Skip to content
Surveyor Pocket Tools เ ป็นโปรแกรมที่รวบรวมเครื่องมือเล็กเครื่องมือน้อยสำหรับช่างสำรวจ ตอนนี้เพิ่มการคำนวณหาพื้นที่ หลากหลายประเด็นที่จะมาคุยกันว่ามันควรจะง่ายธรรมดาแต่มันไม่ธรรมดาอย่างไร
โปรแกรมคำนวณพื้นที่
ย้อนรอยสูตรคำนวณหาพื้นที่
Surveyor Pocket Tools รุ่นก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะเป็นงานคำนวณในงานเซอร์เวย์เรื่อง Advance เช่นงานคำนวณหาระยะทางบน Ellipsoid งานคำนวณหาความสูงของจีออยด์ การแปลงพิกัด ตอนนี้จะกลับมาเรื่องพื้นฐานคือการคำนวณหาพื้นที่
การคำนวณหาพื้นที่ ปกติที่เราคุ้นหูคุ้นตาคือ การเอาค่าพิกัด X,Y ในระบบพิกัดฉากมาวางเรียงกันในแนวนอนหรือแนวตั้งแล้วจัดการเอาค่า X คูนค่า Y สลับแบบผูกเชือกรองเท้า คูนขึ้นเป็นบวก คูนลงเป็นลบ เรียกสูตรนี้ว่า สูตรเชือกผูกรองเท้า (Shoelace’s formula ) แต่เนื่องจากช่างสำรวจคงใช้สูตรนี้กันมากกว่าเพื่อนเลยเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Surveyor’s formula
Shoelace Formula (รูปดัดแปลงจากรูปต้นฉบับ wikipedia.org)
โดยที่ข้อแม้สูตรนี้คือจุดจะต้องเรียงกันไปไม่มีการไขว้กันเด็ดขาดแบบรูปด้านล่าง
งานสำรวจแบบโลกเก่าคือออกพิกัดลอยของใครของมัน ใช้กล้อง Total station หรือโบราณกว่านั้นดึงเทปวัดมุม เก็บมุมพื้นที่ของแปลงแล้วนำค่าพิกัดรูปปิดมาคำนวณ ข้อดีคือได้พื้นที่จริงๆมาใช้งาน แต่ข้อเสียคือแผนที่ต่างคนต่างออกจากศูนย์พิกัดต่างกัน ถ้าแปลงติดๆกันไม่สามารถเอามาต่อกันได้ เอาไปเขียนลง google earth ก็ไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนของโลกนี้
ปัญหาการคำนวณพื้นที่กับค่า Scale factor
ในการทำแผนที่พื้นที่ใหญ่ๆ เนื่องพื้นผิวโลกมีความโค้ง ดังนั้นการทำแผนที่บนผิวโลกแล้วนำมาเขียนลงบนระบบแบนราบแบบกระดาษ จะเกิดความเพี้ยน (distortion) ยิ่งไกลมากยิ่งเพี้ยนมาก นักคณิตศาสตร์รุ่นเก่าจึงแก้ปัญหานี้โดยการคิดค้นประดิษฐ์เส้นโครงแผนที่ (Map projection) ที่เป็นระนาบราบ (ระบบพิกัดฉาก) โดยมีการฉาย (project) จุดจากบนผิวโลกลงมาจุดบนระนาบ
มีได้ย่อมมีเสีย ข้อดี คือแผนที่ต่างคนต่างทำ แต่อยู่บนระบบพิกัดฉากเดียวกัน ศูนย์กำเนิดเดียวกันสามารถนำมาต่อกันได้เพราะอยู่ในระบบเดียวกัน ข้อเสีย คือแต่ละจุดบนเส้นโครงแผนทีจะมี Scale factor ที่แตกต่างกันไปไม่เท่ากัน การทำแผนที่บนเส้นพิกัดฉาก ในทางปฏิบัติจะต้องมีการทอนระยะทางที่วัดได้บนพื้นโลกด้วยการคูนเข้าค่าคูนมาตราส่วน (scale factor) จึงจะได้ระยะทางบนระบบพิกัดฉาก ปัญหาที่ scale factor แต่ละที่ไม่เท่ากันจึงเป็นปัญหาคลาสสิคที่สร้างความเวียนหัวให้กับคนทำแผนที่พอสมควร
ดังนั้นการทำแผนที่บนระบบพิกัดฉากเช่น UTM ทุกสิ่งทุกอย่างที่วัดบนพื้นโลกจะถูกทอนลงมาบนระบบพิกัดฉากด้วยค่า scale factor ปัญหาก็คือ ถ้านำค่าพิกัดของรูปปิด (polygon) ระบบพิกัดฉากมาคำนวณจะได้พื้นที่เรียกว่า Grid-based area จะไม่ตรงกับพื้นที่จริงๆ (Surface area) พื้นที่จริงๆนี่แหละครับที่เราต้องการ ที่จะนำไปใช้ในการซื้อขายที่ดิน หรือนำมาบริหารจัดการเกี่ยวกับที่ดินเช่นด้านการเกษตร เช่นการเตรียมปุ๋ยให้สอดคล้องกับพื้นที่จริงๆในกรณีมีที่ดินมากๆ
ทำความเข้าใจเรื่อง Scale Factor
ก่อนจะไปต่อเรื่องคำนวณพื้นที่จะมาทำความเข้าใจเรื่อง Scale factor บนแผนที่ระบบพิกัดฉาก Scale factor จะมีผลต่อความยาว ระยะทาง ทำให้มีผลต่อการคำนวณพื้นที่โดยปริยาย
Scale factor
จากรูปโมเดลด้านบน จะมีพื้นผิวสี่อย่างคือ
พื้นผิวภูมิประเทศบนโลก ช่างสำรวจทำการรังวัดบนนี้ครับ
พื้นผิวจีออยด์ (Geoid) คือพื้นผิวที่แทนระดับน้ำทะเลปานกลาง เราวัดความสูงสิ่งต่างๆบนโลกอ้างอิงค่าระดับจากพื้นผิวนี้
พื้นผิวทรงรีอาจจะเป็น WGS84 (ช่างรังวัดกรมที่ดินใช้ทรงรี Everest 1830) ค่าพิกัดภูมิศาสตร์ที่ได้จากเครื่อง GPS อ้างอิงที่พื้นผิว WGS84 นี้
พื้นระนาบราบ(ระบบพิกัดฉาก) บ้านเราใช้ UTM แผนที่ที่เราใช้กันส่วนใหญ่อยู่บนระบบนี้
การคำนวณหาค่าคูนมาตราส่วน (Scale factor) จะมีสองอย่างประกอบกัน โดยที่คำนวนสองขั้นตอน
Elevation Scale Factor (ESF) เป็นค่าคูนมาตราส่วนที่คูนกับระยะราบที่รังวัดได้บนพื้นผิวภูมิประเทศของโลกจะได้ระยะราบบนทรงรี หรือ ระยะราบบนทรงรี = ESF x ระยะราบบนพื้นโลก
Grid Scale Factor (GSF) เป็นค่าคูนมาตราส่วนที่คูนกับระยะราบบนทรงรีจะได้ระยะราบบนระบบพิกัดฉาก หรือ ระยะราบบนระบบพิกัดฉาก = GSF x ระยะราบบนทรงรี
ดังนั้นถ้ารวบรัดสองขั้นตอนในขั้นเดียวจะได้ ระยะราบบนระบบพิกัดฉาก = ESF x GSF x ระยะราบบนพื้นโลก ค่า ESF x GSF นิยมเรียกว่า Combined Scale Factor (CSF)
ขั้นตอนที่ 1 คำนวณ Elevation Scale Factor (ESF)
ชื่อก็บอกมาแล้วว่าเกี่ยวข้องกับค่าระดับ ค่าระดับที่ใช้เป็นความสูงเหนือทรงรี นะครับไม่ใช่ระดับน้ำทะเลปานกลางเหนือจีออยด์ ถ้ากำหนดค่าระดับจากน้ำทะเลปานกลาง (MSL) ก็ใช้โปรแกรม EGM ของผมแปลงลงมาได้จากสูตร h = H + N (ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง + ความสูงจีออยด์)
มาดูสูตรกันก่อน R คือรัศมีทรงรี ถ้าใช้ WGS84 ใช้ค่าหยาบประมาณ 6,372,000 เมตร
สมมติจุดที่ต้องการหา ESF อยู่แลตติจูด = 12.9725° ลองจิจูด = 99.8329° ค่าระดับ =63.9 เมตร(เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง) คำนวณหา N ได้ด้วยโปรแกรม EGM (อยู่ในชุด Surveyor Pocket Tools อยู่แล้ว) ได้ความสูงเหนือจีออยด์ (N) = -31.6638 เมตร
ความสูงเหนือทรงรี (h) = H + N = 63.9 – 31.6638 = 32.236 เมตร
ค่า ESF แบบหยาบๆ ใช้ค่า R โดยประมาณ ESF = 6372000/(6372000+32.236) = 0.999994941
ถ้าต้องการค่า ESF ทีละเอียดระดับทศนิยมตัวที่ 8-9 จะต้องคำนวณหาค่า R ละเอียดจากค่าแลตติจูดของบริเวณนั้นก่อน
ถ้าทรงรี WGS84 a = 6378137, b = 6356752.314, f=1/298.2572236, e² = 0.00669437998 แลตติจูด (Ɵ) = 12.9725° แทนที่ลงไปสูตร
R = 6378137 x √(1-0.00669437998 ) / (1-0.00669437998 x (sin(12.9725))² = 6358897.478
ESF = 6358897.478 / (6358897.478 + 32.236) = 0.999994931 (ค่าคำนวณแบบหยาบ 0.999994941)
สรุปได้ค่า ESF = 0.999994931 (ชีวิตยุ่งยากไปไหม โอกาสหน้าผมจะทำทูลส์เล็กๆ ไว้คำนวณหา ESF )
ขั้นตอนที่ 2 คำนวณหา Grid Scale Factor (GSF)
ต่อไปจะคำนวณหา GSF ค่านี้จะไม่ขึ้นกับค่าระดับ แต่จะขึ้นกับค่าลองจิจูด เช่นเดียวกันจะมีสูตรคำนวณค่าโดยประมาณและค่าละเอียด สูตรค่าละเอียดค่อนข้างจะยาวหน่อย ด้านล่างเป็นสูตรหาค่าโดยประมาณ
เช่นถ้าจุดมีค่าพิกัด N = 1,434242.632 E = 590,334.084. UTM Zone 47N WGS84 หา GSF โดยประมาณได้โดยการนำตัวเลขไปแทนที่สูตรด้านบน ใช้ค่ารัศมีโลก 6372000 เมตร จะได้ GSF = 0.9996(1 + (590334.084 – 500000)²/(2 * 6372000)) = 0.9997004496
ต่อไปมาดูค่าคูนมาตราส่วน Grid Scale Factor แบบละเอียด ก่อนจะไปต่อ ต้องรู้พารามิเตอร์ทรงรีที่ใช้ รู้ค่าพิกัดภูมิศาสตร์ในตำแหน่งที่ต้องการหา
ค่าที่ต้องเตรียมก่อนจะคำนวณหา Grid Scale Factor (GSF)
สูตร Grid Scale Factor สำหรับเส้นโครงแผนที่ UTM
Grid Scale Factor for UTM
มาลองคำนวณ กำหนดจุดมีค่าพิกัดดังนี้ N = 1,434242.632 E = 590,334.084 อยูบน UTM Zone 47N WGS84 เราต้องการหา latitude/longitude เปิดโปรแกรม “UTM -Geo converter” แล้วป้อนค่าพิกัด คำนวณดังรูป ได้ค่า latitude(Φ) = 12.9725056694 longitude(λ) = 99.8329042500 central meridian สำหรับโซน 47 คือ λ0=99 สำหรับนำไปคำนวณต่อ
แทนที่สูตรหาค่า T = (tan(12.9725056694))² = 0.053067021
แทนที่สูตรหาพารามิเตอร์ของทรงรี WGS84 a = 6378137 f = 1/298.2572236 หาค่า e = √(2f – f²) = 0.08181919084 และค่า e’ = √(e²/(1-e²)) = 0.08209443794
หาค่า C = 0.08209443794² x (cos(12.9725056694))² = 0.00639987446
หาค่า A = (99.8329042500 – 99) x 3.141592654/180 * (cos (12.9725056694))² = 0.01416590874 (note : แปลงเป็น ดีกรี เป็น radian คูน ¶/180.0 เข้าไป )
หาค่า GSF (k) = 0.9996 x 1.000100987 = 0.9997009464 (ค่าโดยประมาณ 0.999704496)
สรุปค่า GSF = 0.9997009464
คำนวณ Combined Scale Factor (CSF)
ตัวอย่างข้างต้นที่ผมคำนวณหาค่า ESF กับ GSF เป็นจุดเดียวกัน ดังนั้น CSF = ESF x GSF
CSF = 0.999994931 x 0.9997009464 = 0.9996958785
ผมมีหมุด GPS อีกตัวหนึ่ง ค่าพิกัด N = 1434091.770 E=590362.138 ค่าระดับ(รทก.) = 60.513 m.
คำนวณระยะราบได้ 153.448 เมตร ลองทอนระยะราบบนกริดกลับไปบนพื้นภูมิประเทศบนโลก = 153.448 / 0.9996958785 = 153.495 เมตร ถ้าเอากล้อง Total station ลองวัดระยะราบดูควรจะต่างจากนี้ไม่มาก ที่จริง combined scale factor จะต้องหาอีกจุดด้วยก่อนนำมาเฉลี่ยกัน แต่คงต่างกันไม่มากนัก ผมแค่อยากจะบอกว่า ระยะราบของหมุด GPS สองตัว ที่เป็นระยะราบบนพิกัดฉาก UTM ทำไมเวลาช่างสำรวจไปตั้งกล้อง Total station แล้ววัดระยะราบแล้วทำไมไม่เท่ากัน ไม่เท่ากันเพราะอะไร แล้วจะคำนวณทอนระยะทางไปหากันได้อย่างไร
การประยุกต์ใช้ Combined Scale Factor
หลายๆท่านที่เป็นวิศวกรสำรวจ ช่างสำรวจ อาจจะผ่านงานโครงการใหญ่ๆ ยาวๆ เช่นงานถนน งานรถไฟ อาจจะมีโอกาสได้ใช้ CSF ปัจจุบันกล้อง total station ทันสมัย เราสามารถป้อนเอาค่า CSF พวกนี้เข้าไปในกล้องได้ กล้องเกือบๆทุกยี่ห้อจะเรียกตัวนี้ว่า “scale factor” ทำให้ลดความยุ่งยากกว่าสมัยแต่ก่อนที่ดึงเทปวัดระยะ ที่ต้องมาทอนระยะสดๆ เวลาไป setting out ก็อัพโหลดค่าพิกัดก่อน ในสนามก็สามารถ layout out ได้ถูกต้องไม่ต้องกังวลเพราะเรื่องที่เหลือกล้องจัดการให้
โครงการยาวๆแบบนี้ จึงต้องมาแบ่งตัดพื้นที่ออกเป็น block แต่ละ block คำนวณหาค่าเฉลี่ย CSF ที่แทนแต่ละพื้นที่ เวลาก่อสร้างช่วงรอยต่ออาจจะมีปัญหาเล็กน้อยที่โครงสร้างอาจจะไม่ต่อกันเป๊ะทีเดียว
ข้อควรจำ งานก่อสร้างประเภทนี้ จะออกแบบไว้บนระบบพิกัดฉาก UTM ดังนั้นคนออกแบบควรจะระลึกไว้ตลอดว่ากำลังออกแบบบนกริด ดังนั้นของที่วัดได้บนแบบ 500 เมตร ไม่ใช่ไปวัดในสนามได้ 500 เมตร (ยังมีคนที่เข้าใจแบบนี้อยู่ไม่น้อย ) ผมเคยอ่านเจอบางกรณีที่ต่างประเทศ ถ้าบริเวณนั้น CSF = 0.9995 คนออกแบบจะลง dimension ไว้ 499.75 เมตร ในแบบ เพื่อให้ที่เวลาก่อสร้างจริงจะวัดได้พอดี 500 เมตร
มีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้ Scale factor มากมายบนอินเทอร์เน็ตให้อ่านศึกษา ผมจะลงไว้ท้าย blog
เพราะระยะทางมันมี scale factor ที่เปลี่ยนผันไปตามพื้นที่และเป็นระบบ ดังนั้นเรื่องการคำนวณหาพื้นที่จึงต้องคำนึงถึงเรื่องนี้
การใช้งานโปรแกรมคำนวณพื้นที่ (Area) ในชุดโปรแกรม Surveyor Pocket Tools
เอาละร่ายเรื่อง scale factor กันมายาวเหยียด สำหรับท่านที่ดาวน์โหลดโปรแกรมรุ่นเก่าไปจะไม่มีโมดูลคำนวณพื้นที่ ต้องมาดาวน์โหลดโปรแกรมกันใหม่ ดูรุ่นและ build ก็พอจะทราบว่าอันไหนเก่าอันไหนใหม่
ดาวน์โหลดและติดตั้ง
ดูด้านขวามือดูตรง “ดาวน์โหลด (Download ” มองหา “Surveyor Pocket Tools V xxx build xxxx” คลิกเพื่อดาวน์โหลด สำหรับวินโดส์ 32 บิต ผมยังทำไฟล์ setup ให้อยู่ เมื่อโหลดมาแล้วก็ unzip แล้วก็ทำการติดตั้งได้ง่ายๆ
เมื่อติดตั้งแล้วคลิกที่โปรแกรม Surveyor Pocket Tools จะเห็นหน้าต่าง คลิกที่ไอคอนรูปโพลีกอน “Area ” จะเห็นโปรแกรมคำนวณหาพื้นที่ขึ้นมาดังนี้
“Compute Area” on Surveyor Pocket Tools
ส่วนประกอบของโปรแกรม
ส่วนประกอบของโปรแกรม
ขั้นตอนใช้งานพอสังเขป
การใช้งาน ผมจะกล่าวย่อๆเป็น work flow ดังนี้
เริ่มต้นจากเตรียมไฟล์ CSV ที่เก็บค่าพิกัดของรูปปิดที่จะหาพื้นที่ ค่าพิกัดอาจจะเป็นค่าพิกัดระบบพิกัดฉากบน UTM (อาจจะบน WGS84 หรือ Indian 1975) หรือว่าค่าพิกัดภูมิศาสตร์บน WGS84 ก็ได้
นำเข้าด้วยการ import โปรแกรมจะอ่านไฟล์แล้วทำการประมวลผลว่ามีตัวคั่นที่เหมือนกันทั้งไฟล์ไหม หรือว่ามีบรรทัดที่ไม่เหมือนบรรทัดอื่น ถ้าอ่านไม่ได้จะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ เมื่ออ่านเข้ามาแล้วจะแสดงผลที่ตารางข้อมูล
ทำการกำหนด header หรือหัวคอลัมน์ว่าช่องไหนเป็น Easting/Northing หรือ Latitude/Longitue หรือกำหนดชื่อจุดด้วยถ้ามี แต่ถ้าโปรแกรมมีหัว (header) โปรแกรมพยายามจัดให้อัตโนมัติ
ตั้งรูปแบบมุม ถ้าค่าพิกัดทีอ่านมาเป็นค่าพิกัดภูมิศาสตร์
คำนวณพื้นที่
ปักหมุดบน Google Maps หรือว่า Google Earth
ดูผลการคำนวณพื้นที่แบ่งเป็นพื้นที่บนทรงรี และพื้นที่บนระบบพิกัดฉาก
แปลงหน่วยพื้นที่เช่นจากตร.ม. เป็นไม่
Export ข้อมูลผลลัพธ์ เป็นไฟล์ CSV, Excel หรือ Shape file เพื่อนำไปใช้ในโปรแกรมด้าน GIS
โฟลเดอร์และไฟล์ทดสอบโปรแกรม
ผมมีไฟล์ตัวอย่างให้ทดสอบ แต่ไฟล์ตัวอย่างจะอยู่ที่โฟลเดอร์ที่ซ่อนของวินโดส์ จากหน้าโปรแกรมหลัก ดูที่ไอคอนล่างสุด จะเห็น “Example folder” ลองดับเบิ้ลคลิกเข้าไป จะเห็นโฟลเดอร์ย่อย “example data” ดับเบิ้ลคลิกเข้าไปจะเห็นไฟล์ดังรูป ตอนแนะนำการใช้โปรแกรมผมจะใช้ไฟล์ในโฟลเดอร์นี่เป็นหลัก
Example folder
เพื่อให้ดูง่ายๆว่าในไฟล์ใช้ระบบพิกัดเป็นอะไร ชื่อไฟล์จะใส่ระบบพิกัดไปในชื่อไฟล์ด้วย และมีไฟล์ที่ขึ้นต้นด้วย “error….” เป็นตัวอย่างไฟล์ถ้าโปรแกรมเจอไฟล์แบบนี้แล้วจะอ่านไม่ได้ หรืออ่านได้แต่ไม่ประมวลผลเช่น ไฟล์มีค่าพิกัดแค่สองจุด กลายเป็นเส้นตรงไม่สามารถคำนวณหาพท.ได้
เริ่มต้นใช้งาน
ลอง import ไฟล์แรก “boundary1-geo-wgs84.csv” ค่าพิกัดเป็นค่าพิกัดภูมิศาสตร์ ตอน browse เลือกไฟล์เสร็จจะเห็น preview สำหรับไฟล์นี้จะมีชื่อคอลัมน์ “No,Name,Latitude,Longitude”
Import CSV file
ลองเปิดไฟล์นี้มา โปรแกรมจะแสดงข้อมูลที่อ่านมาลงในตารางดังรูปด้านล่าง โปรแกรมจะจัดคอลัมน์ให้ ถ้าไม่ตรงผู้ใช้ต้องมาจัดเอง หลักๆของการออกแบบคือไม่ว่าไฟล์ CSV ผู้ใช้จะเรียงแบบไหนก็ตามเช่น P,N,E หรือ P,E,N หรือ N,E,P ก็ตามโปรแกรมจะอ่านมาก่อน แล้วผู้ใช้ค่อยมากำหนดตามหลัง เพื่อให้ยืดหยุนและสะดวกต่อการใช้งาน
ตอนนี้ยังไม่ได้กำหนดระบบพิกัด แต่ถ้าเผลอไปคลิกไอคอนรูปเครื่องคิดเลขเพื่อคำนวณโปรแกรมก็คำนวณให้ โดยที่นึกว่าค่าแลตติจูดและลองจิจูดเป็นค่าพิกัดฉาก x,y แต่พื้นที่ก็น้อยจนไม่เห็น ต่อไปจะปรับระบบพิกัด (Coordinate Reference System )
ตั้งระบบพิกัดเป็น Geographic โดยคลิกเลือกเป็น “WGS84 / Geographic ” แล้วคลิกที่ไอคอนเครื่องคิดเลข จะเห็นผลลัพธ์สองอย่าง คือพื้นที่บนทรงรีคำนวณได้ 85129.837 ตร.ม. ส่วนพื้นที่บนระบบพิกัดฉากได้ 85061.858 ตร.ม. ต่างกัน 67.979 ตร.ม.
Area Computation
ปักหมุดรูปแปลงบน Google Maps
ตอนนี้เราทราบแล้วว่าทำไมพื้นที่ถึงไม่เท่ากันเพราะ scale factor นั่นเอง ต่อไปจะลองมาปักหมุดบน google maps ที่ไอคอนด้านขวามือคลิกไปที่ไอคอนของ google maps โปรแกรมจะ plot รูปปิดให้พร้อม ปักหมุดรอบรูปแปลง ตรงกลางจะมีหมุดสีแดง แสดงจุดศูนย์ centroid ของพื้นที่
ปักหมุดรูปแปลงบน Google Earth
คลิกที่ไอคอน google earth โปรแกรมจะถามฃื่อไฟล์ KML ที่จะจัดเก็บ จากนั้นก็พาบินเข้าพื้นที่ จะเห็นแปลงที่ดินดังรูป จะเห็น label แสดงพื้นที่บนทรงรี (Ellipsoidal Area) ที่จริงตอนผมเปิดเรื่องมาเป็นพื้นที่จริงบนผิวโลก ดังนั้นจะมีกระบวนการแปลงพื้นที่จากผิวทรงรีขึ้นไปบนพื้นผิวภูมิประเทศอีกที เอาไว้ในตอนหน้าครับ
ในตอนหน้ามาดูการใช้งานโปรแกรม ถ้ากำหนดให้รูปแปลงที่ดินเป็นค่าพิกัดฉากในระบบ UTM บน Indian 1975 หรือ WGS84 จะตั้งค่ายังไง และมาดูเบื้องหลังการคำนวณว่าจากค่าพิกัดภูมิศาสตร์จะคำนวณเนื้อที่ได้อย่างไร
เอกสารอ้างอิง
Related
ดาวน์โหลดอะไรไม่ได้เลยช่วยแก้ปัญหาให้หน่อย
ลองดูอีกครั้งครับ ลิ๊งค์มันตายถ้าไม่มีคนดาวน์โหลดภายในระยะเวลาที่เวปไซต์ box.com กำหนดกำลังเปลี่ยนที่จัดเก็บครับลองดูใหม่ครับ เปลี่ยนที่จัดเก็บเรียบร้อย
สุดยอดเลยครับขอบคุณมากครับสำหรับความรู้
ขอบคุณครับ