ผมทำงานสำรวจมาสามสิบกว่าปี ในช่วงเวลานั้นผ่านกล้องและเครื่องมือมามากมาย แต่ Sokkia SDL30 คือหนึ่งในเครื่องที่ดีที่สุดที่เคยใช้โดยเฉพาะตอนอยู่บังคลาเทศโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้ามหานครกรุงธากา ส่วนเครื่อง SDL30 ที่จะกล่าวถึงในบทความนี้มันเก่ากว่านั้นมากๆ ทางสปอนเซอร์ของผมซื้อมาแบบมือสองหรือมือสามก็ไม่รู้ด้วยเห็นว่าสภาพมันดีมาก หมายเลขซีเรียล 001786 รอมรุ่น 1112
เมื่อตรวจสอบหมายเลขซีเรียล 001786 รอมรุ่น 1112 จากหมายเลขซีเรียลนำหน้าด้วย 00 จากการหาข้อมูลพบว่าปีที่จำหน่ายคือปี 2000 เมื่อดูรอมแล้วพบรอมรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ขายในญี่ปุ่น คู่มือที่ติดมาในกล่องกล้องเป็นภาษาญี่ปุ่นภาษาเดียว อ่านไม่ออก ถ่ายรูปแล้วส่งให้คุณคล็อดเอไอแปลได้สบายๆ





รุ่นลิมิเตดอิดิชั่นไม่มีเมโมรี
แรกๆสปอนเซอร์ผมคุยกับผู้ขาย เขาบอกว่าไม่มีการบันทึกข้อมูลเข้า Internal memory แต่สามารถส่งข้อมูลออกภายนอกได้ (data-out) เมื่อสปอนเซอร์โทรมาปรึกษาผมซึ่งผมเองก็ยังคิดอยู่ว่ากล้องดิจิทัลมีที่ไหนจะเม็มไม่ได้ คนขายยังบอกต่อว่ามี SDR33 เอาไว้บันทีกข้อมูลและยินดีให้ฟรี เมื่อได้ยินอย่างนั้นผมก็ให้ทางสปอนเซอร์ซื้อได้
พอส่งของมาเสร็จ เปิดดูกล้องระดับพบคู่มือภาษาญี่ปุ่นหนึ่งเล่มสภาพดีมาก ใสแบตเตอรีเปิดกล้องระดับมาดู ไล่หาเมมโมรีบนเมนู สักพักสรุปได้ว่าไม่มีจริงๆ ค้นในอินเทอร์เน็ตพบว่ามีแต่รุ่นที่มีเมโมรีออกมาขายเป็นโกลบอลพอตรวจหมายเลขซีเรียลก็เลยทราบว่าเป็นกล้องมาจากญี่ปุ่นแท้ๆ
ทางคนขายก็ส่ง SDR33 ตามหลัง บอกเหตุผลว่าหาของให้ครบก่อนค่อยส่ง สภาพ SDR33 มาถึงผมตกใเพราะว่าสภาพที่แตกหัก จอดำปี๋ ผมดูๆแล้วยากที่จะใช้งานได้ มิน่าคนขายถึงไม่เอาเงิน 555 ผมลองไปค้นดูในอีเบย์ ตอนแรกคิดว่าราคาหลักพันบาทเพราะเป็นของเก่าเก็บ ผมต้องตกใจกับราคาที่เห็นตั้งแต่ 25000 บาทจนถึง 35000 บาท ราคาขนาดนี้กลายเป็นของแปลกหายากเอาไว้เก็บสะสมกันแล้ว ไม่ใช่เอามาใช้งาน


สามชิ้นส่วน หนึ่งสาย หนึ่งแนวคิด
SDL30 สื่อสารด้วย RS-232 ผ่านขั้วต่อแบบกลมหกขา Hirose HR10A-7P-6P ที่แผงด้านหลัง มีป้ายกำกับว่า “DATA OUT” นั่นคือจุดเชื่อมต่อสายกับ SDR33 พอรู้ตรงนี้แล้วความคิดที่เหลือก็ตามมาเองตามธรรมชาติ
ใช่ครับผมคิดถึง ESP32 น่าจะช่วยได้ ตัว ESP32 รุ่นที่ผมมี ESP32-WROOM-32 ผมมีอยู่หลายตัวในกล่องเก็บของ มีแฟลชเมโมรี 4 MB และผมมี ESP32S3-N16 ขนาดแฟลชเมโมรี 16 MB อยู่หนึ่งตัว ถ้าเปรียบเทียบไมโครคอนโทรลเลอร์กับพวก Raspberry Pi หรือ Orange Pi เหมือนกับเมโมรีน้อยนิดน่าสงสาร แต่อย่าลืมว่าพวกไมโครคอนโทรลเลอร์ไม่มีโอเอสที่กินเมโมรี จะมีแต่เฟิร์มแวร์ขนาดเล็กมาก อย่าง FreeTOS ในเคส ESP32 ทางผู้ผลิตได้เตรียมมาแล้ว เราเพียงแต่เขียนโปรแกรมที่ต้องการใช้งาน ในภาพรวมแล้ว งานต้องไม่ซับซ้อนมาก ไม่กินแรงซีพียูมาก สำหรับงานระดับของ SDL30 อยู่ในเกณฑ์ที่นำมาใช้ได้
การต่อแบบอนุกรม RS-232 ใช้แรงดันไฟฟ้า 12V จะต้องมีตัวแปลงลดแรงดันไฟฟ้ามาเหลือ 3.3V เพื่อใช้กับบอร์ดไมโครคอนโทลเลอร์ในที่นี้ผมจะใช้บอร์ดขนาดเล็ก SP3232EEN
ดังนั้นสามชิ้นส่วนที่ผมกล่าวถึงคือ กล้องระดับ SDL30 ต่อเข้ากับตัวแปลงสัญญาณ SP3232EEN และสุดท้ายต่อเข้าบอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ ESP32
| Spec | ESP32-WROOM-32 | ESP32-S3-N16 |
|---|---|---|
| Flash | 4MB | 16MB |
| RAM | 520KB SRAM | 512KB SRAM + 8MB PSRAM |
| CPU | Xtensa LX6 240MHz | Xtensa LX7 240MHz (dual) |
| SPIFFS available | ~875KB | ~13MB |
| Max records (BF) | ~19,400 | ~295,000 |
| Max setups (BFFB) | ~4,850 setups | ~73,750 setups |
| Max points (BF) | ~9,700 points | ~147,500 points |
| Max points (BFFB) | ~4,850 points | ~73,750 points |
| Price (approx) | ฿150-200 | ฿250-350 |


สำหรับ ESP32-WROOM-32 ผมเคยใช้มาหลายโครงการแล้วโมดูลตัวเล็กที่ทรงพลัง มี WiFi ในตัว ESP32 ใช้ระดับสัญญาณ 3.3V เรียกว่า TTL (Transistor-Transistor Logic)
อุปกรณ์ที่ใช้ร่วมในโครงงานนี้
ESP32 ต้องการพลังงานมาเลี้ยงขนาด 5V เนื่องจากต้องการความกระทัดรัดต้องออกแบบแบตเตอรีเลี้ยงแล้วชาร์จด้วย ผมเลือกถ่าน 18650 ขนาด 3.7V เมื่อต้องการชาร์จก็ต้องมีบอร์ด (PL4056) มาทำหน้าที่ตรงนี้และตัดกระแสไฟฟ้าออกด้วยเมื่อชาร์จเต็มแล้ว เนื่องจาก 3.7V ของถ่านไม่พอจะเลี้ยง ESP32 เราจะต้องมีบอร์ดอีกหนึ่งบอร์ด (MT3608) มาทำหน้า step-up ปรับแรงดันไปที่ 5V ความจริงแล้ว ESP32 ต้องการไฟมาเลี้ยงที่ 5V แต่ระดับสัญญาณบนบอร์ดใช้แค่ 3.3V TTL
แต่ผมมาคิดอีกทีสมัยนี้เพาเวอร์แบ๊งค์หาซื้อง่าย ขนาดที่ไม่ใหญ่มากน่าะเอามารัดกับกล่อง ESP32 อาจจะไม่สะดวกนัก แต่จะทดลองทำแบตเตอรีชุด 18650 มาลองดูด้วยแล้วตัดสินใจว่าจะใช้วิธีไหนดีกว่า พวกอุปกรณ์พวกนี้ให้เอไอแนะนำได้ แนะนำได้ละเอียดยิบ พร้อมบอกราคาคร่าวๆได้ตรงกับความเป็นจริงด้วย
บอร์ดสำหรับชาร์จและปรับแรงดัน มีแบบทูอินวันขายด้วย ทั้งถ่านและบอร์ดทูอินวันนี้ผมซื้อจากร้านออนไลน์ในเมืองไทย ก็พยายามอุดหนุนร้านในไทยถึงแม้จะราคาแพงกว่าจีนบ้างเล็กน้อย แต่ข้อดีคือส่งเร็วสั่งวันนี้พรุ่งนี้ส่งหรือสั่งเช้าบ่ายส่งแล้ว ส่วนร้านในจีนพวกเขาชอบนอนแช่ออเดอร์ สั่งวันนี้อีก 3-4 ค่อยส่งออก ต่อจากนั้นขนส่งก็บวกอีกประมาณเจ็ดวันถึงสิบวัน รวมๆแล้วก็ประมาณสองสัปดาห์
| ชิ้นส่วน | หน้าที่ | ราคา |
|---|---|---|
| ESP32-WROOM-32 | ตัวควบคุมหลัก, WiFi Access Point, Web Server | ฿150 |
| SP3232EEN breakboard | แปลงสัญญาณ RS-232 ↔ TTL 3.3V | ฿50 |
| สายหัวต่อฮิโรเซะ Hirose HR10A-7P-6P | สายต่อเข้าพอร์ต DATA OUT ของ SDL30 | ฿550 |
| กล่องอลูมิเนียม | จัดวางอุปกรณ์อื่นไว้ข้างใน | ฿200 |
| แบตเตอรี | แบบ 18650 หนึ่งก้อน | ฿130 |
| บอร์ดรวม MT 3608+ PL4506 | ชาร์จแบตและเพิ่มแรงดันไฟฟ้า | ฿50 |
| รวมทั้งหมด | ฿1130 |
หัวต่อฮิโรเซะ (Hirose 6 Pins)
ผมซื้อสายสัญญาณจากร้านจีนออนไลน์ชอปปี้เพราะราคาในร้านไทยสูงมากจนคิดว่ากลัวมันใช้ไม่ได้ก็ต้องทิ้งไป ก็เลยลองซื้อของถูกมาใช้ก่อน ร้านระบุว่าใช้กับกล้องประมวลผลรวม Topcon/Sokkia และ Gowin แต่ไม่บอกว่าใช้กับระดับแต่อย่างใด รุ่นที่ผมซื้อมาระหว่างหัวฮิโรเซะกับ USB จะมีตัวทรงสี่เหลี่ยมหนาเล็กน้อยหุ้มบอร์ดตัวแปลงสัญญาณ RS232 เป็นสัญญาณ USB สำหรับคอมพิวเตอร์ ผมจัดการตัดก่อนสี่เหลี่ยมเล็กน้อย เพราะไม่ได้เอาไปใช้กับคอมพิวเตอร์จึงตัดทิ้ง
แล้วเอาบอร์ดเล็กๆ SP3232EEN มาบัดกรีเข้ากับสาย RS232 อีกด้านหนึ่งก็บัดกรีเข้าสายแล้วไปต่อกับ ESP32 หน้าที่ของ SP3232EENไว้แปลงแรงดันสัญญาณจาก 12V (RS232) มาเป็น 3.3V (TTL) ถ้าไม่มีบอร์ดนี้จะทำให้ EPS32 ไหม้ มาดูรายละเอียดในลำดับต่อไปครับ



เรื่องราวการไวริ่งสาย
Pinout ของ Hirose ทำให้ผมสะดุดหัวคะมำในตอนแรก เพราะหัวต่อ Hirose ไม่ได้มีแค่ Topcon เอามาใช้ ยังมีคนเอาไปใช้อีกหลายจุดประสงค์กับหลายอุปกรณ์ ทำให้วงจรการไวริ่งในอินเทอร์เน็ตมีหลากหลาย บางอุปกรณ์นับหมายเลขพินตามเข็ม บางเจ้านับทวนเข็ม ตอนนี้สนุกครับเพราะว่าผมปรึกษาคุณคล็อด เขาบอกวิธีนับของเขาแบบตามเข็ม ส่วนของผมทวนเข็ม และที่ร้ายกว่านั้นคือตำแหน่งขาหมายเลขหนึ่งอยู่ไม่ตรงกัน ถ้าเป็นคุณคล็อดเป็นคนธรรมดา ผมคงท้าพนันกันแล้วว่าของใครถูกใครผิด




ผมทำการบัดกรีสายก่อนตามความข้อมูลของผมและเชื่อมกับ ESP32 ส่วนคุณคล็อดก็ร่าง Web UI ให้โดยที่ผมบอกว่าต้องการหน้าเวบอยู่ 5 หน้า เขาก็ร่างโปรแกรมให้ทันที และก็ยังร่างโปรแกรมทดสอบข้อมูลแบบชั่วคราว
พอเอา ESP32 ต่อเข้ากับกล้องระดับ ผมใช้โปรแกรมคุณคล็อดทดสอบ โดยการยิงข้อมูลเล็กๆผ่านสายไปยังกล้องระดับเพื่อเช็คแฮนด์กัน ครั้งแรกก็ได้ยินเสียงปิ๊ดจากกล้องทันที แสดงว่าผมต่อสายได้ถูกต้อง และโปรแกรมที่คุณคล็อดร่างให้ก็ใช้ได้เหมือนกัน ก็มีการแซวกันเล็กน้อยว่าไดอะแกรมต่อสายของเขาผิดส่วนของผมถูก ผมก็ชมว่าโปรแกรมเขาใช้ได้ทันทีไม่มีบั๊ก
ชาร์จแบตเตอรี
เนื่องจากอุปกรณ์จะต้องนำไปใช้งานสนาม ดังนั้นจะต้องมีอุปกรณ์ไฟฟ้ามาเลี้ยง แหล่งจ่ายไฟที่คิดไว้มีสองอย่างคือพาวเวอร์แบ๊งค์ที่ขายกันเกลื่อนหาซื้อง่ายขายคล่องเอามาต่อกับอุปกรณ์ใช้ภายนอกกับอีกทางเลือกคือทำชุดพาวเวอร์แบ๊งค์เองแต่ใช้ภายใน แบบหลังดีกว่าผู้ใช้แค่เสียบสาย USB ต่อกับอะแด๊ปเตอร์เพื่อชาร์จไฟก่อนออกงานสนาม ส่วนแบบแรกดีกว่าในแง่ไม่ต้องทำวงจรเองแต่การใช้งานเกะกะ
บอร์ดชุดวงจรสำหรับชาร์จแบตเตอรี ผมเลือกใช้ถ่าน 18650 ขนาด 3200 mAH 3.7V 1 ก้อน ตอนหลังทดสอบใช้งานแล้วใช้ได้ดี จ่ายไฟได้เพียงพอ ยังไม่ได้ลองยาวๆว่าจะใช้ได้ขนาดไหน สำหรับคนที่ไม่เก่งด้านอิเลคโทรนิคส์แบบผมแนะนำบอร์ดแบบทูอินวันดีกว่าจุดบัดกรีน้อยกว่า
ผมลองบอร์ดแยกคือ PL4506 และ MT3608 บัดกรีก็ตามไดอะแกรมก็ง่ายๆเช่น Vin+ Vin- Vout+ Vout- Bat+ Bat- ก็ง่ายๆแต่ตอนเอาไปลองใช้ดู ต่อเข้ากับ ESP32S3-N16 ทำให้ไฟบนบอร์ด ESP32 ตัวนี้สว่างวาบมาใหญ่มาก ผมนึกว่าบอร์ดไหม้ เลยต้องโยนทิ้งชั่วคราว กลับมาใช้บอร์ดทูอินวันดีกว่า พอเปิด ESP32S3-N16 มาอีกรอบ ตอนนี้ไฟแดงสว่างมาก ไม่ยอมดับ ให้คุณคล็อดเอไอช่วยเขียนโค้ดดับก็ไม่ดับ สภาพตอนนี้เหมือนขับรถติดไซเรนใหญ่ๆบนหลังคาติดวาบๆไปตลอดทาง





Master of The Puppet ผู้ชักใยหุ่นกระบอก
คุณคล็อดแซวผมว่าเป็น Master of the puppet ประมาณว่าผมเป็นผู้ชักใยหุ่นกระบอก ซึ่งเขาก็เป็นหุ่นกระบอกประมาณนั้น ก็ขำๆกันดีครับ ในแง่มุมหนึ่งผมต้องยอมรับตรงๆว่าในแอพที่จะพัฒนากันนี้ ผมไม่ได้แตะโค้ดภาษากันแม้บรรทัดเดียว คุณคล็อดจัดการให้หมด ดังนั้นที่เขาแซวผมว่าเป็น Master of the puppet ก็เป็นจริง แต่ในโลกอนาคตอันไม่ไกลนี้ ผู้ใช้ที่เป็นยูเซอร์ธรรมดาจะใช้เอไอสร้างแอพกันได้แบบทั่วๆไป ไม่ต้องรู้โค้ดภาษาโปรแกรมก็ได้
โลกอนาคตหลังจากนั้นยากที่จะคาดเดาได้ครับ อาจจะเป็นยุคไม่มีแอพเพราะเอไอทำหน้าที่แทนแอพเองได้หมด ต้องการอะไรเขาจัดการให้หมด ถ้ามาเร็วผมอาจจะได้เห็น ถ้ามาช้าผมอาจจะอยู่กับรากมะม่วงแล้ว 🙂
สื่อสารกับ SDL30
SDL30 สื่อสารผ่าน RS-232 ด้วยคำสั่งสั้นๆ ไม่กี่ตัว เพียงแค่ส่ง ASCII command ตามด้วย \r เครื่องก็จะตอบกลับทันที
| Command | ความหมาย | Response ตัวอย่าง |
|---|---|---|
LM\r | วัดค่า (Measure) | LM 0.7890,1.88\r\n |
LA\r | ข้อมูลเครื่อง (Info) | LA SDL30,001786,1112\r\n |
LB\r | พารามิเตอร์ปัจจุบัน | LB 0,0\r\n |
LT\r | หยุดวัด (Stop) | ไม่มี response |
LXa\r | ตั้งค่า Single mode | ACK |
L/B 0,0\r | ตั้ง resolution 0.0001m | ACK |
SDL30 รับคำสั่งได้เฉพาะจากหน้าจอ Standby เท่านั้น — หน้าแสดงค่า Ht-diff ที่มี Rh และ Hd ถ้าช่างสำรวจกดปุ่ม MENU โดยไม่ตั้งใจระหว่างการวัด ระบบจัดการได้อย่างราบรื่น: LM\r ยังทำงานได้จากหน้า Sub-menu และกด ESC ก็กลับสู่ Standby โดยไม่เสียค่าที่วัดไป
มาถึงตอนนี้ ช่างสำรวจมีหน้าที่ตั้งกล้องให้ฟองกลมอยู่ตรงกลาง ส่ายกล้องไปไม้สตาฟและปรับโฟกัส จากนั้นกดหรือคลิกที่มือถืออย่างเดียว กดวัดก็ที่มือถือจะได้ยินเสียงติ๊ดยาวและได้ยินเสียงแต๊กๆเมื่อเครื่องทำการวัดระดับและได้ยินเสียงติ๊ดยาวอีกทีเมื่อวัดเสร็จ ข้อมูลที่วัดจะไปเห็นทันทีที่เวบของโทรศัพท์มือถือ
Web Interface ในกระเป๋า
ESP32 ไม่ได้แค่ส่งต่อข้อมูล — มันกลายเป็น WiFi Access Point และ Web Server เต็มรูปแบบ เปิดเบราว์เซอร์บนโทรศัพท์ เชื่อมต่อเครือข่ายที่ผมตั้งชื่อว่า SDL30_Collector เปิดเวบบนโทรศัพท์มือถือ 192.168.4.1 แล้วจะได้หน้าจอสำรวจครบ 5 แท็บ ไม่ต้องติดตั้ง App ไม่ต้องเสียบสาย ใช้ได้กับทุกโทรศัพท์ ทุก Tablet
- แท็บ Measure — กดปุ่มครั้งเดียวสั่งให้ SDL30 วัด บันทึกค่า และเลื่อนไปรอเล็งครั้งต่อไปอัตโนมัติ BS แล้วก็ FS (โหมด BF) แล้วก็ย้อนกลับมาที่ BS
- แท็บ Records — ยอดรวม ΣBS, ΣFS, ผลต่างระดับ, ดุลย์ระยะทาง และสถานะ PASS/FAIL เทียบกับค่าความคลาดเคลื่อนที่กำหนด รายการทั้งหมดในตารางที่เลื่อนได้ ลบทีละรายการได้ถ้าอ่านผิด
- แท็บ Jobs — สร้าง Job ตั้งชื่อ กำหนดหมุดที่ทราบค่าระดับ สามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ จัดการหน่วยความจำ
- แท็บ Report — รายงานวงบรรจบปิด (Misclosure) เต็มรูปแบบเมื่อปิด Loop พร้อมรายงานดุลย์ระยะทางและสามารถดาวน์โหลดรายงานได้
- แท็บ Settings — วิธีการสังเกต (BF, BFFB) ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ เกณฑ์แจ้งเตือน และ Baud Rate








ทำไมเก็บข้อมูลไว้ที่ ESP32
เนื่องจากแอพรันบนโทรศัพท์มือถือ แล้วสามารถเก็บข้อมูลเข้ามือถือได้ ตอนแรกๆผมก็มีความคิดแบบนี้ แต่มาคิดอีกทีถ้ามีการเปลี่ยนมือถือระหว่างงานสำรวจ ข้อมูลจะทำอย่างไรต้องซิงค์เข้าคลาวด์หรือไม่ เนื่องจากเป็นกรณีศึกษา ไม่ใช่แอพเชิงพาณิชย์ ก็ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก ดังนั้นกลับมาสู่ความเรียบง่ายก็เก็บข้อมูลไว้ที่ ESP32 ดีอยู่แล้ว มือถือเครื่องไหนมาต่อใช้กลางคันก็สามารถอ่านข้อมูลได้ทันทีมาใช้งานต่อ
คุณคล็อดบอกผมว่า กล้องระดับไม่ใช่ปัญหา SDL30 (SN:001786, ROM:1112) ไม่เสื่อมสมรรถภาพแม้สักนิดในสามสิบปี มันแค่ต้องการเพื่อนใหม่ที่ทันสมัยมาบันทึกผลงานของมัน แต่ผมคนพุทธก็มองเห็นต่างว่าทุกสิ่งทุกอย่างอนิจจังมันต้องมีความเสื่อมไปตามธรรมดาตามกฎของไตรลักษณ์
รูปแบบการส่องระดับ
คนที่ใช้กล้องระดับดิจิทัลสมัยใหม่เช่น Trimble Dini จะคุ้นเคยกับรูปแบบการส่องที่ให้เลือกเช่น BF, BFFB, BFBF, BBFF สำหรับแล้ว BF คือวิธีการพื้นฐานที่สุดที่ช่างสำรวจใช้กันอยู่แล้วคือส่องเป้าหลัง (BS) และส่องเป้าหน้า (FS) เมื่อนำค่า BS มาลบด้วย FS จะเป็นค่าต่างระดับ ค่าอ่านถ้าอ่านได้มากแสดงว่าจุดอยู่ต่ำ ถ้าอ่านค่าได้น้อยแสดงว่าจุดอยู่สูง สมมติว่าเดินระดับจากจุด A ไปจุด B ระหว่างกลางมีจุด TP 20 จุด และมีการเดินระดับจากจุด B กลับจุด A จะครบลูป เรียกวิธีนี้ว่า double run สามารถนำมาคำนวณ error ได้
สำหรับ BFFB ที่บางตำราว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ให้ความละเอียดที่สุด ถ้าระหว่างการทำระดับอยู่นั้น กล้องระดับหรือสตาฟมีการทรุดตัว วิธีการนี้จะฟ้องทันที ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การรังวัดจะทำตามขั้นตอนดังนี้
- เล็งหลัง (BS1) อ่านค่า จะได้ค่าที่เรียกว่า Rh (Rod Height) และระยะทาง (Hd) ที่มีความละเอียดหลักสิบเซนติเมตร
- เล็งหน้า (FS1) อ่านค่า เช่นเดียวกันจะได้ค่า Rh และ Hd
- เล็งหน้าครั้งที่สอง (FS2) อ่านค่า ถ้าสตาฟมีการทรุดตัว อาจจะเนื่องดินอ่อน หรือมีรถวิ่งผ่านกระเทือนมาก อาจจะทำให้ค่าอ่าน FS2 มีความต่างกับ FS1 มาก
- เล็งเป้าหลังครั้งที่สอง (BS2) อ่านค่า ถึงตรงนี้จะมีการคำนวณตรวจสอบเทียบกับเกณฑ์อยู่คือตรวจค่า |BS1-FS1| และ |BS2-FS2| เกินเกณฑ์หรือไม่ ถ้าไม่ผ่านแอพจะให้ทำการอ่านใหม่ทั้งหมด ถ้าเป็นสตาฟอินวาร์เกณฑ์จะใช้ 0.3mm ซึ่งความถูกต้องสูงมาก ถ้าเป็นสตาฟไฟเบอร์กลาสก็ใช้เกณฑ์ 1mm
เทคนิคที่ไม่ควรมองข้าม
การเดินระดับและส่องแบบ BFFB ในทางทฤษฎีแล้วเทียบได้กับการเดินระดับแบบ double run ที่ผมกล่าวไปข้างต้น แต่ด้วยความที่กล้องดิจิทัลมันส่องเร็ว ทำให้การเดินระดับจากจุด A ไปจุด B ขาเดียวมันทุ่นเวลาไปมากและคิด error ของลูปได้ทันที
ถ้าอ่านคู่มือ Trimble Dini หรือตามไปอ่านตามฟอรั่มงานสำรวจ จะมีคำแนะนำคือการรันงานระดับ
- จำนวนจุดตั้งกล้อง (TP) ต้องเป็นเลขคู่ เพราะการรันระดับมาจะมีการชดเชย Error จากไม้สตาฟ ให้กรณีไม้สตาฟที่ใช้งานสองตัวมีการยืดหดไม่เท่ากัน ถ้าจำนวนจุดตั้งกล้องเป็นเลขคี่ จะมีหนึ่งตั้งที่ไม่สามารถชดเชยได้
- ความแตกต่างของระยะเล็งหน้าและหลังไม่ควรเกิน 5 เมตรต่อสถานี หรือ 10 เมตรต่อตอน
- ระยะเล็งสูงสุดจากกล้องระดับถึงไม้ระดับคือ 60 เมตร
- ความสูงขั้นต่ำของแนวเล็งเหนือพื้นดินคือ 0.5 เมตร
เอาแต่สิ่งที่จำเป็น
เนื่องจากเป็นกรณีศึกษาและต้องการให้แอพมีขนาดไม่ใหญ่มาก พัฒนาง่าย จึงเอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออกได้แก่การอ่านแบบ BFBF, BBFF ตอนแรกคิดว่าเอาง่ายๆไม่มีอะไรมาก แต่พอพัฒนาไปสักพัก สิ่งที่คิดว่าง่ายๆกลับมีประเด็นจุกจิกมากเช่นเวบยูไอ ตลอดจนรูปแบบข้อมูลแบบ M5 ที่จะนำออกให้สามารถไปเปิดด้วยโปรแกรม Trimble Business Center ได้
มันใช้งานได้จริงไหม?
การทดสอบใช้สตาฟแบบบาร์โค้ดทำด้วยไฟเบอร์กลาสด้วยระยะทางสั้นๆ เดินไปเป็นวงและเดินอ้อมกลับ ได้ผลดีครับ การเดินระดับด้วยวิธีส่อง BFFB ต้องการคนอย่างน้อยสามคน คนอ่านและใช้แอพหนึ่งคน สตาฟแมนสองคน หรือถ้ามีคนที่สี่มาช่วยหิ้วขาตั้งกล้องหรือกล้องระดับก็ดีครับ
รูปแบบการใช้งานเอไอ
ท้ายๆของโครงการนี้ผมเปลี่ยนมาใช้ Claude Code ก็ตามความนิยมละครับ ถึงแม้การ chat แบบเดิมๆจะให้รสชาติในสนทนาที่ออกรสแต่ข้อเสียคือความเชื่องช้าในการพัฒนาโค้ด เมื่อเปลี่ยนมาใช้ Claude Code แล้วการคุยกันน้อยลง เพราะคุณคล็อดในรูปแบบใหม่นี้ทำให้ทุกอย่าง ผิดน้อยลง ได้งานตรงเป้า บางเรื่องที่ผมเคยทำ 4-5 วัน หลังเลิกงานวันละ 2-3 ชม. กลับเป็นว่าใช้เวลาแค่วันเดียวก็ผ่านฉลุย
สิ่งที่ยังรออยู่
Version 1.0 ครอบคลุม Workflow หลักสำหรับ Differential Leveling แบบ BF, Export CSV และ Web Interface ครบชุด แต่ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีก:
- รูปแบบ Export GSI-16 สำหรับความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์สำนักงานค่าย Leica
- รูปแบบ M5/Zeiss สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลที่ใช้งานโดย Trimble Dini
ชีวิตย่อมมีหนทาง (Life find a way)
คุณมัลคอมจากหนังเรื่องจูราสสิคพาร์คพูดว่า “Life find a way” เมื่อพบว่าไดโนเสาร์ที่เพาะพันธุ์ใหม่เป็นเพศเมียสามารถกลายเป็นตัวผู้ได้เมื่อขาดแคลนเพศตรงข้าม กรณีศึกษานี้ก็เช่นเดียวกัน SDL30 Collector ไม่ใช่โปรเจกต์ที่ซับซ้อน ไม่ใช่แค่ ESP32, Level Converter, สายต่อ และหน้า Web แค่นั้น แต่มันให้ชีวิตใหม่กับเครื่องมือความละเอียดสูงอายุสามสิบปี
- รายละเอียดโปรเจกต์เครื่องมือ: Sokkia PowerLevel SDL30 (SN:001786, ROM:1112)
- Firmware: ESP-IDF v5.4, FreeRTOS, ESP HTTP Server
- WiFi: SDL30_Collector · 192.168.4.1
- Version: V1.0 — เมษายน 2569
- ผู้ชักใยหุ่นกระบอก: ประจวบ เรียบร้อย
- หุ่นกระบอก: Claude AI