Tag: intersect

การนำเข้าข้อมูลจากไฟล์ CSV เป็นลายเส้น Polygon ใน QGIS

การนำเข้าข้อมูลจากไฟล์ CSV เป็นลายเส้น Polygon

  • ก็ถือว่าเป็นทิปและทริคเล็กๆน้อยๆ ในกรณีสร้าง Vector ที่เป็นรูป Polygon จากข้อมูลดั้งเดิมที่เป็นไฟล์ Excel แล้วแปลงเป็น CSV นำมาสร้างเป็นรูป Vector ใน Quantum GIS ซึ่งโปรแกรมด้าน GIS ที่ฟรีและเปิดโค๊ด cross-platform ในแวดวง GIS คงรู้จักกันดี ข้อมูลในเบื้องต้นที่จะนำมาทดสอบเป็นตัวอย่างคือ
  1. ไฟล์รูปแปลงที่ดิน งานสำรวจในภาคสนามจะได้มาเป็นค่าพิกัด UTM และมี ID สำหรับรูปแปลงที่ดินไว้ด้วย ส่วนใหญ่แล้วเมื่อได้ค่าพิกัดแปลงที่ดินจากสนามแล้ว Draftman จะทำการสร้างรูปใน Autocad เพื่อตรวจสอบรูปร่าง ซึ่งการนำไฟล์ CAD แปลงเป็นฟอร์แม็ต้าน GIS ทำได้หลายโปรแกรมเช่นเปิดไฟล์ CAD ด้วย Global Mapper ทำการสร้าง attribute เพื่อเก็บ ID รูปแปลงที่ดิน แต่ในกรณีผมขอย้อนไปจุดเริ่มว่าถ้ามีไฟล์แบบ CSV และเก็บรูปแปลงเป็นค่าพิกัดเรียงไปตามลำดับจะทำอย่างไร?
  2. ไฟล์Attribute เก็บ Parcel_ID แปลงที่ดินพร้อมคุณสมบัติต่างเช่น ชื่อแปลงที่ดิน, ชื่อกลุ่มแปลงที่ดิน
ไฟล์ที่เก็บรูปแปลงที่ดินแยกตาม Parcel_ID

ความต้องการขั้นต้นใน QGIS

    1. ต้องการ Plug-in ชื่อ “Add Delimited Text Layer” เป็นปลั๊กอินที่มากับ QGIS ตั้งแต่ติดตั้งเสร็จตอนแรกไม่แสดง ต้องทำการเลือกก่อนผ่านเมนู Plugins > Manage Plugins… ทำเครื่องหมายเลือกให้กับ “Add Delimited Text Layer” เท่านี้ก็ใช้ได้
    2. ต้องการ Plug-in ชื่อ “Points2One” ปลั๊กอินตัวนี้ไม่ได้มาแต่แรก ต้องติดตั้งเพิ่มผ่านทางเมนู Plugins > Fetch Python Plugins…  ต้องอินเทอร์เน็ตด้วยจึงจะดาวน์โหลดแล้วติดตั้งได้
    3. ต้องการ Plug-in ชื่อ “MMQGIS”เหมือนกับตัวบนคือต้องติดตั้งเพิ่ม
    4. Plug-in ชื่อ “fTools” มากับ QGIS ตั้งแต่แรกแล้ว

      Plugins ที่ต้องติดตั้งเพิ่มเติม

ขั้นตอนการทำงาน

  • รวมไฟล์แปลงที่ดินเป็นไฟล์เดียว ถ้าไฟล์แปลงที่ดินเก็บแยกไฟล์กันให้นำมารวมเป็นไฟล์ CSV ไฟล์เดียวจะสะดวกมาก แต่ละวงของ polygon จะต่างกันที่ Parcel_ID

นำเข้าไฟล์ CSV

  • ใช้ปลั๊กอิน “Add Delimited Text Layer” ทำการอ่านไฟล์ CSV ของเรา ผลลัพธ์จะอยู่ในรูปจุด (Point) แต่ละจุดจะมี Parcel_ID ที่ต่างกัน และในกลุ่มจุดที่ Parcel_ID เดียวกัน QGIS จะสร้าง feather_id ให้ตามลำดับการนำเข้า
ใช้ปลั๊กอิน Add Delimited Text Layer นำไฟล์ CSV เข้ามาในรูปจุด
นำเข้ามาแล้วจะได้จุด (point) ที่มี Parcel_ID ที่แตกต่างกัน

แปลงข้อมูลจุด (Point) เป็นลายเส้น (Polygon)

ใช้ปลั๊กอิน “Points2One” ทำการรวมจุดที่มี Parcel_ID เดียวกันเป็น Polygon สืบจากข้อ 2 ปลั๊กอินนี้จะมองหา Parcel_ID เดียวกันแล้วลำดับ feather_id เริ่มลากเส้นจาก feather_id เท่ากับ 1 จนไปสิ้นสุดตัวสุดท้ายแล้วทำการปิดรูปให้

ใช้ปลั๊กอิน Point2One แปลงจากจุดเป็น Polygon
polygon ที่ได้จากปลั๊กอิน Point2One

Join Attribute

  • เตรียมไฟล์ Attribute ของเดิมอาจจะเป็น Export ทำการ Export เป็น CSV ที่สำคัญคือต้องมีคอลัมน์ใดคอลัมน์หนึ่งที่มีเลข Parcel_IDเป็นหมายเลขแปลงที่ดิน ตัวอย่างชื่อคอลัมน์คือ Par_ID ทึ่จะเชื่อมโยงไปยังรูป polygon แปลงที่ดิน

    แสดงไฟล์ attribute ที่จะนำมา Join
  • ใช้ปลั๊กอิน “MMQGIS” ทำการ Joint Attribute ด้วยเมนู Plugins > mmgis > Attributes Join from CSV File… จากไดอะล็อกเลือกไฟล์ (Input CSV File) แล้วกำหนด ID ของไฟล์ที่ CSV File Field ในที่นี้เป็น Par_IDเลือก layer ที่จะนำมา join (Join Layer) ในที่นี้เป็น Polygon_Parcels เลือก Join Layer Attribute ในที่นี้เป็น Parcel_ID เลือก Output Shape File เพื่อเก็บไฟล์ที่ Join Attribute กันแล้ว ส่วน Parcel_ID ไหนหาตัว join ไม่ได้เก็บไว้ในไฟล์ notfound.csv ซึ่งทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่า Parcel_ID ที่ไม่สามารถหาคู่กันเจอ

    ใช้ปลั๊กอิน MMQGIS เพื่อ Join Attribute
  • หลังจาก Join แล้วลองปรับการแสดงผลดูได้ดังรูป

    QGIS แสดงผล layer ที่ได้จากการ join แล้ว
  • ลองเปิด table ของ layer ที่ join แล้วดู

    แสดง Table ที่ได้จากการ join แล้ว

การประมวลผลในเบื้องต้น

  • มาลองใช้ปลั๊กอินในการประมวลผลดู ปลั๋กอินตัวนี้ชื่อ fTools มาพร้อมกับ QGIS แต่ต้อง enable ก่อนถึงจะใช้งานได้ สำหรับ GIS แล้วการทำ processing เพื่อประมวลผลหาผลลัพธ์ที่ต้องการคือหัวใจของงาน GIS เมื่อได้ผลลัพธ์แล้วต่อไปก็คือการทำ Report และแสดง map สำหรับผลลัพธ์นั้นๆ
  • โจทย์ก็มีว่าถ้ามีแนวถนนกว้างเท่ากับ 100 เมตร (จริงแล้วคือเขตถนนหรือ right of way) ผ่านเข้าไปในแปลงที่ดิน ให้ประมวลผลว่าเข้าไปในแปลงไหนพร้อมแสดงเป็น map
  • ข้อมูล (layer) ที่จะนำมาประมวลผลสมมติว่ามี polyline (เส้นเดี่ยวไม่มีความกว้าง) ที่แทนแนวถนนตัดผ่านแปลงที่ดิ ผมนำเข้าถนนเข้าดังรูป
layer ถนน ที่เพิิ่มเข้าไป
  • ต่อไปจะขยายถนนให้ได้ขนาดกว้าง 100 เมตรด้วยการทำ Buffer ด้วยปลั๊กอืน fTools ใช้เมนู Vector > Geoprocessing Tools > Buffer ป้อนค่าใส่ไดอะล็อกดังรูป
ทำ Buffer ให้ได้ขนาดความกว้าง 100 เมตร
ความกว้างถนน 100 เมตร
  • ต่อไปจะหา polygon แปลงที่ดินที่ถูกตัดด้วยขอบเขตถนน 100 เมตรที่ตัดผ่าน ที่เมนู Vector > Geoprocessing > Intersect ใส่ค่าไปตาม dialog ดังรูปด้านล่าง
การทำ intersect ระหว่างขอบเขตถนนที่ได้จาก buffer กับ polygon ของแปลงที่ดิน

ผลลัพธ์ที่ได้

ผลจากการ intersect
  • ลองเปิดดู Attribute table ของ layer ที่ได้จากการ intersect
Attribute table ของเลเยอร์ถนนที่ตัดกับแปลงที่ดิน

สรุป

  • สำหรับผมแล้วใช้ QGIS เป็นหลักเพราะไม่ได้ใช้ฟังก์ชั่นการวิเคราะห์ที่ลึกซึ้งนัก ความเร็วของ QGIS ก็ไม่เลวเปิดรูปประมาณ 3 กิกะไบต์ก็ยังไปได้ แต่ขาดเรื่องการจัดปรินต์ Layout ที่ยังไม่ดีพอ อีกอย่างคือการ label ยังไม่เก่ง แต่ฟีเจอร์ต่างๆทางทีมผู้พัฒนาก็ปรับปรุงไปเรื่อยๆครับ