Month: November 2017

คอมไพล์ Python Script เป็นไฟล์ Executable ด้วย PyInstaller

PyInstaller

คือเครื่องมือที่ช่วยการแปลงโปรแกรมที่เขียนด้วยไพทอนเป็น execute binary file  ที่สามารถนำไปรันได้โดยที่เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางไม่ต้องติดตั้งไพทอน สำหรับ PyInstaller เป็น cross-platform สามารถใช้งานได้บนวินโดส์ แมค และลีนุกซ์ สนับสนุนไพทอนรุ่น 2.7 และ ไพทอน รุ่น 3.3 ถึง 3.6 จุดมุ่งหมายของ PyInstaller คือต้องการช่วยผู้ใช้ในการแปลงโปรแกรมไพทอน ที่ใช้โมดูลไลบรารีภายนอกเช่น Matplotlib, DJango, wxPython, PyQt เป็นต้น ให้สามารถทำได้ง่ายสะดวก

ติดตั้ง PyInstaller

ติดตั้งง่ายๆด้วยคำสั่ง pip ใน command prompt

pip install pyinstaller

ใช้งาน PyInstaller

การใช้งานสามารถใช้งานผ่าน command line ได้ แต่สำหรับโปรแกรมที่เรียกใช้โมดูลไลบรารีข้างนอกและต้องขนข้อมูล (data) ที่โมดูลไลบรารีนั้นๆต้องการใช้  ผมแนะนำให้ใช้ไฟล์สคริปท์ (Spec file) มาช่วยจะดีกว่า ปรับแต่งได้มากกว่า ตัว spec file จริงๆก็คือไฟล์สคริปท์ของไพทอนนั่นเอง กรณีที่ต้องใช้ Spec file อีกกรณีหนึ่งคือต้องการขนรันไทม์ไลบรารีเช่น .dll หรือ .so ไปแบบแมนวล กรณีที่ผมเจอคือผมใช้ PySide2 ที่รุ่นทางการจริงๆยังไม่ออกมา แต่ hook file ก็มีมาให้แล้วพร้อมกับ PyInstaller รุ่นใหม่ 3.3 แต่ผมใช้งานแล้วยังไม่สำเร็จ ดังนั้นจึงต้องใช้ Spec file นี้เป็นตัวช่วยในการขนรันไทม์ไลบรารีไป ส่วนเรื่อง hook file คืออะไรค่อยว่าอีกที

กรณีศึกษาด้วย Surveyor Pocket Tools บนวินโดส์

โปรแกรม Surveyor Pocket Tools พัฒนาด้วยไพทอน ปัจจุบันใช้ไพทอน รุ่น 3.6 ใช้โมดูลไลบรารีข้างนอกคือ openpyxl, pyproj, geographiclib, gmplot, simplekml, pyshp และที่ขาดไม่ได้คือ PySide2 ซึ่งสำหรับ openpyxl และ pyproj จะมีการขนข้อมูลไปด้วย ส่วน PySide2 ผมจะขนไฟล์ dll  ที่ต้องการด้วยมือล้วนๆ

Spec file ของ Surveyor Pocket Tools

มาดูไฟล์สคริปนี้ ผมตั้งชื่อว่า “setup.spec”

# -*- mode: python -*-
import sys
import PySide2
import os
block_cipher = None

dirname = os.path.dirname(PySide2.__file__)
print("dirname=", dirname)

pyside2_resources_path = os.path.join(dirname, 'resources', '')
print("resources path=", pyside2_resources_path)
pyside2_resources = [(pyside2_resources_path + '*', '.'),
                     (dirname + '/qtwebengineprocess.exe', '.')]

added_files = [
         ( 'markers/*', 'markers/' ),
         ( 'geoidgrids/tgm2017.gtx', 'pyproj/data/' ),
         ( 'geoidgrids/egm96_15.gtx', 'pyproj/data/' ),
         ( 'geoidgrids/egm08_25.gtx', 'pyproj/data/' ),		 
		 ( 'database/*', 'database/'),
		 ( 'example data/*', 'example data/'),
		 ( 'qt.conf', '.'),
         ( 'settings.xml', '.'),
		 ( 'crs.xml', '.')]

a = Analysis(['main.py'],
             pathex=['D:\\sourcecodes\\python\\surveyor pocket tools'],
             binaries=None,
             datas=added_files + pyside2_resources,
             hiddenimports=[],
             hookspath=[],
             runtime_hooks=[],
             excludes=[],
             win_no_prefer_redirects=False,
             win_private_assemblies=False,
             cipher=block_cipher)
pyz = PYZ(a.pure, a.zipped_data,
             cipher=block_cipher)
exe = EXE(pyz,
          a.scripts,
          exclude_binaries=True,
          name='surveyor pocket tools',
		  icon='Land Surveying-64.ico',
          debug=False,
          strip=False,
          upx=False,
          console=False )
coll = COLLECT(exe,
               a.binaries,
               a.zipfiles,
               a.datas,
               strip=False,
               upx=True,
               name='setup')

ลองมาดูโค้ดกัน เริ่มจาก import PySide2 เข้ามาเพื่อจะตรวจสอบว่า PySide2 ที่เราใช้งานเป็น 32 บิตหรือ 64 บิต เพื่อจะได้ขนไฟล์ qtwebengineprocess.exe ที่ผมใช้แสดงผล Google Maps ตอนปักหมุด จากนั้นเก็บไดเรคทอรีของ PySide2 ไปเก็บไว้ในตัวแปร pyside2_resources_path ส่วนที่อยู่ของไฟล์เก็บที่ pyside2_resources

# -*- mode: python -*-
import sys
import PySide2
import os
block_cipher = None

dirname = os.path.dirname(PySide2.__file__)
print("dirname=", dirname)

pyside2_resources_path = os.path.join(dirname, 'resources', '')
print("resources path=", pyside2_resources_path)
pyside2_resources = [(pyside2_resources_path + '*', '.'),
                     (dirname + '/qtwebengineprocess.exe', '.')]

ต่อไปจะขนไฟล์ที่โปรแกรม Surveyor Pocket Tools ต้องการใช้ ให้ใส่ไว้ที่ตัวแปร added_files โครงสร้างเป็น tuple เหมือนกัน และขนไฟล์ชื่อ qt.conf ที่ PySide2 ต้องการไปด้วย

added_files = [
         ( 'markers/*', 'markers/' ),
         ( 'geoidgrids/tgm2017.gtx', 'pyproj/data/' ),
         ( 'geoidgrids/egm96_15.gtx', 'pyproj/data/' ),
         ( 'geoidgrids/egm08_25.gtx', 'pyproj/data/' ),		 
		 ( 'database/*', 'database/'),
		 ( 'example data/*', 'example data/'),
		 ( 'qt.conf', '.'),
         ( 'settings.xml', '.'),
		 ( 'crs.xml', '.')]

มาดูไดเรคทอรีที่โปรแกรมต้องการดังนี้

ต่อไปมาดูโค้ดส่วนที่สำคัญมาก ‘main.py’ คือไฟล์สคริปท์หลักของโปรแกรม Surveyor Pocket Tools ต่อไปคือ pathex เป็นไดเรคทอรีของไฟล์ไพทอนสคริปท์ และ datas ที่ผมจัดการรวม added_files และ pyside2_resources เข้าด้วยกัน สุดท้าย hookspath คือไดเรคทอรีที่เก็บไฟล์ hook ไว้ สำหรับไฟล์ hook นี้ PyInstaller จะอ่านสคริปท์นี้ทีละไฟล์มาตัดสินใจว่าจะขนข้อมูลไดเรคทอรีไหนไป ผมเลือกใช้ดีฟอลท์ครับคือปล่อยว่าง

a = Analysis(['main.py'],
             pathex=['D:\\sourcecodes\\python\\surveyor pocket tools'],
             binaries=None,
             datas=added_files + pyside2_resources,
             hiddenimports=[],
             hookspath=[],
             runtime_hooks=[],
             excludes=[],
             win_no_prefer_redirects=False,
             win_private_assemblies=False,
             cipher=block_cipher)

ใช้ PyInstaller คอมไพล์ไฟล์ setup.spec

ผมใช้ Minoconda เมื่อจะคอมไพล์ก็เรียก command prompt มาดังนี้ ใช้คำสั่ง cd เข้ามาที่พาทของสคริปท์ของไพทอน ใช้คำสั่ง dir ดูไฟล์ setup.spec

ต่อไปทำการคอมไพล์ ด้วยคำสั่ง

pyinstaller setup.spec

ผลลัพธ์ของ PyInstaller

ไฟล์ของไลบรารี Proj4 (pyproj) ที่ต้องใช้

เมื่อคอมไพล์เสร็จแล้ว ไม่มี error จะได้ไดเรคทอรีมาสองคือ “build” และ “dist” เมื่อเข้าไปดูใน “dist” จะเห็นไดเรคทอรีย่อยช “setup” ชื่อไดเรคทอรีนี้ PyInstaller จะสร้างตามชื่อหน้าของไฟล์ setup.spec เมื่อเข้าดูที่ไดเรคทอรี “setup” จะเห็นไฟล์ต่างๆที่โปรแกรมต้องการ

ผมลองดับเบิ้ลคลิกไฟล์ “surveyor pocket tools.exe” ก็สามารถเปิดมาและทำงานได้ตามปกติ ลองดูชื่อไดเรคทอรีจะเห็นสองไดเรคทอรี ที่ได้จากไฟล์ hooks คือ openpyxl และ pyproj ลองเข้าไปดูในไดเรคทอรี จะเห็นข้อมูลที่ pyproj ขนไปใช้ หมายเหตุว่าข้อมูลนี้ pyproj จะนำไปเป็นฐานข้อมูลในการแปลงพิกัดตาม datum และ projection

ทำไฟล์ Setup ด้วย Inno Setup

จากนั้นผมจะ copy ไดเรคทอรีที่อยู่ใน “setup” ไปไว้อีกที่หนึ่ง พื้นที่นี้สำหรับใช้ Inno Setup มาทำไฟล์ติดตั้ง ลองดูไดเรคทอรี

ในไดเรคทอรีนี้ผมจะมีไฟล์ “surveyorpockettools64.iss” เป็นไฟล์สคริปท์ของ Inno Setup เพื่อสร้างไฟล์ติดตั้ง setup สำหรับวินโดส์ 64 บิต

#define MyAppName "Surveyor Pocket Tools"
#define MyAppEXE "Surveyor Pocket Tools.exe"
#define MyShortAppName "SurveyorPocketTools"
#define MyMainRoot "Survey Suite"
#define Developer "Prajuab Riabroy"
#define Version "1.02"
#define Build "641"

[Setup]
AppName={#MyAppName}
AppVerName={#MyAppName} V{#Version}
DefaultDirName={pf}\{#MyMainRoot}\{#MyAppName}
DefaultGroupName={#MyMainRoot}\{#MyAppName}
UseSetupLdr=yes
UninstallDisplayIcon={app}\{#MyAppEXE}
VersionInfoProductName={#MyAppName}
VersionInfoCompany=priabroy
VersionInfoCopyright=Copyright 2000-2017 by {#Developer}
VersionInfoDescription={#MyAppName}
VersionInfoProductVersion={#Version}
VersionInfoVersion={#Version}
OutputDir=Setup
OutputBaseFilename={#MyShortAppName}V{#Version}Build{#Build}Setup64
;OutputDir=TraverseProV250Setup64
; "ArchitecturesAllowed=x64" specifies that Setup cannot run on
; anything but x64.
ArchitecturesAllowed=x64
; "ArchitecturesInstallIn64BitMode=x64" requests that the install be
; done in "64-bit mode" on x64, meaning it should use the native
; 64-bit Program Files directory and the 64-bit view of the registry.
;ArchitecturesInstallIn64BitMode=x64
ArchitecturesInstallIn64BitMode=x64
AppPublisher={#Developer}
AppPublisherURL=https://www.surveyorpockettools.org
AppVersion={#Version}.{#Build}
LicenseFile = eula.txt
ChangesEnvironment=yes
SolidCompression=yes
Compression=lzma2/ultra64
LZMAUseSeparateProcess=yes
LZMADictionarySize=1048576
LZMANumFastBytes=273

[Files]
Source: "{#MyAppName}.exe"; DestDir: "{app}"
Source: "qtwebengineprocess.exe"; DestDir: "{app}"
Source: "base_library.zip"; DestDir: "{app}" ;
Source: "qt5_plugins\*"; DestDir: "{app}\qt5_plugins\"; Flags: ignoreversion recursesubdirs
Source: "certifi\*"; DestDir: "{app}\certifi\"; Flags: ignoreversion recursesubdirs
Source: "PySide2\*"; DestDir: "{app}\PySide2\"; Flags: ignoreversion recursesubdirs
Source: "database\*"; DestDir: "{userappdata}\{#MyAppName}\database\";
Source: "markers\*"; DestDir: "{userappdata}\{#MyAppName}\markers\";
Source: "example data\*"; DestDir:"{userappdata}\{#MyAppName}\example data\";
Source: "pyproj\data\*"; DestDir: "{userappdata}\pyproj\data\";
Source: "pyproj\*.pyd"; DestDir: "{app}\pyproj\";
Source: "lxml\*"; DestDir: "{app}\lxml\";
Source: "shiboken2\*"; DestDir: "{app}\shiboken2\";
Source: "*.pak"; DestDir: "{app}";
Source: "*.dll"; DestDir: "{app}"
Source: "*.pyd"; DestDir: "{app}"
Source: "*.xml"; DestDir: "{userappdata}\{#MyAppName}\";
Source: "qt.conf"; DestDir: "{app}"
Source: "icudtl.dat"; DestDir: "{app}"

[Icons]
;create icon at start menu group
Name: "{group}\{#MyAppName}"; Filename: "{app}\{#MyAppExe}"
;create icon at desktop
Name: "{commondesktop}\{#MyAppName}"; FileName:"{app}\{#MyAppExe}"

[Registry]
; Start "Software\My Company\My Program" keys under HKEY_CURRENT_USER
; and HKEY_LOCAL_MACHINE. The flags tell it to always delete the
; "My Program" keys upon uninstall, and delete the "My Company" keys
; if there is nothing left in them.
Root: HKCU; Subkey: "Software\{#MyMainRoot}"; Flags: uninsdeletekeyifempty
Root: HKCU; Subkey: "Software\{#MyMainRoot}\{#MyAppName}"; Flags: uninsdeletekey
Root: HKLM; Subkey: "Software\{#MyMainRoot}"; Flags: uninsdeletekeyifempty
Root: HKLM; Subkey: "Software\{#MyMainRoot}\{#MyAppName}"; Flags: uninsdeletekey
Root: HKLM; Subkey: "Software\{#MyMainRoot}\{#MyAppName}\Settings"; ValueType: string; ValueName: "InstalledPath"; ValueData: "{app}"
Root: HKLM; Subkey: "Software\{#MyMainRoot}\{#MyAppName}\Settings"; ValueType: string; ValueName: "DevelopedBy"; ValueData: "{#Developer}"
Root: HKLM; Subkey: "Software\{#MyMainRoot}\{#MyAppName}\Settings"; ValueType: string; ValueName: "ApplicationName"; ValueData: "{#MyAppName}"
;Root: HKCU; Subkey: "Environment"; ValueType:string; ValueName:"PROJ_LIB"; ValueData:"{userappdata}\{#MyAppName}\geoidgrids\" ; Flags: preservestringtype ;

ถ้าเป็นไฟล์สำหรับ Surveyor Pocket Tools รุ่น 32 บิตเพียงใส่คอมเมนต์หน้า ;ArchitecturesInstallIn64BitMode=x64 ก็พอ สำหรับรายละเอียดสคริปท์ของ Inno Setup ผมจะไม่กล่าวถึงรายละเอียดในที่นี้ผู้อ่านที่สนใจสามารถศึกษาได้ครับ จากนั้นก็ใช้ Inno Setup ทำการ build ก็จะได้ไฟล์ Exe เดี่ยวๆ ที่สามารถ zip ไปให้ผู้ใช้ได้ download ต่อไป พบกันตอนหน้าครับ

ก้าวไปอีกหนึ่งก้าวกับ XSection Plot

สวมวิญญานใหม่ด้วย PySide2

หลังจากผมคอมไพล์ XSection Plot ใหม่ด้วยสภาวะแวดล้อมพัฒนาของ Qt5 platform ด้วย PySide2 ผมเปลี่ยนลิขสิทธิ์ของโปรแกรมเดิมที่กำกวมออกมาฟรีสมบูรณ์แบบเหมือนกันกับ Surveyor Pocket Tools สามารถนำไปทำซ้ำแจกจ่ายได้ตามอัธยาศัย แต่ห้ามดัดแปลง ห้ามนำไปจำหน่ายหรือให้เช่า

XSection Plot
Copyright (C) Prajuab Riabroy. All Rights Reserved.

XSection Plot is free for use in any environment, including but not necessarily limited to: personal, academic, commercial, government, business, non-profit, and for-profit. "Free" in the preceding sentence means that there is no cost or charge associated with the installation and use of XSection Plot. 
Permission is hereby granted, free of charge, to any person obtaining a copy of this software (the "Software"), to use the Software without restriction, including the rights to use, copy, publish, and distribute the Software, and to permit persons to whom the Software is furnished to do so.

You may not modify, adapt, rent, lease, loan, sell, or create derivative works based upon the Software or any part thereof. 

The above copyright notice and this permission notice shall be included in all copies of the Software.

THE SOFTWARE IS PROVIDED "AS IS", WITHOUT WARRANTY OF ANY KIND, EXPRESS OR IMPLIED, INCLUDING BUT NOT LIMITED TO THE WARRANTIES OF MERCHANTABILITY, FITNESS FOR A PARTICULAR PURPOSE AND NONINFRINGEMENT. IN NO EVENT SHALL THE AUTHORS OR COPYRIGHT HOLDERS BE LIABLE FOR ANY CLAIM, DAMAGES OR OTHER LIABILITY, WHETHER IN AN ACTION OF CONTRACT, TORT OR OTHERWISE, ARISING FROM, OUT OF OR IN CONNECTION WITH THE SOFTWARE OR THE USE OR OTHER DEALINGS IN THE SOFTWARE.

แก้ไข bugs

นอกจากย้ายโค้ดมาใช้ PySide2 แล้ว ผมเลยถือโอกาสแก้บั๊กเล็กน้อยไปหลายอย่าง เช่น

  • เวลาคลิกขวาเพื่อเรียกเมนูในช่องป้อนข้อมูล โปรแกรมจะ terminate ทันที
  • ใน Section Layout ตรง Horizontal Grid เมื่อปรับ Distance from CL to left ไปแล้ว โปรแกรมไม่จำค่าใหม่
  • อื่นๆอีกเล็กน้อยประมาณสิบกว่าอย่าง

คอมไพล์และสร้างไฟล์ execute binary ด้วย PyInstaller

ตอนนี้โปรแกรมสนับสนุนทั้ง 32 บิตและ 64 บิต ผมใช้ PyCharm เป็นทูลส์ในการพัฒนา และเลือกได้ว่าจะใช้ 32 บิตหรือ 64 บิต เมื่อโปรแกรม stable แล้ว ก็จะสร้าง execute binary file ด้วย PyInstaller ตามสภาวะแวดล้อม ต้องทำสองครั้ง ครั้งแรก 32 บิตและครั้งที่สอง 64 บิต โดยแต่ละครั้งจะได้ไฟล์ exe, pyd, dll รวมถึงไลบรารีของไพทอนที่เราเรียกใช้ และที่สำคัญคือไลบรารีของ PySide2

ทำไฟล์ Setup ด้วย Inno Setup

ไฟล์ที่ได้จาก PyInstaller ทั้งหมด ผมจะนำมาสร้างไฟล์ Setup ด้วย Inno Setup เพื่อนเก่าที่ใช้กันมานมนาน มีดีเพียงพอที่จะสร้างไฟล์ Setup ได้ง่ายๆ มี options ให้เลือกพอสมควร สุดท้ายจะได้ไฟล์ Setup ที่เป็น Execute file ไฟล์เดียวพร้อมจะนำไปอัพโหลดให้ผู้ใช้นำไปใช้งานได้

ทดสอบโปรแกรมด้วยแบบรูปตัดตามยาว

ผมจะลองทดสอบโปรแกรมจากข้อมูล ความจริง XSection Plot คือโปรแกรมสร้างหรือช่วยเขียนรูปตัดตามขวาง แต่ยังพอเอามาประยุกต์ใช้กับ Long Profile ได้ แต่ไฟล์ข้อมูลส่วนใหญ่จะมีข้อมูลเพียงหนึ่ง Section เท่านั้นจะเริ่มจากไฟล์ข้อมูลของ Existing Ground Section ก่อนครับ ข้อมูลดังในกรอบข้างล่าง สามารถ copy ไป paste ในโปรแกรม text file editor เช่น Notepad ได้จากนั้น save ตั้ง extension เป็น gxml (ตัวอย่างผมตั้งชื่อว่า lake-road.gxml)

<root version="1.0">
  <!--Generated by XSection Plot-->
  <!--This data file is Existing ground section-->
  <Header>
    <AppName>XSection Plot</AppName>
    <Developer>Prajuab Riabroy</Developer>
    <Version>4.1.512</Version>
    <SectionType>Ground</SectionType>
    <DateCreated>2017-11-18 18:57:18.700532</DateCreated>
  </Header>
  <ProjectInfo>
    <ProjectName>Cantonment Lake</ProjectName>
    <ClientName></ClientName>
    <ContractorName></ContractorName>
    <DrawingTitle></DrawingTitle>
    <DrawnName></DrawnName>
    <ApprovedName></ApprovedName>
    <ClientApprovedName></ClientApprovedName>
    <CheckedName></CheckedName>
    <SurveyorName></SurveyorName>
    <SurveyedDate></SurveyedDate>
    <DrawingNo></DrawingNo>
    <SheetNo></SheetNo>
    <DrawingDate></DrawingDate>
    <Revision></Revision>
    <UseLocaleLanguage>False</UseLocaleLanguage>
    <MapTexts>
      <MapText Label="Client" Locale="เจ้าของโครงการ"/>
      <MapText Label="Contractor" Locale="ผู้รับจ้าง"/>
      <MapText Label="Drawn" Locale="เขียน"/>
      <MapText Label="Design" Locale="ออกแบบ"/>
      <MapText Label="Surveyor" Locale="ผู้สำรวจ"/>
      <MapText Label="Surveyed Date" Locale="วันที่สำรวจ"/>
      <MapText Label="Checked" Locale="ตรวจสอบ"/>
      <MapText Label="Approved" Locale="อนุมัติ"/>
      <MapText Label="Client Approved" Locale="ผู้คุมงานอนุมัติ"/>
      <MapText Label="Drawing No." Locale="แบบเลขที่"/>
      <MapText Label="Plotted Date" Locale="แบบวันที่"/>
      <MapText Label="Project" Locale="โครงการ"/>
      <MapText Label="Drawing Title" Locale="แผนที่แสดง"/>
      <MapText Label="Sheet No." Locale="แบบเลขที่"/>
      <MapText Label="Scale" Locale="มาตราส่วน"/>
      <MapText Label="Vertical" Locale="ทางดิ่ง"/>
      <MapText Label="Horizontal" Locale="ทางราบ"/>
      <MapText Label="Vertical Scale" Locale="มาตราส่วนทางดิ่ง"/>
      <MapText Label="Horizontal Scale" Locale="มาตราส่วนทางราบ"/>
      <MapText Label="Legend" Locale="สัญลักษณ์"/>
      <MapText Label="Note" Locale="หมายเหตุ"/>
      <MapText Label="Geodetic Information" Locale="ข้อมูลระบบพิกัด"/>
      <MapText Label="No." Locale="ครั้งที่"/>
      <MapText Label="Amendments" Locale="ความเห็น"/>
      <MapText Label="By" Locale="โดย"/>
      <MapText Label="Date" Locale="วันที่"/>
      <MapText Label="Revision" Locale="ครั้งที่แก้ไข"/>
    </MapTexts>
  </ProjectInfo>
  <SectionOptions>
    <VerticalScale>500.0</VerticalScale>
    <HorizontalScale>1000.0</HorizontalScale>
    <HozGridSpace>10.0</HozGridSpace>
    <VertGridSpace>2.0</VertGridSpace>
    <GridLineType>0</GridLineType>
    <CalcIntersection>True</CalcIntersection>
    <CalcArea>True</CalcArea>
    <TrimTypical>False</TrimTypical>
    <NumDecimalElev>3</NumDecimalElev>
    <NumDecimalDist>3</NumDecimalDist>
    <UseIntervalText>True</UseIntervalText>
    <IntervalDist>10.0</IntervalDist>
    <PrefixText>MSL</PrefixText>
    <PostfixText>MSL</PostfixText>
    <UsePostPrefix>1</UsePostPrefix>
    <UseOffsetElevFormat>2</UseOffsetElevFormat>
    <CalcPlotAreaCut>True</CalcPlotAreaCut>
    <CalcPlotAreaFill>True</CalcPlotAreaFill>
    <NumVertCLLeft>1</NumVertCLLeft>
    <NumVertCLRight>90</NumVertCLRight>
    <NumHozTopBottom>10</NumHozTopBottom>
    <LeftSideText>LT.</LeftSideText>
    <RightSideText>RT.</RightSideText>
    <StationText>Km.</StationText>
    <SelectedTBlock>2</SelectedTBlock>
    <NumSectionRows>1</NumSectionRows>
    <NumSectionColumns>1</NumSectionColumns>
    <SurveyType>0</SurveyType>
    <PlotTBlock>True</PlotTBlock>
    <SwapLeftAndRight>False</SwapLeftAndRight>
  </SectionOptions>
  <PageSetup>
    <Size>Custom</Size>
    <Width>930.0</Width>
    <Height>200.0</Height>
  </PageSetup>
  <Sections>
    <NumSections>1</NumSections>
    <Section Name="0+000">
      <XPositionOnPaper>47.2</XPositionOnPaper>
      <YPositionOnPaper>11.7</YPositionOnPaper>
      <TopGridElev>14.0</TopGridElev>
      <NumPoints>29</NumPoints>
      <Points>
        <Point Elevation="5.741" Offset="0.0"/>
        <Point Elevation="5.802" Offset="29.5"/>
        <Point Elevation="4.186" Offset="44.5"/>
        <Point Elevation="1.955" Offset="66.778"/>
        <Point Elevation="1.04" Offset="84.5"/>
        <Point Elevation="1.017" Offset="114.5"/>
        <Point Elevation="0.895" Offset="144.5"/>
        <Point Elevation="1.162" Offset="174.5"/>
        <Point Elevation="1.012" Offset="234.5"/>
        <Point Elevation="1.145" Offset="264.5"/>
        <Point Elevation="1.16" Offset="316.642"/>
        <Point Elevation="1.317" Offset="339.5"/>
        <Point Elevation="1.619" Offset="386.947"/>
        <Point Elevation="1.518" Offset="409.5"/>
        <Point Elevation="1.311" Offset="454.5"/>
        <Point Elevation="1.261" Offset="484.5"/>
        <Point Elevation="1.065" Offset="544.5"/>
        <Point Elevation="1.113" Offset="574.5"/>
        <Point Elevation="2.799" Offset="634.5"/>
        <Point Elevation="1.664" Offset="664.5"/>
        <Point Elevation="1.442" Offset="694.5"/>
        <Point Elevation="1.108" Offset="724.5"/>
        <Point Elevation="1.099" Offset="754.5"/>
        <Point Elevation="1.854" Offset="784.5"/>
        <Point Elevation="1.549" Offset="814.5"/>
        <Point Elevation="8.402" Offset="844.5"/>
        <Point Elevation="8.555" Offset="866.792"/>
        <Point Elevation="8.68" Offset="889.5"/>
        <Point Elevation="8.58" Offset="916.9"/>
      </Points>
    </Section>
  </Sections>
</root>

ต่อไปเป็น Typical Section ขนาดเล็กกว่า ผมตั้งชื่อว่า lake-typical.txml

<root version="1.0">
  <!--Generated by XSection Plot-->
  <!--This data file is Typical section-->
  <Header>
    <AppName>XSection Plot</AppName>
    <Developer>Prajuab Riabroy</Developer>
    <Version>4.1.512</Version>
    <SectionType>Typical</SectionType>
    <DateCreated>2017-11-18 18:57:26.689154</DateCreated>
  </Header>
  <Sections>
    <NumSections>1</NumSections>
    <Section Name="">
      <XPositionOnPaper>47.2</XPositionOnPaper>
      <YPositionOnPaper>11.7</YPositionOnPaper>
      <TopGridElev>0.0</TopGridElev>
      <NumPoints>4</NumPoints>
      <Points>
        <Point Elevation="5.0" Offset="36.944"/>
        <Point Elevation="5.0" Offset="695.0"/>
        <Point Elevation="8.4" Offset="845.0"/>
        <Point Elevation="8.44" Offset="900.0"/>
      </Points>
    </Section>
  </Sections>
</root>

เปิดไฟล์ข้อมูลทดสอบบน XSection Plot

จากนั้นนำสองไฟล์มาเปิดด้วย XSection Plot เวลาเปิดไฟล์ให้เลือกรูปแบบของไฟล์ด้วยจะได้เปิดง่าย  มีชื่อ extension ตามลำดับดังนี้ gxml, txml

จะได้ข้อมูลปรากฎขึ้นบนโปรแกรมดังนี้

ตั้งหน้ากระดาษ (Page Setup)

ผมลองเลือกใช้หน้ากระดาษที่ไม่มาตรฐานเพื่อให้ฟิตกับขนาดรูปตัดตามยาว ยาว 940 มม. และกว้าง 200 มม.

ตั้งค่า (Settings)

ผมตั้งสเกลทางราบเป็น 1:1000 และสเกลทางดิ่ง 1:250 อย่างอื่นดูรูปด้านล่าง

จัดวางรูปตัดบนกระดาษ (Section Layout)

จะเห็นกระดาษขนาด 200 มม. x 940 มม. แล้วเลือกพารามิเตอร์ดังรูปด้านล่าง

ดูรูปตัด (Section Viewer)

จะเห็นรูปตัดตามยาวที่ประกอบไปด้วย Existing Ground และ Typical

ลองซูมดู ก็ได้แบบ drawing มาพอถูๆไถๆ ที่สามารถนำไปเขียนเพิ่มเติมได้ในโปรแกรมด้านเขียนแบบทั้งหลายเช่น Autocad, Microstation, Draftsight

Save to DXF

จัดเก็บไฟล์ในรูป Autocad DXF เพื่อสามารถนำไปเปิดในโปรแกรมอื่นได้

เปิดไฟล์แบบรูปตัดตามยาว

ผมใช้ Microstation เปิดแบบรูปตัดตามยาวได้ผลลัพธ์ดังนี้และพร้อมจะนำแบบไปเขียนเพิ่มเติมตามความต้องการ

ครับคงอีกไม่นานก็จะคงจะปล่อยเวอร์ชั่นเสถียรให้สามารถดาวน์โหลดได้ พบกันใหม่ครับ

แนะนำการย้ายโค้ดจาก PyQt5 เป็น PySide2

ย้ายโค้ด XSection Plot

ในขณะนี้ทำงานอยู่ที่บังคลาเทศ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่กรุงธากา มีโอกาสกลับมาพัก ก็พอมีเวลาว่างพยายามย้ายโค้ดของโปรแกรม XSection Plot จากของเดิมที่พัฒนาด้วย PyQt5 ที่ยังติดเรื่องลิขสิทธิ์บางส่วน โดยย้ายมาใช้ PySide2 ที่เปิดกว้างกว่า ความจริงทั้งคู่ใช้เครื่องยนต์ (Engine) เดียวกันคือ Qt5 platform ดังนั้นเมื่อย้ายโค้ดสำเร็จแล้วเวลารันก็หน้าตาเหมือนกันเป๊ะดังรูปด้านล่างที่คอมไพล์ด้วย PySide2

จัดการปลั๊กอิน PySide2

การย้ายโค๊ดใช้เวลาไม่นานนัก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากผมเคยย้ายโค้ด Surveyor Pocket Tools ทำให้รู้แนวทางลัดพอสมควร อันดับแรกขอย้อนกลับหน่อย เนื่องจาก PySide2 จะมองหาโฟลเดอร์ลิ๊งค์ไลบรารีของตัวเองชื่อ “plugins” ถ้าไม่เจอจะ error แล้วหยุดทันที ดังนั้นก่อนอื่นควรจะแทรกโค๊ดนี้เข้าไปก่อน เริ่มตั้งแต่ import PySide2 ตามด้วยตรวจสอบว่า PySide2 อยู่ที่โฟลเดอร์ไหนจัดเก็บเข้าตัวแปร dirname จากนั้นค้นหาพาทของ “plugins” ที่อยู่ใต้โฟลเดอร์ dirname ด้วยคำสั่ง os.path.join()

import os
import sys
import PySide2
dirname = os.path.dirname(PySide2.__file__)
plugin_path = os.path.join(dirname, 'plugins', '')
os.environ['QT_QPA_PLATFORM_PLUGIN_PATH'] = plugin_path
print('plugin_path = ', plugin_path)

ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ผม จะปริ๊นท์พาทของ “plugins” ดังนี้

plugin_path =  C:\Miniconda3\envs\py36_64\lib\site-packages\PySide2\plugins\

เพราะว่าผมใช้ Miniconda เป็นตัวจัดการระบบ environment ของ python ผมสร้าง envs ชื่อ “py36_64” เป็น python รุ่น 3.6 แบบ 64 บิต และ PySide2 ก็จะถูกติดตั้งมาอยู่ภายใต้โฟลเดอร์นี้ อีก envs หนึ่งที่สร้างไว้ชื่อ “py36_32” เป็น python รุ่น 3.6 แบบ 32 บิต เมื่อรันโปรแกรมแล้วจะปริ๊นท์พาทมาดังนี้

plugin_path =  C:\Miniconda3\envs\py36_32\lib\site-packages\PySide2\plugins\

วิธีการสร้าง environment สำหรับไพทอนก็กลับไปดูโพสต์เก่าของผมได้ครับ

เปลี่ยนคำ PyQt5 เป็น PySide2

ยังอยู่ในส่วน import ที่โค๊ดเดิมของโปรแกรมผมเรียกใช้ไลบรารีของ PyQt5 ดังนี้

from PyQt5.QtGui import QPixmap, QIcon, QKeySequence, QFont, QIntValidator, QCursor
from PyQt5.QtCore import Qt, pyqtSlot, QSettings, QFileInfo, QSize, QFile
from PyQt5.QtWidgets import QUndoStack, QSplashScreen, QApplication, QMainWindow, QTabWidget, QAction, QStatusBar,\
     QMenu, QWidget, QSizePolicy, QLineEdit, QFileDialog, QMessageBox, QDesktopWidget

เปลี่ยนเป็น

from PySide2.QtGui import QPixmap, QIcon, QKeySequence, QFont, QIntValidator, QCursor
from PySide2.QtCore import Qt, Slot, QSettings, QFileInfo, QSize, QFile
from PySide2.QtWidgets import QUndoStack, QSplashScreen, QApplication, QMainWindow, QTabWidget, QAction, QStatusBar,\
     QMenu, QWidget, QSizePolicy, QLineEdit, QFileDialog, QMessageBox, QDesktopWidget

ส่วนใหญ่เกือบ 99.99% ที่เหมือนกัน ยกเว้น Signal & Slot

Signal and Slot

มีข้อแตกต่างกันเล็กน้อย เช่นเดิมใน PyQt5 เรียกใช้ pyqtSlot, pyqtSignal ให้เปลี่ยนเป็น Slot, Signal ใน PySide2 ครับ
นอกจากส่วน import แล้ว ในโค๊ดเดิมที่ประกาศคลาส โค้ดเดิมผมเรียกใช้ Signal and Slot ดังนี้

class OverlapSection(QObject):
    '''Horizontal & Vertical overlapped.'''
    overlapped = pyqtSignal(str)

    def __init__(self):
            QObject.__init__(self)

    def emitOverlapSignal(self, message):
        self.overlapped.emit(message)

เปลี่ยนใหม่เป็น

class OverlapSection(QObject):
    '''Horizontal & Vertical overlapped.'''
    overlapped = Signal(str)

    def __init__(self):
            QObject.__init__(self)

    def emitOverlapSignal(self, message):
        self.overlapped.emit(message)

ติดตั้ง PySide2

ก็ขอแนะอีกนิดว่า PySide2 เวลาติดตั้งให้ใช้แพ๊คเกจแบบ wheel ที่ทางทีมงานได้ทำไว้ดีกว่าครับ ติดตั้งง่ายไม่งอแง ดาวน์โหลดได้ตามลิ๊งค์นี้ จะสังเกตเห็นชื่อไฟล์ประมาณนี้

PySide2-5.6-cp35-cp35m-win32.whl    PySide2-5.6-cp35-cp35m-win_amd64.whl    PySide2-5.6-cp36-cp36m-win32.whl  PySide2-5.6-cp36-cp36m-win_amd64.whl 

จะเห็นว่า PySide2 สนับสนุนทั้งไพทอน 3.5 และ 3.6 และในตอนนี้ Qt5 รุ่น  5.6 สำหรับคำสั่งที่ติดตั้งก็ง่ายๆใช้ pip ตามด้วยชื่อไฟล์ wheel

pip install PySide2-5.6-cp36-cp36m-win_amd64.whl 

ปัจจุบันสามารถติดตั้งโดยคำสั่ง pip install PySide2

สรุปแล้วการย้ายโค้ดง่ายๆไม่ลำบากกินแรง แต่ไปกินแรงเข็นครกอีกทีคือตอนสร้างไบนารีไฟล์ด้วย Pyinstaller ความจริง Pyinstaller ถ้าเข้าใจแล้วปรับใช้ได้ไม่ยาก แต่สำหรับมือใหม่บอกตรงๆว่า ถ้าโปรแกรมที่พัฒนาเรียกใช้ไลบรารีมากหลายอันแล้ว เป็นนรกลูกย่อมๆครับ ถ้าไลบรารีตัวไหนมีคนเขียนไฟล์ hook ให้ก็ง่ายหน่อย แต่ถ้าไม่มีต้องออกแรงกันพอสมควร สำหรับ PySide2 ผมจัดการแบบ manual ครับ รู้ว่าตอนโปรแกรมรันมันต้องการอะไร ตอนใช้ Pyinstaller ผมก็จัดการ copy ไฟล์ไปตามต้องการ ถ้ามีโอกาสจะมาเขียนเรื่องการใช้ Pyinstaller อีกสักตอน พบกันตอนหน้าครับ