Skip to content

Prajuab Riabroy's Blog

Survey Application – GNSS – UAV – Programing – Python – Dart&Flutter – Rust

Menu
  • Home
  • About Us
  • Survey Application
    • Surveyor Pocket Tools
    • Traverse Pro
    • XSection Plot
    • Geoid Height Pro
    • Spot Fire
    • โปรแกรมงานสำรวจสำหรับเครื่องคิดเลข Casio fx-5800P
    • โปรแกรมงานสำรวจสำหรับเครื่องคิดเลข Casio fx-9860G II SD
  • Download
  • Privacy Policy
Menu

วิธีการออกแบบและรังวัดโครงข่าย GNSS ฉบับคนเดินถนน (ตอนที่ 1)

Posted on 29/12/2021

ผมว่าในปัจจุบันนี้ ช่างสำรวจหรือวิศวกรสำรวจคงมีประสบการณ์การรังวัด GNSS ด้วยกันทุกคน โดยเฉพาะการรังวัดที่มีจำนวนหมุดมากกว่าสามหมุดขึ้นไป ก็ออกตัวตามชื่อบทความนะครับคือฉบับคนเดินถนน ไม่ใช่ฉบับผู้เชี่ยวชาญใดๆ เป็นแค่ end user คนหนึ่งกลั่นมาจากอ่านตำราและประมวลมาจากประสบการณ์ทำงานที่ลองผิดลองถูกและจากผิดพลาดของตัวผมเอง

ในการรังวัดโครงข่าย GNSS ในที่นี้จะมาขอเน้นเรื่องคาบการรังวัด (session), เส้นฐานอิสระ(independent baseline) และ เส้นฐานไม่อิสระ(dependent (trivial) baseline) คืออะไร แล้วเราจะออกแบบโครงข่ายอย่างไรให้ดีและแข็งแรง ตลอดจนถึงการคำนวณโครงข่ายให้ได้ผลลัพธ์ได้ความละเอียด (accuracy) ที่ดีที่สุด

รูปทรงโครงข่าย (Network Geometry) พื้นฐาน

โครงข่ายจะประกอบไปด้วยเส้นฐาน (Baseline) ต่อเชื่อมกัน พื้นฐานอย่างง่ายที่สุดคือมีหมุดอยู่สามตัว เส้นฐานจะต่อกันเป็นลักษณะสามเหลี่ยม การรังวัดในลักษณะนี้คือการนำเครื่อง GNSS สามตัวไปตั้งที่หมุดทำการรังวัดพร้อมๆกัน ในระยะช่วงเวลาหนึ่ง เรียกว่าหนึ่งคาบการทำงาน (1 session)

รูปทรงโครงข่าย GNSS ที่แข็งแรงก็เหมือนรูปทรงโครงข่ายสามเหลี่ยม (Triangulation) ในสมัยแต่ก่อนหรือเหมือนกับรูปทรงนั่งร้านในงานก่อสร้าง หรือโครงเหล็กสะพานที่ต่อกันเป็นสามเหลี่ยมล๊อคกันอย่างแน่นหนา

รูปที่ 1 รูปทรงโครงข่ายพื้นฐาน

การปรับปรุงโครงข่าย

ในกรณีรูปทรงโครงข่ายเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมมาต่อกัน แต่จำนวนจุดต่อนั้นไม่พอทำให้โครงข่ายไม่แข็งแรง ด้งรูปล่างด้านซ้าย การปรับปรุงแก้ไขโดยการเพิ่มเส้นฐานเข้าไปดังรูปด้านล่างขวา โดยที่เส้นทึบหมายถึงไปรังวัด GNSS มาเพิ่ม ส่วนเส้นประอาจจะประเมินได้ว่าเป็นเส้นฐานไม่อิสระที่ไม่ต้องรังวัดมาเพิ่มก็ได้ ในหัวข้อต่อไปจะมาประเมินว่าเส้นฐานไหนคือเส้นฐานอิสระและไม่อิสระ

รูปที่ 2 การปรับปรุงโครงข่ายให้แข็งแรง

เส้นฐานอิสระ (Independent baseline) และเส้นฐานไม่อิสระ (Dependent baseline)

จำนวนเส้นฐานทั้งหมด = N * (N – 1) / 2, จำนวนเส้นฐานอิสระ = N – 1 โดยที่ N คือจำนวนเครื่องรับ GNSS ใน session นั้น ดังนั้นที่ผมพูดไปแล้วว่ามีเครื่อง GNSS จำนวน 3 ตัว คำนวณจำนวนเส้นฐานทั้งหมด = 3 * (3 – 1) / 2 = 3 เส้นฐาน และจำนวนเส้นฐานอิสระ = 3 – 1 = 2 เส้นฐาน

รูปที่ 3 แสดงเส้นฐานทั้งหมดของรูปทรงสามเหลี่ยม

ดังนั้นสามเส้นจะมีเส้นหนึ่งที่เป็น dependent (trivial) baseline และอีกสองเส้นเป็น independent baseline คือจะเป็นรูปเปิดไม่เป็นรูปปิด ดังนั้นการคำนวณจะเอาไปคำนวณเพียงสองเส้นเท่านั้น ที่ไม่เอามาใช้ทั้งสามเส้นเพราะเส้นที่สามคือเส้นฐานที่ไม่อิสระจะสัมพันธ์กับข้อมูลสองเส้นหน้านี้ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า correlate และถ้าใช้ทั้งสามเส้น เนื่องจากใช้ข้อมูลชุดเดียวกันจะทำให้เกิด loop ที่มีค่าเข้าบรรจบเป็นศูนย์ ทำให้ loop closure ดูดีกว่าความเป็นจริง

แล้วคำถามคือสองเส้นไหนที่เป็นเส้นฐานอิสระและอีกเส้นที่ไม่อิสระ คำตอบคือมีทุกความเป็นไปได้ ในการคำนวณปรับแก้โครงข่าย (Network Adjustment) อาจจะต้องมีการลองผิดลองถูกว่าแบบไหนออกมาดีที่สุด

รูปที่ 4 แสดงความน่าจะเป็นของเส้นฐานจำนวน 3 รูปแบบ

ในกรณีมีเครื่อง GNSS 4 เครื่อง รังวัดหนึ่ง session บนหมุด 4 หมุด ดังนั้นจำนวนเส้นฐานทั้งหมด = 4 * (4 – 1) / 2 = 6 เส้นฐาน จำนวนเส้นฐานอิสระ = 4 – 1 = 3 เส้นฐาน

รูปที่ 5 แสดงเส้นฐานทั้งหมดของรูปทรงสี่เหลี่ยม

ความน่าจะเป็นของเส้นฐานอิสระทั้งหมดมี 16 รูปแบบ แต่ละรูปแบบจะมีเส้นฐานอิสระจำนวน 3 เส้นเท่านั้นที่จะนำไปคำนวณ (Network Adjustment) สัญลักษณ์เส้นฐานอิสระเป็นเส้นทึบ เส้นฐานไม่อิสระแสดงเป็นเส้นประ

รูปที่ 6 แสดงเครื่องรับสัญญาน GNSS จำนวน 4 ตัวตั้งบนหมุด 4 ตัวกับความน่าจะเป็นของเส้นฐานอิสระทั้งหมดจำนวน 16 รูปแบบ

ตัวอย่างการเลือกเส้นฐานอิสระ

สมมุติการรังวัดใช้หมุด CORS เป็นฐานจำนวน 4 หมุด และใช้เครื่องรับสัญญาน GNSS จำนวน 6 เครื่อง ตั้งรังวัดบนหมุด PM1-PM6 พร้อมๆกันในระยะช่วงเวลาหนึ่ง

จำนวนเครื่องรับ GNSS ของ CORS 4 เครื่อง รวมกับเครื่องรับ GNSS บนหมุด PM1-PM6 จำนวน 6 เครื่อง (N) เท่ากับ 10 เครื่อง จำนวนเส้นฐานทั้งหมด = N*(N-1)/2 = 10*(10-1)/2 = 45 เส้น

รูปที่ 7 แสดงเส้นฐานทั้งหมดต่อการวัดหนึ่งคาบ

จำนวนเส้นฐานอิสระ = (N-1) = (10-1) = 9 เส้น

รูปที่ 8 แสดงเส้นฐานอิสระ (independent baselines) ต่อการวัดหนึ่งคาบ

หลักการเลือกเส้นฐานอิสระจะเลือกจากเส้นฐานที่สั้นที่สุดก่อน ดังนั้นเส้นที่สั้นที่สุดจะเป็นเส้นตรงที่เชื่อมหมุด PM1-PM6 จำนวน 5 เส้น แล้วเลือกเส้นที่โยงจากหมุด CORS เข้ามาหาหมุดที่ทำการรังวัด จะได้ CORS1-PM1, CORS2-PM5, CORS3-PM2 และ CORS4-PM6 จำนวน 4 เส้น รวมกันทั้งหมด 9 เส้นก็จะเป็นตัวแทนเส้นฐานอิสระ ส่วนเส้นที่เหลือจำทำการ disabled ในโปรแกรมประมวลผล เรียกเส้นที่เหลือนี้ว่าเส้นฐานไม่อิสระ (dependent baseline)

ถ้าสังเกตุดูเส้นฐานอิสระแสดงด้วยเส้นสีแดงจะเห็นว่ายังไม่มีรูปร่างที่เป็นวงปิด (loop) เลย

การเพิ่ม Redundancy เพื่อตรวจสอบคุณภาพโครงข่าย (Loop Closure)

จากรูปด้านบนในงานรังวัดใช้หมุด CORS 4 หมุดและหมุดที่จะทำการรังวัด 6 หมุด PM1-PM6 จะเห็นถ้าตั้งรังวัดแค่หนึ่งคาบหรือ 1 session ปัญหาที่เกิดขึ้นจะไม่มี loop closure ให้ไว้ตรวจสอบคุณภาพโครงข่าย วิธีแก้ไขคือตั้งวัดใหม่อีกหนึ่งคาบ โดยที่ยกขาตั้งกล้องแล้วตั้งใหม่ที่หมุด PM1-PM6 การรังวัดใหม่อีกครั้งเรียกวิธีการแบบนี้ว่า Dual sessions สุดท้ายจะได้เส้นฐานอิสระทั้งหมดจำนวน = 9 + 9 = 18 เส้น ประกอบเป็น loop closure จำนวน 6 วงดังรูปด้านล่าง โดยแต่ละวงต้องประกอบด้วยเส้นฐานอิสระจากการวัดแต่ละคาบอย่างน้อย 2 คาบ (ความเป็นไปได้ของเส้นฐานอิสระอาจจะแตกต่างจากนี้ขี้นอยู่กับ trial and error แล้วได้ค่าที่ดีกว่า)

รูปที่ 9 แสดงการรังวัด GNSS แบบ Dual sessions

การออกแบบโครงข่าย GNSS

ในกรณีหมุดที่ต้องการรังวัด มีมากกว่าเครื่องรับ GNSS จะต้องมีการรังวัดมากกว่า 1 session การรังวัดเพิ่มจำนวนคาบการวัด จะทำให้โครงข่ายแข็งแรงแต่ก็จะแลกมากับค่าใช้จ่ายและเวลา นอกจากนั้นการวัดโดยเพิ่มคาบการวัด จะได้ส่วนเกินออกมา (Redundancy) สามารถนำไปคำนวณ Loop closure ได้ และสำคัญมากใน 1 loop นั้นจะต้องประกอบไปด้วยเส้นฐานมากกว่า 1 session ขึ้นไป (ถ้ารังวัดคาบเดียวกันเดียวแล้วไม่เอาเส้นฐานไม่อิสระออกจะกลายเป็น loop ค่าบรรจบที่ได้จะเป็นศูนย์ คือจะดีกว่าความเป็นจริงเพราะเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน) นอกจากนั้น Redundant ยังช่วยเรื่อง Network adjustment ในภายหลังด้วย ผมจะลำดับการคำนวณให้ก่อน โดยที่ขั้นตอนการคำนวณมีดังนี้

  1. ประมวลผลเส้นฐาน (Baseline Processing)
  2. ประมวลผลการเข้าบรรจบตัวเอง (Loop Closure)
  3. ประมวลผลปรับแก้โครงข่าย (Network Adjustment)

ตัวอย่างที่ผ่านมาผมแสดงตัวอย่างว่าจำนวนเครื่องรับสัญญาน GNSS มีเท่าจำนวนหมุด เพื่อแสดงการหาเส้นฐานอิสระและเส้นฐานไม่อิสระ ในความเป็นจริงจำนวนหมุดอาจจะมีมากกว่าจำนวนเครื่องรับสัญญาน ทำให้ต้องออกแบบโครงข่าย GNSS เพื่อจะนำมาทำการรังวัด

โจทย์ที่ 1 มีโครงข่ายหมุดที่ต้องการรังวัดโดยกำหนดให้หมุด C และ E เป็นหมุดหลักฐานของโครงการที่มีค่าพิกัดและระดับ ต้องการรังวัดหมุด A, B, D, F, G, H โดยเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายกับหมุดหลักฐาน C และ E รวมจำนวนหมุดทั้งหมด 8 หมุด และมีเครื่องรับสัญญาณ GNSS จำนวน 4 เครื่อง โดยที่กำหนดให้แต่ละหมุดต้องมีการตั้งเครื่องรับสัญญาน GNSS 2 ครั้ง

รูปที่ 10 แสดงหมุดหลักฐานที่ต้องการรังวัดโครงข่าย GNSS

การออกแบบโครงข่ายกรณีมีเครื่องรับสัญญาน GNSS จำนวน 4 เครื่อง

ตามที่ผมได้บอกไปแล้ว ความน่าจะเป็นของเส้นฐานอิสระที่จำนวนเครื่องรับสัญญาน GNSS 4 เครื่อง มีทั้งหมด 16 รูปแบบ ต่อการตั้งหนึ่งคาบ ดังนั้นความน่าจะเป็นของรูปแบบการตั้งบนหมุดจำนวน 8 หมุด ก็จะมากเป็นทวีคูน แต่หลักการเลือกเส้นฐานอิสระคือควรจะเป็นสั้นที่สุดก่อน ผมออกแบบโดยการลากเส้นได้ดังนี้

รูปที่ 11 แสดงการออกแบบโครงข่าย GNSS เมื่อใช้เครื่องรับสัญญาน GNSS จำนวน 4 เครื่อง

มีเครื่องรับสัญญาน GNSS (N) จำนวน 4 เครื่อง เส้นฐานทั้งหมดในแต่ละคาบ = N*(N-1)/2 = 4*(4-1)/2 = 6 เส้น จำนวนเส้นฐานอิสระ = (N-1) = (4-1) = 3 เส้นต่อคาบ

ผมลากเส้นฐานอิสระแต่ละคาบ สุดท้ายจะได้จำนวนคาบทั้งหมด 4 คาบ จำนวนเส้นฐานอิสระทั้งหมด = 4 * 3 = 12 เส้นฐาน โดยมีเงื่อนไขว่าแต่ละหมุดจะตั้งเพียง 2 ครั้งเท่านั้น (ผมเขียนจำนวนไว้เช่น 1+1)

คาบการวัด (sessions)

เส้นฐานอิสระ (Independent baselines)

1

D-A

A-B

B-C

2

A-E

E-C

C-F

3

B-F

F-H

H-G

4

D-G

G-E

E-H

การออกแบบโครงข่ายกรณีมีเครื่องรับสัญญาน GNSS จำนวน 3 เครื่อง

สมัยแต่ก่อนเครื่องรับสัญญาน GNSS ที่มีคุณภาพระดับ survey grade นั้นมีราคาหลักล้านบาทขึ้นไปต่อเครื่อง ใครมีเครื่องรับสัญญาน GNSS 3 เครื่องขึ้นไปก็นับว่าเป็นผู้มีฐานะดีพอสมควร มาสมัยนี้เครื่องรับสัญญาน GNSS มีราคาที่ถูกลงระดับหลักแสน การที่จะมีเครื่องรับสัญญาน GNSS ในสำนักงานเป็นสิบๆเครื่องจึงดูไม่แปลกนัก มาลองดูโจทย์เดียวกัน ถ้ามีเครื่องรับ 3 เครื่อง จะออกแบบโครงข่ายได้อย่างไร

รูปที่ 12 แสดงการออกแบบโครงข่าย GNSS เมื่อใช้เครื่องรับสัญญาน GNSS จำนวน 3 เครื่อง

มีเครื่องรับสัญญาน GNSS (N) จำนวน 3 เครื่อง เส้นฐานทั้งหมดในแต่ละคาบ = N*(N-1)/2 = 3*(3-1)/2 = 3 เส้น จำนวนเส้นฐานอิสระ = (N-1) = (3-1) = 2 เส้น

ผมลากเส้นฐานอิสระแต่ละคาบอาศัยรูปแบบจากเครื่องรับสัญญาน 4 เครื่อง แต่จำนวนคาบทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 คาบ จำนวนเส้นฐานอิสระทั้งหมด = 6 * 2 = 12 เส้นฐาน เงื่อนไขเหมือนเดิมว่าแต่ละหมุดจะตั้งเพียง 2 ครั้งเท่านั้น

คาบการวัด (sessions)

เส้นฐานอิสระ (Independent baselines)

1

B-A

A-D

2

A-E

E-C

3

C-B

B-F

4

C-F

F-H

5

E-H

H-G

6

D-G

G-E

การออกแบบโครงข่ายกรณีมีเครื่องรับสัญญาน GNSS จำนวน 2 เครื่อง

ในกรณีมีเครื่องรับสัญญาน GNSS แค่ 2 เครื่อง รับรองว่าการไปรังวัดในสนามจะใช้เวลามากภาษาชาวบ้านเรียกว่าโยกเครื่องจนเอวเคล็ด แต่มีประเด็นที่น่าสนใจเมื่อใช้เครื่องรับสัญญาน 2 เครื่องจะมีเรื่อง Redundancy มาให้วิเคราะห์ขบคิด

ในเบื้องต้นผมออกแบบโดยอาศัยเส้นฐานอิสระที่ใช้เครื่องรับสัญญาน GNSS 4 เครื่องมาเป็นต้นแบบ จำนวนคาบจาก 4 คาบการรังวัดจะกลายเป็นจำนวนคาบทั้งหมด 12 คาบเมื่อเครื่องรับสัญญานเหลือแค่ 2 เครื่อง (การแสดงผลอาศัยเส้นประมาช่วย เนื่องจากไม่สามารถใช้จำนวนสี 12 สี แยกด้วยสายตาบางสีใกล้เคียงกันมาก)

รูปที่ 13 แสดงการออกแบบโครงข่าย GNSS เมื่อใช้เครื่องรับสัญญาน GNSS จำนวน 2 เครื่อง

มีเครื่องรับสัญญาน GNSS (N) จำนวน 2 เครื่อง เส้นฐานทั้งหมดในแต่ละคาบ = N*(N-1)/2 = 2*(2-1)/2 = 1 เส้น จำนวนเส้นฐานอิสระ = (N-1) = (2-1) = 1 เส้น หมายเหตุไม่มีเส้นฐานไม่อิสระ

จำนวนเส้นฐานอิสระทั้งหมด = 12 * 1 = 12 เส้นฐาน สังเกตุว่าแต่ละหมุดจะตั้งมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไป (มีเพียงหมุด D เท่านั้นที่ตั้ง 2 ครั้ง หมุด E ตั้งมากที่สุด 4 ครั้ง หมุด A, B ,C, F, G และ H ตั้ง 3 ครั้ง)

คาบการวัด (sessions)

เส้นฐานอิสระ (Independent baselines)

1

A-D

2

A-E

3

A-B

4

B-C

5

B-F

6

G-D

7

G-E

8

C-F

9

C-E

10

H-G

11

H-E

12

H-F

การรังวัดในสนามเมื่อมีเครื่องรับสัญญาน GNSS 2 เครื่อง สมมติว่าตั้งเครื่องรับที่ 1 ที่หมุด A คาบแรกตั้งเครื่องรับที่ 2 ที่หมุด D เมื่อรังวัดครบหนึ่งคาบจะได้เส้นฐานอิสระ A-D ต่อไปจะรังวัดเส้นฐานอิสระ A-E โดยการย้ายเครื่องที่ 2 ไปที่หมุด E แล้วหมุด A จะตั้งเครื่องรับที่ 1 แช่ต่อไปหรือจะมีการยกขาตั้งกล้องมาตั้งใหม่และวัดความสูง (re-centered, re-plumbed &H.I.) ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายแนะนำให้ยกขาตั้งกล้องตั้งกันใหม่ครับ เพื่อจะได้มี redundancy ไปคำนวณในลำดับต่อไป

ความผิดพลาดจากการวัดความสูงผิดนี่เป็นกันมาก บางสำนักให้ช่างสำรวจถ่ายรูปความสูงของตลับเมตรขณะทำการวัดไว้ด้วย สมมติว่าความสูง (HI) ของจุด A วัดผิดและตั้งเครื่องรับที่ 1 แช่ไว้ การย้ายเครื่องรับที่ 2 จากหมุด D ไปหมุด E และไปหมุด B เมื่อทำการคำนวณค่าบรรจบวง A-D-E แล ะA-E-B จะพบว่าไม่ผ่านทั้งสองวง ตรวจสอบยาก ดังนั้นการรังวัดแต่ละคาบการวัดในกรณีนี้การตั้งเครื่องรับที่จุด A ใหม่ทุกครั้งจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ

รูปที่ 14 แสดงการวัดความสูงจานรับสัญญานเครื่องรับสัญญาน GNSS และถ่ายรูปไว้อ้างอิงกันการอ่านผิดพลาด

ดังนั้นข้อกำหนดที่ให้ตั้งเครื่องรับสัญญาน GNSS ที่หมุดมากกว่า 1 หนึ่งครั้งจึงเป็นข้อยกเว้นถ้าใช้เครื่องรับสัญญานแค่ 2 เครื่อง บางข้อกำหนด (specifications) นิยมกำหนดให้ redundancy เป็นเส้นฐานอิสระที่ซ้ำกันควบคู่ไปด้วย ตัวอย่างการรังวัดที่ผมแสดงให้ดูดังรูปที่ 9 แสดงเส้นฐานอิสระที่วัดซ้ำได้แก่ PM2-PM3, PM3-PM4 และ PM4-PM5 ซึ่งเป็นการวัดแบบ dual session

การออกแบบโครงข่ายกรณีมีเครื่องรับสัญญาน GNSS จำนวน 4 เครื่องและตั้งรังวัดที่หมุดมากกว่า 3 ครั้ง

จากโจทย์ที่ 1 ถ้าต้องการตั้งรังวัดที่หมุดมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไป (More than triple occupations) ในที่นี้จำนวนเส้นฐานอิสระจะเพิ่มขึ้น จำนวนคาบการวัด (session) จะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

รูปที่ 15 แสดงการออกแบบโครงข่าย GNSS เมื่อใช้เครื่องรับสัญญาน GNSS จำนวน 4 เครื่อง และรังวัดซ้ำที่หมุดมากกว่า 3 ครั้ง

มีเครื่องรับสัญญาน GNSS (N) จำนวน 4 เครื่อง เส้นฐานทั้งหมดในแต่ละคาบ = N*(N-1)/2 = 4*(4-1)/2 = 6 เส้น จำนวนเส้นฐานอิสระ = (N-1) = (4-1) = 3 เส้น

จำนวนเส้นฐานอิสระทั้งหมด = 6 * 3 = 18 เส้นฐาน สังเกตุว่าแต่ละหมุดจะตั้งมากกว่า 3 ครั้ง มีเพียงหมุด F เท่านั้นที่ตั้ง 4 ครั้ง และจะได้เส้นฐานอิสระที่ซ้ำมี redundancy คือเส้นฐานอิสระ B-F, D-E และ GH

คาบการวัด (sessions)

เส้นฐานอิสระ (Independent baselines)

1

B-F

F-H

H-G

2

A-B

B-C

C-F

3

D-G

G-E

E-H

4

A-D

D-E

E-C

5

D-E

E-A

A-C

6

B-F

F-G

G-H

โปรดติดตามกันตอนต่อไปจะเป็นการไปจะเป็นการ enable หรือ disable ในโปรแกรมประมวลผล จะใช้ Trimble Business Center เป็นกรณีศึกษา

Related

7 thoughts on “วิธีการออกแบบและรังวัดโครงข่าย GNSS ฉบับคนเดินถนน (ตอนที่ 1)”

  1. Sor says:
    19/02/2022 at 16:00

    ขอบคุณครับ

    Reply
  2. Pathompong Senayai says:
    04/06/2022 at 16:52

    ขอบคุณมากครับ รอตอน 2 เลยครับ

    Reply
  3. bank49 says:
    23/06/2022 at 13:32

    ขอบคุนครับ

    Reply
  4. Dan Jakkarin says:
    15/05/2023 at 13:45

    ผมคิดว่า การทำ session อิสระ นอกจากจะไม่ทำให้ loop closure ดีกว่าความเป็นจริงแล้ว

    สิ่งที่คำนึงอีกอย่างคือ การคาลิเบรต tribrach/ plummet ด้วยครับ เพราะเคยเจอเคส ทำเท่าไรก็ไม่เข้าเพราะ

    การตั้งหลายครั้ง error random มากๆ เลยครับ

    Reply
    1. priabroy says:
      17/05/2023 at 07:44

      อ่าใช่ครับ เป็นสิ่งจำเป็นที่ละเลยไม่ได้เลยครับ ใน check list ก่อนทำรังวัดต้องมีหัวข้อนี้ด้วย สำหรับการใช้ TBC ชัดเจนมากในการ settings หัวข้อ Standard errors ที่ต้องป้อนค่า instrument centering error อย่างผมป้อนตัวเลขไว้ที่ 0.002m เสมอ

      Reply
  5. Nard says:
    29/02/2024 at 08:40

    ชอบมากครับ ขอบคุณครับ

    Reply
    1. priabroy says:
      02/03/2024 at 18:03

      ขอบคุณครับ

      Reply

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

August 2026
M T W T F S S
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  
« Jul    

Blog Stats

  • 885,574 hits

Recent Posts

  • ประสบการณ์ใช้งาน Kimi K3 Code เขมือบแบบสยอง
  • สร้างแพลตฟอร์มดู Point Cloud บนเว็บด้วย Potree + CesiumJS — เรื่องเล่าจากสนามบินอู่ตะเภา
  • เมื่อวิศวกรสำรวจคำนวณเรื่องน้ำ – วิเคราะห์ระบบระบายน้ำบริเวณ RESA
  • แนะนำหนังสือ “จีออเดซี” ที่ยอดเยี่ยมของดร.พุทธิพล
  • ESPrtk ทำให้ ESP32 ใช้ไม่ได้? วิธีกู้คืน
  • กรณีศึกษา – คืนชีพ SDL30 ปี 2000 ด้วย ESP32 และแอพทำเอง SDL30 Collector
  • DIY RTK Base Station (survey-grade) รุ่น V3.21 ด้วย Raspberry Pi 2B + UM980 เมื่อคุณปู่กลับมาเป็นฮีโร่ ตอนที่ 4
  • รีวิวกูปรี (CoPre2) โปรแกรมประมวลผลไลดาร์จากค่าย CHCNav
  • DIY RTK Base Station (survey-grade) รุ่น V3.2 ด้วย Orange Pi 3 Zero + UM980 ตอนที่ 3
  • DIY RTK Base Station (survey-grade) รุ่น V3 ด้วย Orange Pi 3 Zero + UM980 ตอนที่ 2
  • เส้นทางและไทม์ไลน์ของใบรับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบอาชีพวิศวกรรม(สำรวจ)ระดับวิศวกรวิชาชีพ
  • มัดแหนมรวมสามโปรแกรมไปใช้บนสโตร์ Snap ฝั่งลีนุกซ์
  • ปัดฝุ่น Traverse Pro เพิ่มรายละเอียดรายการคำนวณใหม่แบบแนวนอน (Landscape) และธีมมืด
  • DIY RTK Base Station (Survey-Grade) ด้วยชิป UM980 และบอร์ด ESP32 ตอนที่ 1
  • สร้าง NTRIP Caster ด้วย BNC บนคลาวด์แบบ DIY สำหรับ RTK Base Station ใช้ CHCNav P5
  • จับ AI มาไตรกรีฬา สร้างตัวติดตั้ง Snap สำหรับ Surveyor Pocket Tools กับประเด็นแฝงเร้นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
  • ทดสอบรีด QGIS แบบโหดสัสด้วยชุดข้อมูล Open Building V3 โพลีกอน 74 ล้านหลัง
  • เมื่อ AI เป็นพิษชักจูงผู้ใช้ด้วยข้อมูลผิดๆ
  • เมื่อ AI กลายเป็นพิษด้วยอัตตา
  • คอมไพล์ PROJ 9.6.0 สำหรับแอนดรอยด์ แก้ปัญหาเพิ่มขนาด page size 16KB ตามกฎใหม่ของกูเกิ้ล
  • เครื่องมือช่วยออกแบบเส้นโครงแผนที่ความคลาดเคลื่อนต่ำ ด้วย LDP Companion เพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจ (#กำลังพัฒนา #Rust #Slint)
  • #Update แก้บั๊กหลุมดำ Surveyor Pocket Tools
  • ปฐมฤกษ์โปรแกรมเดสก์ท็อปภาษา Rust ด้วย Slint
  • การตั้ง Heading จาก RTK GNSS สองเครื่องใน Hypack
  • วิธีการออกแบบและรังวัดโครงข่าย GNSS ฉบับคนเดินถนน (ตอนที่ 3)

Subscribe to Blog via Email

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 118 other subscribers

Archives

  • August 2026
  • July 2026
  • May 2026
  • April 2026
  • March 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • September 2025
  • August 2025
  • July 2025
  • June 2025
  • May 2025
  • January 2025
  • December 2024
  • November 2024
  • October 2024
  • September 2024
  • July 2024
  • May 2024
  • April 2024
  • January 2024
  • November 2023
  • October 2023
  • September 2023
  • July 2023
  • June 2023
  • May 2023
  • March 2023
  • February 2023
  • January 2023
  • November 2022
  • October 2022
  • September 2022
  • July 2022
  • May 2022
  • December 2021
  • October 2021
  • September 2021
  • August 2021
  • May 2021
  • February 2021
  • January 2021
  • December 2020
  • November 2020
  • October 2020
  • September 2020
  • July 2020
  • June 2020
  • May 2020
  • April 2020
  • March 2020
  • February 2020
  • January 2020
  • December 2019
  • November 2019
  • September 2019
  • August 2019
  • July 2019
  • May 2019
  • April 2019
  • March 2019
  • February 2019
  • January 2019
  • November 2018
  • October 2018
  • September 2018
  • August 2018
  • July 2018
  • June 2018
  • May 2018
  • April 2018
  • March 2018
  • January 2018
  • November 2017
  • July 2017
  • June 2017
  • May 2017
  • April 2017
  • March 2017
  • February 2017
  • January 2017
  • December 2016
  • November 2016
  • October 2016
  • August 2016
  • November 2015
  • March 2015
  • August 2014
  • March 2014
  • January 2014
  • December 2013
  • February 2012
  • January 2012
  • November 2011
  • October 2011
  • August 2011
  • April 2011
  • February 2011
  • December 2010
  • November 2010
  • October 2010
  • September 2010
  • June 2010
  • April 2010
  • March 2010
  • January 2010
  • December 2009
  • November 2009
  • October 2009
  • September 2009
  • August 2009

Recent Comments

  • 63.013_Sor Saimai on การออกแบบเส้นโครงแผนที่ความเพี้ยนต่ำ (Low Distortion Projection) ตอนที่ 2 (กรณีศึกษาออกแบบเส้นโครงแผนที่ความเพี้ยนต่ำสำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล)
  • priabroy on แปลงรูปแบบไฟล์แบบจำลองความสูงจีออยด์ TGM2017 เป็น GGF เพื่อใช้ในโปรแกรม Trimble Business Center
  • priabroy on แปลงรูปแบบไฟล์แบบจำลองความสูงจีออยด์ TGM2017 เป็น GGF เพื่อใช้ในโปรแกรม Trimble Business Center
  • Thanom Sriworasa on แปลงรูปแบบไฟล์แบบจำลองความสูงจีออยด์ TGM2017 เป็น GGF เพื่อใช้ในโปรแกรม Trimble Business Center
  • priabroy on ติดปีกเครื่องคิดเลขเทพ Casio fx 9860G II SD ด้วยโปรแกรมภาษาซีบน AddIn ตอนที่ 7 โปรแกรมคำนวณโค้งราบ (Horizontal Curve)
©2026 Prajuab Riabroy's Blog | Design: Newspaperly WordPress Theme