากพิกัดเป็น degree ที่โปรแกรมปรับรูปแบบมุมให้ตรงกัน ค่าพิกัดนี้คร่าวๆนะครับ บางทีผม copy บางเมืองมาลองปักดู แต่ตกทะเลก็มีครับ ป้อนแล้วดังรูปด้านล่าง คลิกไอคอนลูกศรลงเพื่อคำนวณ

geodesic_dist02

  • จะได้ผลลัพธ์ 8,713.178 กม. ถ้าจุดอยู่ใกล้ๆกันลองเปลี่ยนหน่วยจาก Km.  เป็น m. ได้ จากนี้ลองคลิกที่ปักหมุดดู

geodesic_dist03

2016-11-08_21-23-38

  • จะเห็นเส้น geodesic เมื่อปรากฎบนแผนที่ในระนาบราบจะกลายเป็นเส้นโค้งๆบิดๆ
  • ต่อไปลองปักที่ google earth ตั้งชื่อไฟล์ก่อน ลองใช้เมาส์จับรูปลูกโลกของกูเกิ้ลเอิร์ทหมุนๆดู จะเห็นเส้นสีน้ำเงิน นั่นแหละครับเส้น geodesic  เบื้องหลังเส้น geodesic จะมีจุดทั้งหมดประมาณ 200 จุดต่อๆกันครับ ถ้าอยากดูเบื้องหลังลองเปิดไฟล์ kml  ด้วยโปรแกรม Notepad, Notepad++ดูครับ

2016-11-08_21-33-10

  • ลองซูมเข้าไปฝั่งกรุงพนมเปญ พิกัดจากเวปไซต์ตกย่านชุมชนหนาแน่น

2016-11-09_05-04-44

  • ซูมดูอีกฝั่งตกทะเลตามความคาดหมาย

googleearth_2016-11-09_05-03-44

ใช้ค่าพิกัดฐานข้อมูล

  • จะมาลองใช้ฐานข้อมูลที่เก็บค่าพิกัดไว้ เปิดตารางแล้วลากมาใช้งาน ดูรูปด้านล่าง คลิกเปิดตารางข้อมูลที่ไอคอนดัง (1) จะคลิกไอคอนจากด้านซ้ายหรือด้านขวาได้เหมือนกัน จากนั้นจะเห็นตารางข้อมูล ในที่นี้ผมเก็บค่าพิกัดไว้หลายจุด จะลองใช้เมาส์ลากค่าพิกัดจาก (2) ไปช่องตามลูกศรสีแดง วางค่าพิกัดไว้ที่ช่อง Coordinate point 1 การลากก็ธรรมดาครับต้องการค่าไหนในตารางก็กดค้างแล้วลากไปวางที่ช่องป้อนข้อมูลได้
  • เช่นเดียวกันลากค่าพิกัดจาก (3) ไปตามลูกศรสีน้ำเงิน ไปวางไว้ที่ Coordinate point 2 รูปแบบมุมที่เก็บไว้แบบไหน ลากมาแล้วโปรแกรมจะเปลี่ยนตามให้อัตโนมัติครับ

geodesic_dist04

  • คลิกคำนวณดูระยะทางบนทรงรี ได้ระยะทาง 308.548 กม.

geodesic_dist05

  • คลิกที่ไอคอนปักหมุดบน google maps ดูครับ หมุดทั้งคู่ได้จากหมุด GPS ครับ

firefox_2016-11-09_05-40-43

ตัวอย่าง Geodesic line ที่ยาวมาก

  • มาลองข้อมูลที่ผมเก็บไว้ในฐานข้อมูล ค่าพิกัดเมืองแรกเป็นเมือง Valparaíso อยู่ในชีลี ทวีปอเมริกาใต้ ค่าพิกัดที่สองเป็นเมืองเซี่ยงไฮ้ (上海) ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่  เจอแล้วลอง drag and drop ค่าพิกัดมาที่ช่องป้อนได้เลย

geodesic_dist06

  • คำนวณดูได้ 18,752.494 กม. ลองปักหมุดดู จะเห็นเส้น  geodesic ยาวมาก ความยาวเกินครึ่งหนึ่งความยาวรอบโลก ลักษณะเส้นจะบิดเป็นเส้นโค้งบนระนาบราบ

firefox_2016-11-09_19-18-55

  • ลองปักดูบน google earth ปรากฎกูเกิ้ลเอิร์ท งง บิดอีกด้านมาให้ ใช้เมาส์จับลูกโลกหมุนไปอีกด้านจะเห็นเส้น geodesic สีน้ำเงิน เนื่องจากเส้นยาวมากไม่สามารถมองเห็นปลายเส้นทั้งสองพร้อมๆกันได้

2016-11-09_19-26-14googleearth_2016-11-09_19-26-44

 

  • ก็ขอจบตอนสำหรับการใช้งานโปรแกรม Geodesic Distance เพียงเท่านี้

โปรแกรมคำนวณหาระยะทางที่สั้นที่สุดบนทรงกลมของโลก (Great Circle Distance)

  • วิธีการนี้สูตรไม่ซับซ้อนเท่า geodesic distance ถือว่าละเอียดน้อยกว่า เพราะสัณฐานของโลกค่อนมาทางทรงรีมากกว่าทรงกลม โบราณใช้คำนวณหาแนวเดินเรือซึ่งเพียงพอ
  • โปรแกรมอยู่ตามลูกศรสีเหลือง เมื่อเปิดจะเห็นให้ป้อนรัศมีของโลกซึ่งค่าที่ใช้ประมาณนี้ครับ 6371-6373 กม. (แนะนำว่าไม่ต้องแก้ไข)

soffice-bin_2016-11-09_19-39-03

  • การใช้งานเหมือนกับโปรแกรมย่อย Geodesic distance เป๊ะเลยครับ ผมจะขอข้ามวิธีการใช้งานไป แต่จะลองคำนวณระยะทางระหว่างเมือง Valparaíso กับเซี่ยงไฮ้ (上海) ได้ระยะทาง 18,742.658 กม. แตกต่างวิธี Geodesic distance ประมาณ 10 กม.ครับ ดูเยอะนะครับแต่ต้องไม่ลืมว่าเส้นนี้ยาวมาก เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วประมาณ 0.05% เท่านั้นsoffice-bin_2016-11-09_19-51-46

การป้อนรูปแบบของมุม

  • การป้อนมุมสำหรับโปรแกรมชุดนี้ ค่อนข้างต้องเป๊ะครับ ผมจะอธิบายให้พอเข้าใจ ถึงที่มาที่ไป ในทางโปรแกรมมิ่งผมใช้ที่เขาเรียกว่า Regular Express คอยสอดส่องว่าผู้ใช้กำลังป้อนอะไรเข้ามา ตรงไหนเป็นตัวเลข 0-9 ตัวไหนเป็นสัญลักษณ์เช่นองศา ° ลิปดา ‘ ฟิลิปดา ” หรือตรงไหนเป็นตัวอักษร d, N, S, E, W และต้องไม่มีช่องว่าง
  • รูปแบบ DD MM SS.SSSS เช่น 14°36’44.21988″N ต้องไม่มีช่องว่างและต้องป้อนสัญลักษณ์ให้ครบทั้งสาม แต่สัญลักษณ์องศาให้ใช้ตัว d แทนได้เช่น 14d36’44.21988″N 
  • โปรแกรมแก้ไขเรื่องป้อนมุม ดูที่  build 375 ขึ้นไป การป้อนมุมมีช่องว่างได้ครับ 14°36’44.21988″N สามารถป้อนแบบนี้ได้ 14d 36′ 44.21988″ N ถ้าป้อนไปแล้วผิดให้เอาเคอร์เซอร์มาไว้ที่ท้ายสุดแล้วกด backspace ไปเรื่อยๆ ดูโปรแกรมว่า build เท่าไหร่เปิดดูที่ About ครับ

surveyor-pocket-tools_2016-11-14_13-58-54

  • ก็ขอจบตอนแค่นี้ครับ ติดตามต่อตอนสุดท้าย การคำนวณหาความสูงจีออยด์ (Geoid separation)

Surveyor Pocket Tools โปรแกรมรวมเครื่องมือฉบับกระเป๋าสำหรับช่างสำรวจ (แจกฟรี) – ตอนที่ 2

  • ตอนที่ 1 ผมได้แนะนำโปรแกรมย่อย UTM – Geo Converter สำหรับแปลงพิกัดบนพื้นหลักฐาน WGS84 มาถึงตอนนี้จะมาดูโปรแกรมแปลงพิกัดข้ามพื้นหลักฐาน (datum) กันว่าเป็นอย่างไร จากรูปด้านล่าง ดับเบิ้ลคลิกที่โปรแกรมที่สอง “Transform Coordinatesintro-surveyor-pokcet-tools
  •  เปิดโปรแกรมมาจะมีช่อง input/output ด้านซ้ายและด้านขวา ตรงกลางจะมีไอคอนลูกศรแสดงการแปลงพิกัดจากซ้ายไปขวาหรือจากขวามาซ้ายก็ได้

spt_utm2utm-01

โปรแกรม Transform Coordinates

  • สำหรับโปรแกรมผมตัวนี้ รุ่นแรกๆตั้งเป้าเอาแค่พอใช้งานได้ก่อน เนื่องจากมีเส้นโครงแผนที่ (Map Projection) หลายอย่างที่ไม่เคยได้ใช้มาก่อนเลย ทำให้ขาดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเช่นพวก Conic Projection หรือ Azimuthal Projection ที่สำคัญอีกอย่างคือไม่มีข้อมูลมาลองด้วยครับ
  • แต่ Library ที่ผมนำมาใช้คือ Proj.4 นั้นมีความสามารถพอที่จะคำนวณจากพื้นหลักฐานไหนก็ได้ด้วยเส้นโครงแผนที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ ขอให้รู้หมายเลข EPSG ต้นทาง ปลายทางเท่านั้นพอ โจทย์ของการเขียนโปรแกรมคือจะจัดกลุ่มให้ใช้งานได้ง่ายๆอย่างไร และผู้ใช้ค้นหาพื้นหลักฐานและเส้นโครงแผนที่ให้เร็วๆได้อย่างไร

ระบบพิกัด (Coordinate System)

  • พื้นหลักฐาน (Datum) ถ้าจะนิยามกันจริงๆผมขออ้างอิงจาก Proj.4 ดังนี้ Datum = Coordinate Frame + Reference Ellipsoid
    • Coordinate Frame คือระบบพิกัดที่คำนวณมาจากการเลือกทรงรีอ้างอิงมาใช้ที่ให้ค่าความต่างความสูงระหว่างจีออยด์กับทรงรีที่น้อยที่สุด ในบริเวณนั้นๆfirefox_2016-11-03_19-34-20
    • ใช้เฉพาะพื้นที่ ดังนั้นพื้นหลักฐานแต่ละประเทศก็ใช้ต่างๆกันไป ทั่วทั้งโลกมีหลายร้อยพื้นหลักฐานครับ
  • ระบบพิกัดจะเป็นระบบที่ผูกพื้นหลักฐานเข้ากับเส้นโครงแผนที่ ตัวอย่างพื้นหลักฐาน Indian 1975 ที่เราใช้งานอยู่จะใช้ทรงรี Everest 1830 แต่เส้นโครงแผนที่จะใช้ UTM ซึ่งมีสองโซนคือ 47 และ 48 เท่านั้น

 

  •  มาดูระบบพิกัดว่าที่จะกำหนดในโปรแกรมมีอะไรบ้าง

transform_coor_01transform_coor_01

  • ช่อง Group จะเป็นกลุ่มของระบบพิกัด แบ่งเป็นสองประเภทคือ Geographic Coordinate System  ค่าพิกัดจะเป็น  แลตติจูด/ลองจิจูด เท่านั้น และต้องระวังนะครับ ค่า latitude/longitude จะไม่เท่ากันนะครับขึ้นอยู่ว่าใช้ทรงรีอันไหน
  • กลุ่มประเภทที่สองคือ Projected Coordinate System ได้แก่ค่าพิกัดที่อยู่บนฉายมาอยู่บนเส้นโครงแผนที่ (Map Projection) แล้ว ที่เราคุ้นเคยก็คือ UTM ที่ใช้เส้นโครงแผนที่แบบ Transverse Mercator ที่ใช้ทรงกระบอกวางในแนวนอนตัดกับทรงรีให้มีรอยตัด (Secant) 2 รอย  (ภาพจาก Map Projections) ส่วนอีกรูปล่างติดกันเป็น top view มองจากด้านบน ตรงรอยตัดนั้นเป็นที่ทราบดีว่า Scale = 1.0 ส่วน Central Meridian กำหนดให้ Scale = 0.9996  ตามมาตรฐานของ UTM

mappro-4-15bmappro-4-4-1b

ตัวอย่างการใช้งาน

  • อ่านแล้วมึนหัวไหมครับ ในฐานะผู้ใช้ธรรมดาก็ไม่ต้องกังวล (แต่ในฐานะคนทำแผนที่ควรที่จะต้องรู้) มาดูวิธีการใช้ โปรแกรมนี้เปิดมา Indian 1975 จะเป็นค่าปริยายอยู่ด้านขวามือ แต่ถ้าจะเลือกระบบพิกัดอันดับแรกให้ที่ “Group” ดูว่าเราต้องการใช้ค่าพิกัดภูมิศาสตร์ แล็ตติจูด/ลองจิจูดไหม หรือต้องการค่าพิกัดระบบกริด N,E เช่นถ้าต้องการระบบพิกัดกริดเลือกเป็น “Projected Coordinate System” ดูรูปด้านล่าง ลำดับจะไม่เรียง ต่อไปเลือกพื้นหลักฐานให้คลิกที่ “Datum” มันเยอะมากครับ ใช้วิธีกดอักษรตัวหน้าที่เป็นภาษาอังกฤษเช่น “I” เมื่อต้องการหา Indian 1975 แต่อาจจะต้องเคาะตัวหนังสือหลายๆครั้งเนื่องจากตัวหน้าซ้ำกันมาก (โปรแกรมรุ่นหน้าจะทำให้ค้นหาง่ายๆ)
  • เมื่อเลือกพื้นหลักฐานแล้วก็มาเลือก “System” ต่อ ความจริงมันคือเส้นโครงแผนที่ครับ ถ้าเป็น Indian 1975 ผมกำหนดให้มีสองโซนของ UTM คือ 47 และ 48

transform_coor_02

  • มาดูระบบพิกัดด้านซ้าย ผมเลือกตามรูปด้านล่าง ตอนนี้ต้องการแปลงค่าพิกัดระบบกริดจากพื้นหลักฐาน WGS84 ไปยัง Indian 1975 โดยเลือกโซน 47N ดังรูปด้านล่าง

 

surveyor-pocket-tools_2016-11-03_20-35-02

  • ผมจุดและมีค่าพิกัด ชื่อจุด “006 030” N= 1598253.177 E = 703564.224 ต้องการแปลงระบบพิกัดไปยังกริดยูทีเอ็มของ Indian 1975 ป้อนตัวเลขดังนี้ครับ เสร็จก็คลิกที่ไอคอนรูปลูกศรไปด้านขวา

transform_coor_03

  •  มาดูผลลัพธ์กัน โปรแกรมจะคำนวณค่าพิกัดกริดยูทีเอ็มและค่าพิกัดภูมิศาตร์ ของ Indian 1975 ให้และยังค่าแลตติจูด ลองจิจูดของพื้นหลักฐานต้นทางในที่นี้คือ  WGS84 ให้ด้วย ตอนนี้ Scale factor กับ convergence ยังไม่ได้ implement ไม่คำนวณให้ในรุ่นนี้

python_2017-01-13_06-22-33

 

  • ถ้ามีพิกัดกริดยูทีเอ็มของ Indian 1975 ก็สามารถเอามาป้อนด้านซ้ายแล้วคำนวณไปด้านขวาได้เช่นเดียวกัน

การป้อนรูปแบบของมุม

  • การป้อนมุมสำหรับโปรแกรมชุดนี้ ค่อนข้างต้องเป๊ะครับ ผมจะอธิบายให้พอเข้าใจ ถึงที่มาที่ไป ในทางโปรแกรมมิ่งผมใช้ที่เขาเรียกว่า Regular Express คอยสอดส่องว่าผู้ใช้กำลังป้อนอะไรเข้ามา ตรงไหนเป็นตัวเลข 0-9 ตัวไหนเป็นสัญลักษณ์เช่นองศา ° ลิปดา ‘ ฟิลิปดา ” หรือตรงไหนเป็นตัวอักษร d, N, S, E, W และต้องไม่มีช่องว่าง
  • รูปแบบ DD MM SS.SSSS เช่น 14°36’44.21988″N ต้องไม่มีช่องว่างและต้องป้อนสัญลักษณ์ให้ครบทั้งสาม แต่สัญลักษณ์องศาให้ใช้ตัว d แทนได้เช่น 14d36’44.21988″N 
  • โปรแกรมแก้ไขเรื่องป้อนมุม ดูที่  build 375 ขึ้นไป การป้อนมุมมีช่องว่างได้ครับ 14°36’44.21988″N สามารถป้อนแบบนี้ได้ 14d 36′ 44.21988″ N ถ้าป้อนไปแล้วผิดให้เอาเคอร์เซอร์มาไว้ที่ท้ายสุดแล้วกด backspace ไปเรื่อยๆ ดูโปรแกรมว่า build เท่าไหร่เปิดดูที่ About ครับ

surveyor-pocket-tools_2016-11-14_13-58-54

  • รูปแบบ DD MM.MMMM ไม่มีฟิลิปดาเพราะเศษฟิลิปดาถูกนำไปรวมเป็นทศนิยมของลิปดาแทน รูปแบบนี้นิยมสำหรับคนเดินเรือ เช่น  14°36.736998’N ต้องป้อนให้ครบทั้งสัญลักษณ์และตัวอักษร ตัวสัญลักษณ์องศาใช้ตัวอักษร d แทนได้ ป้อนแบบนี้ 14d36.736998’N
  • รูปแบบ Degree ง่ายที่สุดครับ แลตติจุดด้านเหนือป้อนธรรมดาไม่มีเครื่องหมายบวก แต่ด้านใต้ศูนย์สูตรต้องป้อนลบนำหน้าเช่น -17.877347

อนาคตของโปรแกรม

  • โปรแกรมย่อยตัวนี้ยังต้องทำอะไรอีกมาก ยังไม่ได้จัดการข้อผิดพลาด บางครั้งผู้ใช้ใส่อะไรไปที่โปรแกรมคาดไม่ถึง อาจจะแครชไปไม่ร่ำลา ก็ฝาก Surveyor Pocket Tools ไว้ใช้งานกันครับ ตอนหน้ามาว่ากันใหม่กับโปรแกรมคำนวณหาระยะทาง Geodesic Distance และ Great Circle Distance
  • พบกันตอนที่ 3 ครับ 🙂