Skip to content

Prajuab Riabroy's Blog

Survey Application – GNSS – UAV – Programing – Python – Dart&Flutter – Rust

Menu
  • Home
  • About Us
  • Survey Application
    • Surveyor Pocket Tools
    • Traverse Pro
    • XSection Plot
    • Geoid Height Pro
    • Spot Fire
    • โปรแกรมงานสำรวจสำหรับเครื่องคิดเลข Casio fx-5800P
    • โปรแกรมงานสำรวจสำหรับเครื่องคิดเลข Casio fx-9860G II SD
  • Download
  • Privacy Policy
Menu

ไขความลับดำมืดโค้งสไปรัล ตอนที่ 1

Posted on 13/01/2021

จากที่ผมได้เขียนโปรแกรมลงเครื่องคิดเลข HP Prime G2 คำนวณโค้งสไปรัล ทำให้เห็นว่าจะต้องใช้สูตรตัวไหน เริ่มต้นคำนวณอย่างไร เป็นลำดับขั้นตอนไปอย่างไร ช่างสำรวจหรือวิศวกรสำรวจน้อยคนนักที่จะได้คำนวณโค้งสไปรัล ปัจจุบันโปรแกรมออกแบบงานถนน งานรถไฟอย่าง Civil 3D สามารถออกแบบงานได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ การไปเลเอ้าท์หน้างานก็อาศัยโปรแกรมจากแคด จึงทำให้โอกาสน้อยคนที่จะสามารถคำนวณเองด้วยมือได้ ความลับดำมืดจึงยังคงอยู่กับโค้งสไปรัลต่อไป แต่ถ้าตั้งใจทำความเข้าใจลำดับการคำนวณโค้งสไปรัลก็ไม่ได้ยากเลย เพียงแต่ต้องหาสูตรให้ถูกที่ถูกทางก่อน หลายๆสูตรไปผูกกับหน่วยฟุตแนบแน่น จนทำให้คนใช้หน่วยเมตริกแบบพวกเรามาตั้งแต่เรียนจบ ออกอาการงงๆเบลอๆ

ยุคนี้เป็นยุคงานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (High Speed Rail) โค้งที่นำมาประยุกต์ใช้เป็นโค้งสไปรัล ดังนั้นช่างสำรวจและวิศวกรสำรวจควรจะทำความเข้าใจให้กระจ่าง ที่ผ่านมาผมก็เช่นกันเห็นตำราคำนวณโค้งสไปรัลแล้ว จับต้นชนปลายไม่ถูก เนื่องจากสูตรดูเหมือนเยอะทำให้เข้าใจไม่ทะลุปรุโปร่งสักที บทความนี้จะนำเสนอสูตร วิธีการใช้ที่ผมเอามาเขียนโปรแกรมบนเครื่องคิดเลข HP Prime และที่พิเศษคือมาคำนวณกันด้วยมือ สิ่งที่ต้องเตรียมคือเครื่องคิดเลขกับกระดาษทด เมื่อได้ผลลัพธ์แล้วลองมาเทียบกับผลลัพธ์จากเครื่องคิดเลขดูกัน

ลักษณะโค้งสไปรัล (Spiral Curve)

สำหรับโค้งสไปรัลที่เราใช้ในเมืองไทยคือแบบ Clothoid spiral ส่วนแบบอื่นๆไม่ได้กล่าวถึงในที่นี่ โค้งสไปรัลในการใช้งานจะนำไปรวมกับโค้งวงกลม โค้งสไปรัลจะเป็นโค้งที่รัศมีไม่คงที่ถ้าเริ่มเข้าโค้งสไปรัลที่จุด TS จะเริ่มจากรัศมีเป็นอนันต์แล้วรัศมีค่อยๆลดลงไปเรื่อยๆจนไปเท่ากับรัศมีวงกลมที่มาต่อกันที่จุด SC จากนั้นจะเข้ารัศมีโค้งวงกลมจนกระทั่งสิ้นสุดโค้งวงกลมที่จุด CS จะต่อด้วยโค้งสไปรัลอีกที รัศมีโค้งสไปรัลจะเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นอนันต์ที่จุดออกจากโค้งสไปรัลที่จุด ST

  • credit: http://www.jerrymahun.com/
  • เส้นสีน้ำเงินคือโค้งสไปรัล สีแดงคือโค้งวงกลม

สูตรคำนวณโค้งสไปรัล (Spiral Curve Formula)

เนื่องจากโค้งสไปรัลเอาไปผสมใช้กับโค้งวงกลม ดังนั้นถ้าเป็นโค้งผสมแบบสมมาตรคือความยาวโค้งสไปรัลเข้าและออก (Entrance spiral & Exit spiral) จะกำหนดให้ความยาว (LS) เท่ากัน ผมจะนำเสนอแบบสมมาตรเพื่อการคำนวณออกมาง่ายที่สุดและนิยมใช้แบบสมมาตรมากกว่าแบบอสมมาตร

การคำนวณหาองค์ประกอบของโค้งสไปรัลเป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกที่ต้องคำนวณก่อนจากโจทย์ที่กำหนด ส่วนใหญ่จะให้ความยาวโค้งสไปรัล (LS) มาให้, กำหนดรัศมีโค้งวงกลม (RC) และกำหนดมุมเบี่ยงเบน (Δ) สามอย่างนี้เราสามารถคำนวณหาองค์ประกอบโค้งสไปรัลและโค้งวงกลมได้หมด

สำหรับสูตรในกรอบสีชมพูด้านบนสองบรรทัดล่าง จะสังเกตุเห็นสูตรหาระยะ offset (X,Y) ที่จุดใดๆ เมื่อทราบความยาวโค้ง (ls) ใดๆของจุดนั้น

แผนผังแสดงส่วนประกอบโค้งสไปรัล

ถ้าลากโค้งวงกลมผ่านจุด SC มาแตะจุดที่เรียกว่า PCO จุดนี้จะเป็นจุดที่ขนานกับเส้น semi-tangent หรือคิดง่ายๆถ้าลากเส้นจากจุดศูนย์กลางวงกลมผ่านจุด PCO ไปตั้งฉากกับเส้น semi-tangnet ระยะทางวัดตั้งฉากจากปลายเส้นโค้งนี้ไปหาเส้น semi-tangent จะได้ระยะทาง p ถ้าจับ Rc บวกกับระยะ p แล้วดูความสัมพันธ์กับระยะทาง T จะเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก มีด้านประกอบมุมฉากคือด้าน p+Rc, T และด้านที่ลากจากศูนย์กลางโค้งวงกลมไปหาจุด PI ตรงนี้มีมุม Δ/2 ถ้าเอา T หารด้วย (Rc+p) จะได้ T/(Rc+p) = tan (Δ/2)

ถ้าลากเส้นขนานกับเส้น semi-tangent ไปหาจุดเริ่มต้นสไปรัล (TS) จะได้ระยะทาง k ดูรูปขยายด้านล่าง อันนี้ง่ายจะได้ Ts = T + k

ผังแสดงส่วนประกอบโค้งสไปรัลรวมทั้งโค้งวงกลม
ส่วนขยายของโค้งสไปรัล

ตัวอย่างที่ 1

โจทย์คำนวณโค้งสไปรัลกำหนดมุมเบี่ยงเบน (Δ) 30° รัศมีโค้งวงกลม (Rc) 382 เมตร ความยาวโค้งสไปรัล (Ls) 120 เมตร กำหนดสถานีที่จุด TS 0+708

วิธีคำนวณหาองค์ประกอบโค้ง Δs, Δc และ Lc

เมื่อรู้สามอย่างอย่างที่ผมบอกคือ Δ, Rc และ Ls จะสามารถหาองค์ประกอบโค้งได้ทั้งหมด อันดับแรกเราจะคำนวณหามุมเบี่ยงเบนของโค้งสไปรัล (Δs) , มุมเบี่ยงเบนของโค้งวงกลม (Δc) และความยาวโค้งวงกลม (Lc) มาดูสูตรสามบรรทัดแรกก่อนด้านขวามือ คำนวณหามุมเบี่ยงเบนของโค้งสไปรัล Δs ดังบรรทัดด้านล่าง

มุม Δs ที่ได้มาเป็นเรเดียนเมื่อนำมาคูนกับ 180/¶ จะได้หน่วยเป็นดีกรี ต่อไปคำนวณหา Δc จากสูตรที่สอง

ต่อไปหาความยาวโค้งวงกลม (Lc)

วิธีคำนวณหาระยะออฟเซ็ท Xs, Ys

ระยะออฟเซ็ท (Xs, Ys) ต้องหาเพราะว่าจะต้องไปคำนวณหา p และ k มาดูไดอะแกรมที่ผมขยายให้ใหญ่ขึ้น Xs จะวัดจากจุด TS ไปตามเส้น semi-tangent (TS – PI) ส่วน Ys วัดตั้งฉากไปหาจุด SC

ในที่นี่มุม θ = Δs = 8°59’57.61″ = 8.99933611° = 0.15706806 เรเดียน เอามุมหน่วยเป็นเรเดียนไปแทนที่ในสมการ Xs, Ys

วิธีคำนวณหาระยะ p, q และ T, Ts

เมื่อได้ค่า Xs, Ys จะนำไปแทนค่าในสมการ

วิธีคำนวณหาสถานี (Stationing)

เมื่อได้องค์ประกอบของโค้งแล้ว ขั้นต่อไปจะคำนวณหาสถานี (stationing) จากโจทย์กำหนดให้จุด TS 0+708 สถานี SC, CS , ST จะคำนวณไปตามระยะโค้ง ส่วน PI จะพิเศษหน่อยตรงที่บอกระยะ semi-tangent (Ts) เข้าไปตรงๆ

PI Sta = TS Sta + Ts = 708 + 192.728 = 0 + 900.728

SC Sta = TS Sta + Ls = 708 + 120 = 0 + 828

CS Sta = SC Sta + Lc = 828 + 80.015 = 0 + 908.015

ST Sta = CS Sta + Ls = 908.015 + 120 = 1 + 028.015

เปรียบเทียบผลลัพธ์กับเครื่องคิดเลข

ผมป้อนข้อมูลตามโจทย์ตัวอย่างที่ 1 เข้าไปและผลลัพธ์ได้ดังนี้ โดยที่จำนวนทศนิยมผมตั้งไปที่ 8 ตำแหน่ง แต่จะสังเกตุเห็นว่าระยะ p ที่คำนวณได้ 1.56929848 m แต่จากที่คำนวณจากโปรแกรมเครื่องคิดเลขด้านล่างได้ p = 1.56929745 m ต่างกันที่ตำแหน่งที่ 6 เพราะเราใช้มุม Δs = 8°59’57.61″ ที่ปัดมาแล้ว ถ้าคำนวณจริงๆแบบไม่ปัดคือ p = 6.27165998 – 382(1-cos(120/(2×382)*180/PI) = 1.56929745 m แต่สำหรับผมแล้วต่อให้มุมปัดไม่ปัด ในการทำงานจริงๆต้องการแค่ตำแหน่งที่ 3 การต่างกันที่ตำแหน่งที่ 6 ถือว่าไม่มีนัยสำคัญ

ก็ขอพักตอนที่ 1 ไว้ตรงนี้ก่อน ตอนที่ 2 มาว่ากันเรื่องการคำนวณค่าพิกัดบนโค้งและการคำนวณหาค่าพิกัดของเส้นโค้งที่ออฟเซ็ทออกไปด้านซ้ายหรือด้านขวา

Related

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

August 2026
M T W T F S S
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  
« Jul    

Blog Stats

  • 885,618 hits

Recent Posts

  • ประสบการณ์ใช้งาน Kimi K3 Code เขมือบแบบสยอง
  • สร้างแพลตฟอร์มดู Point Cloud บนเว็บด้วย Potree + CesiumJS — เรื่องเล่าจากสนามบินอู่ตะเภา
  • เมื่อวิศวกรสำรวจคำนวณเรื่องน้ำ – วิเคราะห์ระบบระบายน้ำบริเวณ RESA
  • แนะนำหนังสือ “จีออเดซี” ที่ยอดเยี่ยมของดร.พุทธิพล
  • ESPrtk ทำให้ ESP32 ใช้ไม่ได้? วิธีกู้คืน
  • กรณีศึกษา – คืนชีพ SDL30 ปี 2000 ด้วย ESP32 และแอพทำเอง SDL30 Collector
  • DIY RTK Base Station (survey-grade) รุ่น V3.21 ด้วย Raspberry Pi 2B + UM980 เมื่อคุณปู่กลับมาเป็นฮีโร่ ตอนที่ 4
  • รีวิวกูปรี (CoPre2) โปรแกรมประมวลผลไลดาร์จากค่าย CHCNav
  • DIY RTK Base Station (survey-grade) รุ่น V3.2 ด้วย Orange Pi 3 Zero + UM980 ตอนที่ 3
  • DIY RTK Base Station (survey-grade) รุ่น V3 ด้วย Orange Pi 3 Zero + UM980 ตอนที่ 2
  • เส้นทางและไทม์ไลน์ของใบรับรองความรู้ความชำนาญในการประกอบอาชีพวิศวกรรม(สำรวจ)ระดับวิศวกรวิชาชีพ
  • มัดแหนมรวมสามโปรแกรมไปใช้บนสโตร์ Snap ฝั่งลีนุกซ์
  • ปัดฝุ่น Traverse Pro เพิ่มรายละเอียดรายการคำนวณใหม่แบบแนวนอน (Landscape) และธีมมืด
  • DIY RTK Base Station (Survey-Grade) ด้วยชิป UM980 และบอร์ด ESP32 ตอนที่ 1
  • สร้าง NTRIP Caster ด้วย BNC บนคลาวด์แบบ DIY สำหรับ RTK Base Station ใช้ CHCNav P5
  • จับ AI มาไตรกรีฬา สร้างตัวติดตั้ง Snap สำหรับ Surveyor Pocket Tools กับประเด็นแฝงเร้นความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
  • ทดสอบรีด QGIS แบบโหดสัสด้วยชุดข้อมูล Open Building V3 โพลีกอน 74 ล้านหลัง
  • เมื่อ AI เป็นพิษชักจูงผู้ใช้ด้วยข้อมูลผิดๆ
  • เมื่อ AI กลายเป็นพิษด้วยอัตตา
  • คอมไพล์ PROJ 9.6.0 สำหรับแอนดรอยด์ แก้ปัญหาเพิ่มขนาด page size 16KB ตามกฎใหม่ของกูเกิ้ล
  • เครื่องมือช่วยออกแบบเส้นโครงแผนที่ความคลาดเคลื่อนต่ำ ด้วย LDP Companion เพื่อนคู่คิดมิตรคู่ใจ (#กำลังพัฒนา #Rust #Slint)
  • #Update แก้บั๊กหลุมดำ Surveyor Pocket Tools
  • ปฐมฤกษ์โปรแกรมเดสก์ท็อปภาษา Rust ด้วย Slint
  • การตั้ง Heading จาก RTK GNSS สองเครื่องใน Hypack
  • วิธีการออกแบบและรังวัดโครงข่าย GNSS ฉบับคนเดินถนน (ตอนที่ 3)

Subscribe to Blog via Email

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 118 other subscribers

Archives

  • August 2026
  • July 2026
  • May 2026
  • April 2026
  • March 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • September 2025
  • August 2025
  • July 2025
  • June 2025
  • May 2025
  • January 2025
  • December 2024
  • November 2024
  • October 2024
  • September 2024
  • July 2024
  • May 2024
  • April 2024
  • January 2024
  • November 2023
  • October 2023
  • September 2023
  • July 2023
  • June 2023
  • May 2023
  • March 2023
  • February 2023
  • January 2023
  • November 2022
  • October 2022
  • September 2022
  • July 2022
  • May 2022
  • December 2021
  • October 2021
  • September 2021
  • August 2021
  • May 2021
  • February 2021
  • January 2021
  • December 2020
  • November 2020
  • October 2020
  • September 2020
  • July 2020
  • June 2020
  • May 2020
  • April 2020
  • March 2020
  • February 2020
  • January 2020
  • December 2019
  • November 2019
  • September 2019
  • August 2019
  • July 2019
  • May 2019
  • April 2019
  • March 2019
  • February 2019
  • January 2019
  • November 2018
  • October 2018
  • September 2018
  • August 2018
  • July 2018
  • June 2018
  • May 2018
  • April 2018
  • March 2018
  • January 2018
  • November 2017
  • July 2017
  • June 2017
  • May 2017
  • April 2017
  • March 2017
  • February 2017
  • January 2017
  • December 2016
  • November 2016
  • October 2016
  • August 2016
  • November 2015
  • March 2015
  • August 2014
  • March 2014
  • January 2014
  • December 2013
  • February 2012
  • January 2012
  • November 2011
  • October 2011
  • August 2011
  • April 2011
  • February 2011
  • December 2010
  • November 2010
  • October 2010
  • September 2010
  • June 2010
  • April 2010
  • March 2010
  • January 2010
  • December 2009
  • November 2009
  • October 2009
  • September 2009
  • August 2009

Recent Comments

  • 63.013_Sor Saimai on การออกแบบเส้นโครงแผนที่ความเพี้ยนต่ำ (Low Distortion Projection) ตอนที่ 2 (กรณีศึกษาออกแบบเส้นโครงแผนที่ความเพี้ยนต่ำสำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล)
  • priabroy on แปลงรูปแบบไฟล์แบบจำลองความสูงจีออยด์ TGM2017 เป็น GGF เพื่อใช้ในโปรแกรม Trimble Business Center
  • priabroy on แปลงรูปแบบไฟล์แบบจำลองความสูงจีออยด์ TGM2017 เป็น GGF เพื่อใช้ในโปรแกรม Trimble Business Center
  • Thanom Sriworasa on แปลงรูปแบบไฟล์แบบจำลองความสูงจีออยด์ TGM2017 เป็น GGF เพื่อใช้ในโปรแกรม Trimble Business Center
  • priabroy on ติดปีกเครื่องคิดเลขเทพ Casio fx 9860G II SD ด้วยโปรแกรมภาษาซีบน AddIn ตอนที่ 7 โปรแกรมคำนวณโค้งราบ (Horizontal Curve)
©2026 Prajuab Riabroy's Blog | Design: Newspaperly WordPress Theme