Tag: คาสิโอ

Update: โปรแกรมแปลงค่าพิกัดภูมิศาสตร์ Geographic Calculator (GeoCalc) บนเครื่องคิดเลข Casio fx-9860G II SD

Geographic Calculator

สืบเนื่องจากตอนก่อนหน้านี้ผมได้นำเสนอโปรแกรมแปลงพิกัด Geographic Calculator แบบไม่ได้ใช้ไลบรารีช่วยเรื่อง User Interface โปรแกรมมีลักษณะง่ายๆ เปิดมาเจอเมนูเลือกลักษณะที่จะคำนวณ จากนั้นโปรแกรมจะถามค่าพิกัดที่ต้องการแปลงแล้วคำนวณให้ ข้อดีคือใช้ง่าย ข้อเสียถ้าป้อนข้อมูลผิดพลาด จะย้อนกลับไม่ได้ ต้องเดินหน้าผิดไปจนจบ แล้วค่อยย้อนกลับมาอีกที

เปลี่ยนรูปแบบการติดต่อกับผู้ใช้ด้วยไลบรารี MyLib

ไลบรารี MyLib เป็นไลบรารีภาษาซีเล็กๆที่ผู้พัฒนาใช้นาม hayzel ได้เขียนไว้เพื่อใช้บนเครื่องคิดเลข Casio fx-9860G II SD ผมนำมาใช้และชอบ ทำให้มีแรงใจที่จะเขียนโปรแกรมบนเครื่องคิดเลขรุ่นเทพรุ่นนี้ได้มาหลายโปรแกรม และก็เหมือนเดิมครับว่าโปรแกรมที่ผมเขียนนั้นใช้งานได้ฟรี (Freely Usability) เพื่อใช้ในแวดวงงานสำรวจทำแผนที่ตลอดจนงานสำรวจเพื่อการก่อสร้างก็ตาม

ก็ขอตั้งชื่อโปรแกรมเล็กๆสำหรับแปลงพิกัดบนพื้นหลักฐาน WGS84 นี้ว่า “GeoCalc Extra” ก่อนอื่นสูตรที่ใช้ในการคำนวณผมใช้ไลบรารีชื่อ mgrs สามารถคำนวณแปลงพิกัดในระบบพิกัด UTM, geographic, UPS และ MGRS ได้ ขนาดไม่ใหญ่มากนัก สามารถคอมไพล์และบิวท์มาใส่เครื่องคิดเลขรุ่นนี้ได้ ทั้ง MyLib และ mgrs เป็นโปรแกรมเปิดโค้ด ฟรีทั้งคู่

ดาวน์โหลดโปรแกรม (Download)

ไปที่หน้าดาวน์โหลด (Download) มองหาโปรแกรมบนเครื่องคิดเลข Casio fx-9860G II SD  ชื่อโปรแกรม GeoCalc Extra จากนั้นทำการดาวน์โหลดมาจะได้ไฟล์ชื่อ “GEOCALC.G1A” แล้วทำการ copy ไฟล์ตัวนี้ไปยังเครื่องคิดเลขด้วยโปรแกรม Casio FA-124  หรือ copy ผ่านทางตัว SD Card ที่มากับเครื่องคิดเลข

เริ่มใช้โปรแกรม

ที่ “Main Menu” ของเครื่องคิดเลขเลื่อนไปหาไอคอนของโปรแกรมดังรูปด้านล่าง เมื่อกดคีย์ “EXE” แล้วจะเข้าเมนูของโปรแกรม ดังนี้

F1 – Set เลือกรายการคำนวณแปลงพิกัดระหว่าง UTM, Geographic หรือ MGRS

F2 – Src (Source) ป้อนค่าพิกัดที่ต้องการแปลงพิกัด

F3 – Calc คำนวณแปลงพิกัดพร้อมแสดงผลลัพธ์

F5 – Info แสดงเครดิตไลบรารีที่โปรแกรมใช้งาน

F6 – Exit ออกจากโปรแกรม

เลือกรายการคำนวณ (Menu)

ที่เมนูหลักกดคีย์ F1 – Set เพื่อเข้าไปเลือกรายการคำนวณ จะเห็น ระบบพิกัดเริ่มต้น (Source)   และระบบพิกัดปลายทาง (Target) ส่วนด้านล่าง MGRS Precision จะเป็นความละเอียดของระบบพิกัด MGRS (Military Grid Reference System) เลือกได้ 6 ระดับคือ 0, 2, 4, 6, 8, 10

ตัวอย่างที่ 1 แปลงค่าพิกัดจากค่าพิกัดภูมิศาสตร์ไปยังค่าพิกัดยูทีเอ็ม (Geographic to UTM)

ตั้งค่าระบบพิกัดเริ่มต้นและปลายทาง

ตั้งค่าระบบพิกัดต้นทางและปลายทางดังรูป จากนั้นกดคีย์ F6 – OK เพื่อออก

ป้อนค่าพิกัด

กลับมาที่เมนูหลักของโปรแกรมอีกครั้ง กดคีย์ F2 – Src เพื่อป้อนค่าพิกัดภูมิศาสตร์

ป้อนค่าพิกัดละติจูด Latitude 39°57’9.34803″N โดยการป้อน 39-57-9.34803N ค่าลองจิจูด 75°9’54.75490″W ป้อนค่า 75-9-54.75490W เสร็จแล้วกดคีย์ F6 – OK เพื่อออกไปคำนวณ

คำนวณแปลงพิกัด

กลับมาที่เมนูหลักของโปรแกรม กดคีย์ F3 – Calc เพื่อคำนวณจะได้ผลลัพธ์ดังรูปด้านล่าง โปรแกรม

จะแสดงค่าพิกัดเริ่มต้นให้และค่าพิกัดปลายทางคือยูทีเอ็มให้ พร้อมทั้งบอกโซนของยูทีเอ็มให้ กดคีย์ F6 – Done เพื่อออก

ตัวอย่างที่ 2 แปลงค่าพิกัดจากค่าพิกัดยูทีเอ็มไปยังค่าพิกัด MGRS (UTM to MGRS)

กำหนดค่าพิกัดยูทีเอ็ม (UTM) ดังนี้ N: 2642783.110, E: 232030.949 UTM Zone No: 46N กลับมาที่เมนูหลักของโปรแกรม กดคีย์ F1 – Set เพื่อเปลี่ยนรายการคำนวณ ตั้งค่าตามรูปด้านล่าง 

เสร็จแล้วกดคีย์ F6 – OK เพื่อออก

กลับมาเมนูหลักของโปรแกรมกดีย์ F2 – Src เพื่อออกป้อนค่าพิกัดยูทีเอ็มดังนี้ จากนั้นกดคีย์ F6 – OK เพื่อออก

กลับมาที่เมนูหลักของโปรแกรม กดคีย์ F3 – Calc เพื่อคำนวณ จะได้ผลลัพธ์ดังรูปด้านล่าง

ตัวอย่างที่ 3 แปลงค่าพิกัดจากค่าพิกัด MGRS ไปยังค่าพิกัดภูมิศาสตร์ (MGRS to Geographic)

กำหนดค่าพิกัด MGRS: 46QCK0907425049 ส่วนขั้นตอนจะขอรวบรัดแสดงด้วยรูปภาพ

ก็ตามที่สัญญาไว้ว่าจะไล่รื้อโปรแกรมเก่าๆ ที่ลงมาหลายๆตอนหน้านี้ด้วยระบบติดต่อผู้ใช้ตามไลบรารี mylib ที่ผมใช้อยู่ ติดตามกันตอนต่อไปครับ

ติดปีกเครื่องคิดเลขเทพ Casio fx 9860G II SD ด้วยโปรแกรมภาษาซีบน AddIn ตอนที่ 8 โปรแกรมคำนวณสเกลแฟคเตอร์ (Scale Factor)

ติดปีกเครื่องคิดเลขเทพ Casio fx 9860G II SD ด้วยโปรแกรมภาษาซีบน AddIn ตอนที่ 8 โปรแกรมคำนวณสเกลแฟคเตอร์ (Scale Factor)

โปรแกรมคำนวณสเกลแฟคเตอร์ (Scale Factor) สำหรับเครื่องคิดเลข Casio fx-9860 G

ช่วงนี้อยู่ในชุดซีรี่ย์โปรแกรมเครื่องคิดเลข Casio fx-9860G  ต่อไปขอนำเสนอโปรแกรมคำนวณสเกลแฟคเตอร์ (Scale Factor) ตัวโปรแกรมพัฒนาด้วยภาษาซี  ใช้เป็นโปรแกรม AddIn ดังรูปด้านล่าง

ปัญหาการคำนวณสเกลแฟคเตอร์

สเกลแฟคเตอร์ในที่นี้ผมจะขอหมายถึง Elevation Scale Factor (ESF), Grid Scale Factor (GSF) ตลอดจน Combined Scale Factor (CSF) สามารถอ่านได้จาก blog ก่อนหน้านี้ของผมได้ที่ใช้โปรแกรม Surveyor Pocket Tools มาช่วยคำนวณ ผู้อ่านอาจจะเคยสังเกตว่าจะไม่เคยเห็นโปรแกรมคำนวณสเกลแฟคเตอร์ในเครื่องคิดเลขเท่าใดนัก ในกรณีนี้คือพวกเราใช้ค่าระดับที่อิงระดับน้ำทะเลปานกลาง (แทนด้วยสัญลักษณ์ตัว “H“) กันเป็นหลัก น้ำทะเลปานกลางนี้สามารถใช้พื้นผิวจีออยด์ (Geoid) แทนได้ แต่การคำนวณหา Elevation Scale Factor เราจะต้องทราบค่าระดับที่อ้างอิงกับ Ellipsoid (แทนด้วยสัญลักษณ์ตัว “h“) ไม่ใช่เทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง ความต่างระหว่างพื้นผิวจีออยด์และพื้นผิวทรงรี เราเรียกว่า Geoid Separation (แทนด้วยสัญลักษณ์ตัว “N“) ความสัมพันธ์ระหว่างสามสิ่งนี้คือ h = H + N

การหา Geoid Separation (N) จะต้องใช้ Earth Gravity Model ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้ EGM96 ปัจจุบันใช้ EGM2008 ที่มีความละเอียดถูกต้องมากกว่า ซึ่งโมเดลต่างๆเหล่านี้จะเป็นไฟล์ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่จนใหญ่มาก ทำให้ไม่สามารถนำมาใช้กับเครื่องคิดเลขในระดับนี้ได้ และถ้าเขียนโปรแกรมด้วย Casio Basic ก็คงหมดสิทธิ์ครับเพราะไม่มีคำสั่งในการอ่านเขียนไฟล์

ปัญหาและทางออก

ผมพยายามใช้โค้ดภาษาซีในการอ่านไฟล์โมเดล EGM96  ด้วย egm96-f477.c โปรแกรมสามารถคอมไพล์และบิวท์ผ่าน แต่ตอนประมวลผลอ่านไฟล์ เนื่องจากต้องใช้เมโมรีเครื่องคิดเลขมาอ่านไฟล์เข้าไปเก็บในหน่วยความจำพบว่า เมโมรีไม่พอ พยายาม optimize ด้วยตัวเองหลายๆทางแต่ไม่สำเร็จ จนมาพบโดยบังเอิญในเว็ปไซต์ ตามลิ๊งค์นี้ จุดประสงค์ทางผู้พัฒนาไลบรานี้เพื่อเขียนแอพลงบนโทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ วิธีการคือเขาได้ Normalize ค่า geoid separation จาก EGM2008 ขนาดเต็มลงมาเหลือขนาดแถวคอลัมน์ 181 x 91 ความถูกต้องจะถูกลดทอนลง ผมสนใจเลยเอามาคอมไพล์บน Casio SDK พบว่าทำงานได้ ใช้เมโมรีเครื่องคิดเลขที่มีอยู่เพียงพอ แต่ก็จวนเจียนจะใช้หมดเหมือนกัน เอาละความคิดที่เคยจะเขียนโปรแกรมคำนวณสเกลแฟคเตอร์บเครื่องคิดเลขก็มาเป็นจริง อาจจะได้ค่าสเกลแฟคเตอร์ที่ไม่ละเอียดเท่าคำนวณจากคอมพิวเตอร์แต่ในระดับทศนิยมหกตำแหน่ง ถือว่าได้ครับ

เครดิตผู้พัฒนาไลบรารี Geoid

ต้องขอบคุณผู้พัฒนาคือ Stefan Röttger (stefan@stereofx.org) มา ณ ที่นี้ ติดตามผลงานได้ที่เว็บไซต์ http://www.open-terrain.org/index.php ไลบรานี้ใช้สัญญาอนุญาตแบบ New BSD License

เตือนสติเรื่องสเกลแฟคเตอร์

ผมชอบวาทะของอ.ดีบุญ เมธากุลชาติ ก็ขออนุญาตเอาจากสไลด์มาแสดง ณ ที่นี้ด้วย อ.ดีบุญเรียก Grid Scale Factor ว่าตัวประกอบมาตราส่วน ส่วน Elevation Scale Factor เรียกว่าตัวประกอบความสูง ได้ใจความครบถ้วนดีครับ และก็เตือนสติคนใช้แผนที่ดังนี้

Grid Scale Factor เมื่อคูณกับ Elevation Scale Factor จะได้ Combined Scale Factor ตัวประกอบตัวนี้คือตัวสำคัญที่จะนำไปคูนกับระยะทางที่วัดบนพื้นผิวโลกเพื่อทอนลงมาบนระนาบราบของแผนที่ (Grid Distance)

ใช้ไลบรารีแปลงพิกัด MGRS

เนื่องจากโปรแกรมนี้ต้องแปลงค่าพิกัดจากระบบพิกัดฉาก  UTM  บนดาตั้ม WGS84 ไปยังค่าพิกัดภูมิศาสตร์ เพื่อส่งไปให้ฟังก์ชั่นคำนวณหาค่าสเกลแฟคเตอร์ที่ต้องการทราบค่าละติจูด ดังนั้นผมใช้ไลบรารี mrgs พัฒนาโดย Howard Butler ไลบรานี้ใช้สัญญาอนุญาตแบบ MIT License

สิ่งที่โปรแกรมต้องการ

โปรแกรมสามารถคำนวณได้ 2 แบบคือแบบ Point Scale Factor คือแบบจุดเดี่ยวๆ สามารถคำนวณมาใช้แทนพื้นที่เล็กๆประมาณ 1 กม. x 1 กม. ได้ดี และรูปแบบที่ 2 คือ Line Scale Factor ใช้สำหรับพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้นมา ใช้ค่าพิกัด 2 จุดหัวและท้าย โปรแกรมจะต้องการทราบค่าดังนี้

  1. เลือกโซนของยูทีเอ็ม (UTM  Zone) ตั้งแต่โซน 1 ถึง 60 และเลือกซีกโลก (Hemisphere)  เลือกได้สองอย่างคือเหนือหรือใต้เส้นศูนย์สูตร
  2. ค่าพิกัดและค่าระดับของจุดที่ต้องการทราบค่าสเกลแฟคเตอร์ ต้องการค่าพิกัดเหนือใต้ในระบบยูทีเอ็มและค่าระดับที่อ้างอิงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (Orthometric Height above Meas sea level)

ในการคำนวณตัวประกอบความสูง (Elevation Scale Factor) โปรแกรมจะนำค่าความสูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางมาคำนวณเป็นค่าระดับความสูงเทียบกับระดับทรงรี (Ellipsoid Height) ที่เราไม่สามารถนำค่าระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลปานกลางมาใช้คำนวณเพราะว่า ตัวอย่างเข่นในประเทศไทย ค่าระดับน้ำทะเลปานกลางจะอยู่ใต้ทรงรีประมาณ 6-42 เมตร ถ้านำไปคำนวณจะได้ค่าตัวประกอบความสูงที่ไม่ถูกต้อง

ดาวน์โหลดโปรแกรม

ไปที่หน้าดาวน์โหลด Download มองหาโปรแกรมสำหรับเครื่องคิดเลข Casio fx-9860 G II SD ดาวน์โหลดไฟล์โปรแกรมชื่อ SFACTOR.G1A ติดตั้งลงเครื่องคิดเลข

เริ่มต้นใช้งาน

เมื่อเมนูหลัก (Main Menu) เมื่อเลื่อนลูกศรมาที่ไอคอนโปรแกรมกดคีย์ “EXE” จะเข้ามาในโปรแกรมดังรูปด้านล่าง จะเห็นเมนูด้านล่างเรียงรายกันไป ได้แก่

Sett- Setting (ตั้งค่าโซนยูทีเอ็มและเลือกซีกโลก)

PSF – Point Scale Factor ( คำนวณหาค่าสเกลแฟคเตอร์ของจุดเดี่ยว

LSF – Line Scale Factor (คำนวณหาค่าสเกลแฟคเตอร์เฉลี่ยจากจุดสองจุด)

Info – Information (แสดงไลบรารีที่ผมใช้งานอยู่ ให้เครดิตแก่พัฒนา)

Exit – Exit Program (ออกจากโปรแกรม)

ตั้งค่ายูทีเอ็ม (UTM Settings)

ทีเมนูหลักกดคีย์ F1 – Sett จะเห็นหน้าตาจอภาพเครื่องคิดเลขดังนี้

เนื่องจากโปรแกรมบนเครื่องคิดเลขมีข้อจำกัดมากๆ ผมไม่สามารถใส่ระบบพิกัดได้มากเหมือน Surveyor Pocket Tools จึงจำกัดแค่ datum “WGS84” เท่านั้น สำหรับประเทศไทยก็เลือกโซนได้สองโซนคือ 47 และ 48 ตัวอย่างที่จะแสดงต่อไปเลือกเป็นโซน 47 ส่วนซีกโลก (Hemisphere) เลือกเป็น “North” กดคีย์ F6 – OK

 

คำนวณ Point Scale Factor

ตัวอย่างที่คำนวณต่อไปจะยกมาจากตัวอย่างที่แสดงในบล็อกของ Surveyor Pocket Tools เพื่อเปรียบ

เทียบผลลัพธ์กันได้ กลับมาที่เมนูหลักกดคีย์ F1-Sett ป้อนค่าพิกัด N=1499662.173, E=683068.285, H=0.791 

เสร็จแล้วกดคีย์ F1 – Calc เพื่อคำนวณสเกลแฟคเตอร์ของจุดนี้

ผลลัพธ์จะแสดงออกมาดังรูปด้านล่าง โปรแกรมจะแสดงค่าพิกัดและค่าระดับมาให้ จากนั้นแสดงค่าละติจูดและลองจิจูด แสดงความสูงเทียบกับทรงรี = -29.598 m กดคีย์ F2-PgDn เพื่อเลื่อนไปดูหน้าต่อไป

จะเห็นค่า Geoid Separation หรือ Geoid Height = -30.389 m และได้ค่า Elevation Scale Factor = 1.00000465, Grid Scale Factor = 1.00001458 สุดท้ายค่า Combine Scale Factor = 1.00001924 ลองเทียบกับค่าที่คำนวณด้วย Surveyor Pocket Tools ดังนี้

ค่า Combined Scale Factor  = 1.0000192644 ต่างกันที่ทศนิยมแปด ผมถือว่าใช้ได้เพราะเราใช้แค่ทศนิยมที่หกก็เพียงพอแล้ว ความต่างที่แตกต่างจากที่ผมเคยบอกไปแล้วคือมาจากค่า Ellipsoid height ที่คำนวณจากโปรแกรมเครื่องคิดเลขได้ -29.598 เมตร ส่วนค่าความสูงทรงรีที่ได้จาก Surveyor Pocket Tools ได้ค่า -29.776 เมตร ต่างกันประมาณ 20 ซม.

คำนวณหาค่า Line Scale Factor

จะแสดงไดอะแกรมของการคำนวณค่าสเกลแฟคเตอร์เฉลี่ยดังรูปด้านล่าง

ที่โปรแกรมเครื่องคิดเลขกลับมาที่เมนูหลัก

กดคีย์ F3-LSF จะเห็นหน้าตาโปรแกรมดังรูปด้านล่าง ป้อนค่าพิกัดจุดที่ 1 และกดคีย์ F2-Next เพื่อไปป้อนจุดที่ 2

พร้อมแล้วกดคีย์ F1-Calc ต่อไปจะได้ผลลัพธ์ดังนี้ เลื่อนลงไปดูหน้าต่อไปก็กดคีย์ F2-PgDn

สรุปแล้วจะได้ค่าเฉลี่ย Combined Scale Factor = 1.00082320

เปรียบเทียบกับค่าที่ได้จาก Surveyor Pocket Tools เท่ากับ 1.0008232302 เช่นเคยค่าต่างกันที่ทศนิยมแปด สามารถนำไปใช้งานได้

เครดิตไลบรารี

ที่เมนูหลักกดคีย์ F5-Info จะเห็นเครดิตดังรูปด้านล่าง

โปรแกรมนี้มีขนาดใหญ่กว่าโปรแกรมอื่นๆก่อนเกือบสองเท่าเพราะว่าใช้ไลบรารีอื่นๆสามไลบรารีด้วยกัน ก็ติดตามชุดโปรแกรมเครื่องคิดเลข Casio fx-9860 G กันต่อไปครับ

ติดปีกเครื่องคิดเลขเทพ Casio fx 9860G II SD ด้วยโปรแกรมภาษาซีบน AddIn ตอนที่ 2 โปรแกรมคำนวณค่าพิกัดจุดศูนย์กลางวงกลม (Circle Center Calc)

ติดปีกเครื่องคิดเลขเทพ Casio fx 9860G II SD ด้วยโปรแกรมภาษาซีบน AddIn ตอนที่ 2 โปรแกรมคำนวณค่าพิกัดจุดศูนย์กลางวงกลม (Circle Center Calc)

จุดศูนย์กลางวงกลมนั้นสำคัญไฉน

ในงานสำรวจสำหรับการก่อสร้างเช่นเข็มเจาะ ในขั้นตอนแรกช่างสำรวจจะวางตำแหน่งจุดศูนย์กลางของเสาเข็ม จากนั้นจะวัด offset อย่างน้อยสามด้านตั้งฉากแล้วตอกเหล็กเช่นเหล็กข้ออ้อยลงไปเป็นหมาย ขั้นตอนต่อไปจะปักปลอกเหล็ก (Casing) ในชั้นดินอ่อนเพื่อกันดินทลายตัวลง ในขั้นตอนนี้ช่วงการปักปลอกเหล็กจะมีการวัดระยะจากหมายที่ offset ไว้เพื่อให้ปลอกเหล็กอยู่ในตำแหน่งทั้งทางราบและทางดิ่ง เมื่อปลอกเหล็กลงไปสุดแล้ว เพื่อความมั่นใจว่าได้ตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว จะสำรวจเพื่อเก็บค่าพิกัดคือจุดศูนย์กลางของปลอกเหล็ก แต่คำถามคือจะวัดค่าพิกัดจุดศูนย์กลางของปลอกเหล็กวงกลมได้อย่างไร ในทางปฏิบัติบางครั้งจะใช้ตะแกรงเหล็กปิดปากปลอกเหล็ก แล้วช่างสำรวจจะใช้ตลับเมตรวัดระยะครึ่งหนึ่งของเส้นผ่าศูนย์กลางสองด้านตั้งฉากกันแล้วทำเครื่องหมายไว้บนกระดานไม้ จากนั้นจึงจะวัดค่าพิกัดโดยการตั้งเป้าปริซึม ถ้าใช้มินิปริซึม ตั้งต่ำจะให้ค่าที่ถูกต้องดียิ่งขึ้น แต่ปัญหาคือตอนใช้ตลับเมตรวัดกึ่งกลาง (เส้นที่ผ่านจุดศูนย์กลางคือเส้นที่ยาวที่สุด) เพื่อหาตำแหน่งศูนย์กลางนั้นใช้เวลาพอสมควรและมี error จากการคาดคะเน

วิธีต่อไปที่จะนำเสนอเพื่อทำให้การวัดค่าพิกัดทำได้เร็วขึ้น จะใช้สูตรทางคณิตศาสตร์มาช่วย โดยการวัดค่าพิกัดสามจุดโดยแบ่งให้ระยะห่างแต่ละจุดเท่าๆกัน จากนั้นช่างสำรวจจะใช้เครื่องคิดเลข คำนวณหาค่าพิกัดจุดศูนย์กลาง วิธีการนี้จะใช้เวลารวดเร็วกว่าวิธีแรกพอสมควร ในความเป็นจริงวิธีนี้อยู่บนสมมติฐานว่าปลอกเหล็กต้องไม่บุบเบี้ยว เมื่อได้ค่าพิกัดจุดศุนย์กลางมาแล้วจะนำมาเทียบกับค่าพิกัดที่ได้จากแบบ drawing ถ้าพบว่าค่าต่างกันมากเกินที่กำหนดไว้ จะต้องถอนปลอกเหล็กและทำการปักใหม่

คำนวณได้ทั้ง 2D และ 3D

โปรแกรมที่ผมเขียนนั้นคำนวณได้ทั้ง 2D (ไม่ต้องป้อนค่าระดับ) และ 3D (ป้อนค่าระดับไปด้วย) ส่วนสูตรนั้นถ้าคำนวณแบบ 3D นั้นค่อนข้างซับซ้อน ผมใช้วิธีทางลัดคือไปดูโค้ดที่มีคนเขียนไว้ในอินเทอร์เน็ต โค้ดเดิมเป็น Visual Basic ผมแปลงเป็นโค้ดภาษาซี ส่วนการคำนวณ 2D นั้นซับซ้อนน้อยกว่ามาก ถ้าสนใจสูตรก็สามารถดูจากโค้ดของผมได้

int calcCircleCenter3D(double Ya, double Xa, double Za, 
                       double Yb, double Xb, double Zb, 
                       double Yc, double Xc, double Zc, 
                       double *YCen, double *XCen, double *ZCen, double *Radius){
    double AB, BC, AC;
    double ABi, ABj, ABk, ACi, ACj, ACk, CDi, CDj, CDk, Ni, Nj, Nk;
    double cosBAC, sinBAC;
    double AD, CD, Xd, Yd, Zd;
    double X2e, Y2e, Z2e;

	//if the two points are on the same coordinates stop and return.
    if (((Xa == Xb) && (Ya == Yb)) || ((Xa == Xc) && (Ya == Yc)) 
     || ((Xb == Xc) && (Yb == Yc)))
      return 0;

    //Xa = 80.779; Ya = 90.198; Za = 23.567;
    //Xb = 78.334; Yb = 66.990; Zb = 25.567;
    //Xc = 45.345; Yc = 67.623; Zc = 34.123;
    // Answer Radius = 21.778
    // N Center = 80.840, E Center = 61.890, Z Center = 29.037

    //Lengths of AB, AC, AC
    AB = sqrt(pow(Xa - Xb, 2) + pow(Ya - Yb, 2) + pow(Za - Zb, 2));
    BC = sqrt(pow(Xb - Xc, 2) + pow(Yb - Yc, 2) + pow(Zb - Zc, 2));
    AC = sqrt(pow(Xa - Xc, 2) + pow(Ya - Yc, 2) + pow(Za - Zc, 2));
    //Direction cosines of AB(ABi,ABj,ABk)
    ABi = (Xb - Xa) / AB;
    ABj = (Yb - Ya) / AB;
    ABk = (Zb - Za) / AB;
    //Direction cosines of AC(ACi,ACj,ACk)
    ACi = (Xc - Xa) / AC;
    ACj = (Yc - Ya) / AC;
    ACk = (Zc - Za) / AC;
    //Cosine of angle BAC
    cosBAC = (pow(AB, 2) + pow(AC, 2) - pow(BC, 2)) / (2 * AB * AC);
    AD = cosBAC * AC;
    CD = sqrt(pow(AC, 2) - pow(AD, 2));
    //Position of point D, which is C projected normally onto AB
    Xd = Xa + (AD * ABi);
    Yd = Ya + (AD * ABj);
    Zd = Za + (AD * ABk);
    //Direction cosines of CD(Cdi,CDj,CDk)
    CDi = (Xc - Xd) / CD;
    CDj = (Yc - Yd) / CD;
    CDk = (Zc - Zd) / CD;
    //Direction cosines of normal to AB and CD
    //to be used for rotations of circle centre
    Ni = (ABk * CDj) - (ABj * CDk);
    Nj = (ABi * CDk) - (ABk * CDi);
    Nk = (ABj * CDi) - (ABi * CDj);
    //# Diameter of circumscribed circle of a triangle is equal to the
    //the length of any side divided by sine of the opposite angle.
    //This is done in a coordinate system where X is colinear with AB, Y is // to CD,
    //and Z is the normal (N) to X and Y, and the origin is point A
    //  R = D / 2
    sinBAC = sqrt(1 - pow(cosBAC, 2));
    *Radius = (BC / sinBAC) / 2;
    //Centre of circumscribed circle is point E
    X2e = AB / 2;
    Y2e = sqrt((*Radius) * (*Radius) - X2e * X2e);
    Z2e = 0;
    //Transform matrix
    //                   Rotations                 Translations
    //           ——————————————————————————————————————————————
    //              ABi  ,   ABj  ,  ABk                 Xa
    //              CDi  ,   CDj  ,  CDk                 Ya
    //               Ni  ,    Nj  ,   Nk                 Za
    //           ——————————————————————————————————————————————
    //Position of circle centre in absolute axis system
    *XCen = Xa + (X2e * ABi) + (Y2e * CDi) + (Z2e * Ni);
    *YCen = Ya + (X2e * ABj) + (Y2e * CDj) + (Z2e * Nj);
    *ZCen = Za + (X2e * ABk) + (Y2e * CDk) + (Z2e * Nk);
    return 1;
}

int calcCircleCenter2D(double N1, double E1, double N2, double E2, 
                       double N3, double E3,
                       double *Nc, double *Ec, double *Radius){
    double midN12, midE12, midN23, midE23;
    double k, l, p, q, r, s;
    
    //1 23.432m 78.234m
    //2 45.323m 98.765m
    //3 67.334m 66.999m
    //Answer R=22.907, N Center = 75.876, E Center = 46.217

    if (((N2 == N1) && (E2 == E1)) ||
       ((N2 == N3) && (E2 == E3)) ||
       ((N1 == N3) && (E1 == E3)))
      return 0;

    midN12 = (N1 + N2) / 2.0;
    midE12 = (E1 + E2) / 2.0;
    midN23 = (N2 + N3) / 2.0;
    midE23 = (E2 + E3) / 2.0;


    k = atan((E2-E1)/(N2-N1)) + PI / 2.0;
    l = atan((E2-E3)/(N2-N3)) + PI / 2.0;
    p = 1.0 / tan(k);
    q = 1.0 / tan(l);
    r = tan(k);
    s = tan(l);
    *Ec = ((midE23*q)-(midE12*p)+midN12-midN23)/(q-p);
    *Nc = ((midN23*s)-(midN12*r)+midE12-midE23)/(s-r);
    *Radius = sqrt((E1-*Ec)*(E1-*Ec) + (N1-*Nc)*(N1-*Nc));
    return 1;
}

ดาวน์โหลดโปรแกรม

ไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่หน้าดาวน์โหลด จะได้ไฟล์มาชื่อ “ARCCENPT.g1a” วิธีการติดตั้งสามารถทำได้หลายวิธี วิธีแรกผมเขียนไว้แล้วที่ตอนที่ 1 ด้วยการ  copy โปรแกรมลง SD card แล้วถ่ายเข้าเครื่องคิดเลขอีกที วิธีที่ 2 ใช้โปรแกรม FA-124 ของ casio

การใช้งาน FA-124

โปรแกรม FA-124 สามารถไปดาวน์โหลดได้ที่ ลิ๊งค์ นี้ จากนั้นแตก zip แล้วทำการติดตั้งง่ายๆ เป็นโปรแกรมเล็กๆ  ผมเข้าใจว่าช่วงติดตั้งน่าจะมีการติดตั้งไดรเวอร์ของ casio ลงไปด้วย เพราะหลังจากนั้นผมเปิดโปรแกรม FA-124 แล้วเอาสาย USB  มาเสียบเชื่อมต่อเครื่องคิดเลขกับคอมพิวเตอร์จะมองเห็นได้ทันที  ที่เครื่องคิดเลขกดคีย์บอร์ดปุ่ม “F1” เพื่อจะเข้าโหมดการโอนข้อมูล (Data Transfer) คำเตือนการเสียบสาย USB นี้ไม่ควรจะนานเกิน 15 นาที เพราะจอภาพเครื่องคิดเลขจะเสื่อมสภาพได้ 

ส่วนหน้าตาโปรแกรม FA-124 ก็ประมาณนี้

จากนั้นมองที่หน้าต่างด้านขวามือคลิกที่ไอคอนที่วงด้วยหมายเลข “1” จากนั้นมาคลิกขวาที่วงด้วยหมายเลข “2” ที่คำว่า Default เลือกเมนู “Import

จะมีไดอะล๊อกบ็อกซ์ ให้เลือกโฟลเดอร์และไฟล์ ไปที่ไฟล์ “ARCCENPT.g1a” ที่เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ตรง Files of type ต้องเลือกเป็น “G1A File (*.g1a)

จะเห็นไฟล์ “ARCCENPT.g1a” เข้ามาใต้ลิสต์ของคำว่า “Default” ดังรูป ที่หน้าต่างด้านซ้ายให้คลิกที่ไอคอนรูปเครื่องคิดเลข ตามที่ผมวงไว้หมายเลข “1” โปรแกรมจะอ่านไฟล์จาก Storage memory ของเครื่องคิดเลข มาแสดงใต้คำว่า “User1” จากนั้นลากไฟล์ “ARCCENPT.g1a” มาวางที่คำว่า User1 (เผอิญเครื่องคิดเลขผมมีไฟล์นี้อยู่แล้ว) โปรแกรมจะถามว่าต้องการทับหรือไม่ตอบ “Yes” 

ก็เป็นอันว่าขั้นตอนเกือบจะเสร็จ ตอนนี้โปรแกรมนี้จะไปอยู่ใน Storage memory ของเครื่องคิดเลขเรียบร้อย ไม่ลืมว่าขนาดของเมมโมรีนี้ 1.5 MB โปรแกรมขนาดนี้สามารถวางได้ประมาณ 30-40 โปรแกรม ซึ่งเหลือเฟือมาก จากนั้นคลิกที่ไอคอนเพื่อทำการ disconnect และอย่าลืมดึงสาย USB ออก

ทดสอบการใช้โปรแกรมคำนวณจุดศูนย์กลางวงกลม (Circle Center Calc)

ที่เครื่องคิดเลขกดคีย์ “MENU”  จากนั้นเลื่อนลงมาที่โปรแกรมดังรูปด้านล่าง

จะเห็นเมนูของโปรแกรม ซึ่งมีให้เลือก 3 โปรแกรมย่อย ส่วนโปรแกรมที่ 3 นั้นเป็นของแถม

    1. 3 Points in 3D  (Circle Center in 3D) – คำนวณหาค่าพิกัดและค่าระดับจุดศูนย์กลางวงกลม โดยค่าที่ป้อน 3 จุดต้องประกอบด้วยค่าพิกัดและค่าระดับ (X, Y, Z)
    2. 3 Points in 2D (Circle Center in 2D) – คำนวณหาค่าพิกัดของจุดศูนย์กลางวงกลม โดยค่าที่ป้อน 3 จุด เฉพาะค่าพิกัดทางราบเท่านั้น
    3. 2 Angles & 1 Dist – คำนวณหาค่าพิกัดของจุดศูนย์กลางวงกลม โดยวัดมุมสองมุมที่ขอบของวงกลมและวัดระยะราบที่ขอบวงกลมตรงจุดแบ่งครึ่งระหว่างขอบวงกลม อธิบายไม่เห็นภาพค่อยดูรูปอีกทีภายหลัง

คำนวณหาจุดศูนย์กลางวงกลมแบบ 3D (Circle Center in 3D)

ที่เมนูกดเลข “1” ป้อนค่าพิกัด N, E  ตอนถามค่า Z คือป้อนค่าระดับ โดยที่จุดที่เก็บค่าพิกัดและระดับมามี 3 จุด จุดไม่ต้องเรียงตามลำดับเส้นรอบวงก็ได้

จากนั้นกด “EXE” เพื่อคำนวณหาค่าพิกัดและค่าระดับของจุดศูนย์กลาง ผลลัพธ์ดังรูปด้านล่าง

คำนวณหาจุดศูนย์กลางวงกลมแบบ 2D (Circle Center in 2D)

ที่เมนูกดเลข “2” ทดสอบป้อนตัวเลขดังนี้ ป้อนค่าพิกัดจุดที่ 1, 2 และ 3

กด “EXE”  จะได้ผลลัพธ์ดังนี้

คำนวณหาจุดศูนย์กลางวงกลมแบบวัดมุมและระยะทาง

ในบางครั้งการเก็บ As-built เช่นเสากลม เราไม่สามารถวัดค่าพิกัดของศูนย์กลางได้ จึงต้องใช้วัดทางอ้อมและใช้สูตรทางคณิตศาสตร์ช่วย จากรูปด้านล่างจะวัดมุมที่ขอบด้านซ้ายและขอบด้านขวาป้อนเข้าโปรแกรม จากนั้นโปรแกรมจะให้เปิดมุมมาที่ตรงกลาง (ถ้าการวัดมุมมีความแม่นยำ มุมที่ตรงกลางนี้จะผ่านจุดศูนย์กลางวงกลมพอดี) แล้วทำการวัดระยะทาง สุดท้ายโปรแกรมจะคำนวณค่าพิกัดจุดศูนย์กลางให้

ที่เมนูหลักกดคีย์เลข “3” ทดสอบโปรแกรมด้วยการป้อนข้อมูลดังนี้ โดยที่ BS = Back Station คือจุดเป้าหลัง ส่วน STA คือ Station  จุดตั้งกล้องนั่นเอง

จากนั้นโปรแกรมจะให้ set มุมของกล้องไปที่กึ่งกลางวงกลม จากนั้นวัดระยะทาง

และป้อนค่าระยะทาง สุดท้ายโปรแกรมจะคำนวณหาค่าพิกัดจุดศูนย์กลางวงกลมและรัศมีวงกลมมาด้วย

สรุป

โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมลำดับที่ 2 ผมหวังว่าคงเป็นประโยชน์ในแวดวงสำรวจบ้านเราบ้างไม่มากก็น้อย โปรแกรมต่างๆเหล่านี้ จะถูกปรับปรุงแก้ไขในอนาคต ท่านผู้อ่านอาจจะสังเกตเห็นว่า เวลาเรียกโปรแกรมมาอีกครั้ง จะไม่เรียกค่าเดิมที่เคยป้อนไว้ ทำให้ต้องป้อนใหม่ทุกครั้ง ในตอนนี้ผมไม่สามารถอ่านหรือเขียนค่าลงตัวแปรอักษร A-Z ได้ เพราะ casio ไม่ได้เขียนเอกสารไว้ (undocumented) แต่สักพักผมคิดว่าคงหาทางได้ เพราะมีคนทำ reverse engineering เครื่องคิดเลขรุ่นนี้พอสมควร แต่ละโปรแกรมที่ใช้สามารถเก็บค่าที่ป้อนเข้าตัวแปรตัวอักษร A-Z เวลาเรียกโปรแกรมมาใช้อีกครั้งถ้าค่าในตัวแปรไม่ได้ถูกทับไปก็สามารถกด “EXE” ผ่านไปได้เลย ติดตามกันตอนต่อไปครับ

 

 

ติดปีกเครื่องคิดเลขเทพ Casio fx 9860G II SD ด้วยโปรแกรมภาษาซีบน AddIn ตอนที่ 1 โปรแกรมแปลงพิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic Calc)

ติดปีกเครื่องคิดเลขเทพ Casio fx 9860G II SD ด้วยโปรแกรมภาษาซีบน AddIn ตอนที่ 1 โปรแกรมแปลงพิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic Calc)

รอคอยมานานแต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่รอคอยมันคืออะไร

สำหรับคนที่เคยเขียนโปรแกรมลงเครื่องคิดเลขคาสิโอ ถ้าเคยเขียนโปรแกรมมิ่งบนระบบใหญ่ๆมาก่อนเช่นจาวา ซี หรือไพทอน จะรู้สึกว่าโดนมัดมือมัดเท้าทำอะไรไม่ถนัด ภาษาเบสิคของคาสิโอ (basic casio) ก็ดูจะหน่อมแน๊ม ตัวแปรก็จำกัดไม่กี่ตัว เมมโมรีสำหรับเก็บโปรแกรมก็น้อยนิดเดียว เขียนฟังก์ชั่นก็ไม่ถนัด ก็เลยได้แต่โปรแกรมอะไรที่ง่ายๆ ใช้ตัวแปรไม่มาก  แต่ไม่นานที่ผ่านมา เผอิญไปค้นหาในอินเทอร์เน็ต โดยที่หาโปรแกรมแบบ basic casio บนเครื่องคิดเลขระดับเทพในวงการสำรวจบ้านเราคือ fx-9860G II SD ที่ผมเคยร่ำๆจะซื้อหามาใช้หลายเที่ยวแต่ติดที่ความรู้สึกว่าแพงไปนิดเมื่อเทียบกับ fx-5800P ที่ใช้อยู่ โปรแกรมที่ค้นหาก็ไม่ได้มีอะไรมากแค่เอามาเปรียบเทียบอัลกอริทึ่มที่ผมมีอยู่ บังเอิญไปเจอว่าการเขียนโปรแกรม AddIn ต้องใช้ SDK (Software Development Kit) ที่ต้องใช้ภาษาซี ก็เลยสะดุดตา ลองค้นเข้าไปอีกหน่อย ก็พออนุมานได้ว่าสามารถเขียนโปรแกรมอะไรก็ได้แบบ AddIn ให้กับเครื่องคิดเลข ที่ไม่ติดจำกัดด้านโครงสร้างภาษาเพราะใช้ภาษาซี ที่คาสิโอเตรียมคอมไพเลอร์ ไลบรารีเครื่องมือพัฒนาโปรแกรมด้านภาษาซีมาพอประมาณ สุดท้ายผมก็เลยมานึกว่า ก่อนหน้านี้ผมคงต้องรอคอยอะไรบางอย่างมานานแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร จนกระทั่งได้เจอสิ่งนี้ 🙂 มันใช่เลย ถึงแม้ตอนเจอดูเหมือนผมจะมาสายไปบ้างก็ตาม

อารมณ์มัน Back to school คือความสนุกสนานได้กลับมาอีกครั้ง ผมเคยพูดถึงว่าเครื่องรุ่นเทพสมัยแต่ก่อนคือ Casio fx-880P ที่เขียนภาษาเบสิค(แบบกำกับด้วยหมายเลขบรรทัด) เวลาพกเครื่องคิดเลขรุ่นนี้ ถ้าเอาเท่ห์ก็เอาเหน็บที่กระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์ แต่บ่อยครั้งที่ลืมนั่งทับจนเครื่องพัง ที่สามารถเขึยนโปรแกรมได้พอประมาณ แต่ปัญหาคือเมมโมรีที่จัดเก็บโปรแกรมมาน้อย ถึงแม้สามารถซื้อแรมขนาด 32KB มาเพิ่มได้ก็ตาม เคยเขียนโปรแกรม Traverse เล่นๆลงไปเขมือบเมมโมรีไปเกินครึ่ง จนต้องลบโปรแกรมอื่นทิ้งไป ถึงจะใส่ได้ การจะโอนโปรแกรมไปหาเครื่องอื่นก็แสนยากเย็นกระไร เพราะต้องหาสายลิ๊งค์ สมัยก่อนไม่มีอีเบย์ ก็เลยใครอยากได้โปรแกรมอะไรก็ต้องพิมพ์เองสดๆลงไปในเครื่อง ประมวลผลดูผิดตรงไหนก็ตามไปแก้ สำหรับเครื่องคิดเลขในทศวรรษนี้ไม่ต้องทำแบบนั้นแล้วครับมีสายลิ๊งค์มาให้ หรือรุ่น fx-9860G II SD ก็มี SD card มาให้สามารถโอนโปรแกรมให้กันได้สะดวก

รู้จัก Casio fx-9860G II SD

เครื่องรุ่นนี้ออกเก็บเกี่ยวความสำเร็จตามหลัง fx-9750G โดยที่ผลิตออกมาสองรุ่น รุ่นแรกเคสสีเงินส่วนคีย์บอร์ดสีน้ำเงิน ใช้ CPU SH3 รุ่นที่สองเป็นรุ่นล่าสุดเคสสีน้ำเงินเข้มส่วนคีย์บอร์ดสีขาวใช้ CPU SH4a มีเมมโมรีใช้งาน 62 KB (ขนาดน่าสงสารมาก) มีพื้นที่จัดเก็บโปรแกรม (storage memory) เป็น 1.5 MB ที่ผมประเมินดูโปรแกรมขนาดกลางๆสำหรับเครื่องคิดเลขขนาด น่าจะประมาณ 50000 Bytes ถ้าพื้นที่จัดเก็บโปรแกรม 1.5 MB น่าจะใส่โปรแกรมได้ไม่ต่ำกว่า 30 โปรแกรมเลยทีเดียว โดยรวมการประมวลผลเร็วครับ ตามความเข้าใจผมตัว OS ของรุ่นนี้น่าจะกินเมมโมรีไม่มากนัก ที่ผมชอบอีกอย่างคือพื้นที่การแสดงผล ถ้าเอาแบบแสดงตัวอักษรอย่างเดียว ได้ทั้งหมด 8 แถว (row) และแถวละ 21 ตัวอักษร ถามว่าพอไหม ก็ตอบได้ว่าพอครับแบบเบียดเสียดไปหน่อย แต่ยังโอเคกว่ารุ่น fx-5800P ที่มีแค่ 2 บรรทัด แต่อย่างไรก็ตามยังมีโหมดกราฟฟิคมีความละเอียดกว้าง x สูง = 127 x 63 สำหรับวาดกราฟ ก็มาดูขนาดโปรแกรมแปลงพิกัดภูมิศาสตร์ของผม UTMGeo.g1a คือโปรแกรมที่คอมไพล์และบิวท์ (compile & build) มาแล้ว ขนาดประมาณตามรูป 78760 ไบต์ ส่วนโปรแกรมสองโปรแกรมด้านบน (ARCCENPT.g1a และ INTERSCT.g1a) ผมก็เขียนเหมือนกันแต่ขนาดเล็กกว่า

ตามล่าเครื่องมือพัฒนาโปรแกรม SDK (Software Development Kit)

เมื่อรู้ว่าใช้ภาษาซีเขียนได้ ผมก็ตามหาเครื่องมือเพื่อพัฒนาโปรแกรม แต่เนื่องจากรุ่นนี้ออกมาได้หลายปีร่วมๆสิบปีแล้ว (ออกมาปี 2009) เข้าไปในเว็บไซต์ของคาสิโอแต่กลับพบกับผิดหวัง ไม่มีลิ๊งค์ให้ดาวน์โหลด (Link ขาดไปนาน) ทั้งๆที่คู่มือต่างๆเช่นการใช้งาน SDK, ไลบรารี ต่างๆก็ยังมีให้ดาวน์โหลดปกติแต่เครื่องมือพัฒนาโปรแกรมตั้งแต่เขียนโปรแกรม คอมไพล์ บิวท์ กลับหายไป สุดท้ายต้องลงใต้ดินตามหา จนเจอยังมีคนปล่อยให้ดาวน์โหลดได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลาความพยายามเป็นอาทิตย์เหมือนกัน ผมจะไม่แสดงลิ๊งค์นี้เพราะอาจติดขัดกับลิขสิทธิ์ของคาสิโอได้ (ถ้าใครอยากได้ก็ขอมาหลังไมค์ละกันครับ) เมื่อได้มาแล้วก็มาลงบนคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค วินโดส์ 10 และจอของผมเป็น 4K ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร สามารถเปิดโปรแกรมมาได้ปกติ เครื่องมือพัฒนาโปรแกรมเรียกว่า integrated development environment (IDE) ตั้งแต่ปล่อยมาปี 2007 Casio ไม่เคยอัพเดทอีกเลย เครื่องมือนี้ใช้คอมไพเลอร์ของ Renesas SHC ซึ่งอิงภาษาซีของ ANSI C standard (C89)

เริ่มแรกใช้งานกับปัญหาที่ประสบ

แต่พอเริ่มคอมไพล์โปรแกรมทดสอบเล็กๆดูกลับมีปัญหาเล็กๆน้อยๆ เช่น ** L2011 (E) Invalid parameter specified in option “input” : “”C:\Program Files (x86)\CASIO\fx-9860G SDK\OS\FX\lib\setup.obj”” วิธีการแก้ไข ให้ถอนโปรแกรมไปติดตั้งใหม่ แต่ตอนติดตั้งให้ติดเลือกติดตั้งที่รากของไดรว์ C: (ไม่เลือกดีฟอลต์คือติดตั้งลง C:\Program fils(x86) เพราะโปรแกรมนี้รุ่นเก่าไม่ชอบ path ทีมีตัว space) ปัญหาเล็กๆน้อยๆ เหล่านี้พอหาได้ตามฟอรั่มที่เกี่ยวข้องกับเครื่องคิดเลขของคาสิโอครับ แต่แล้วเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ปัญหาที่นึกไม่ถึงคือ user interface ทางคาสิโอไม่ได้เตรียม document ไว้ให้เลย พวกสิ่งเหล่านี้ได้แก่การ input แม้กระทั่งการอ่านข้อมูลจากตัวแปรตัวอักษร A-Z ก็ไม่ได้ทำไว้ ข้อมูลเป็นตัวเลข เป็นสตริง ผมอาศัยไปอ่านตามฟอรั่มที่มีหลายคน hack ไว้ ตรงนี้เสียเวลาไปหลายสิบวันกว่าจะแกะและจูนได้

โปรแกรมแรกเป็นกรณีศึกษา -เขียนโปรแกรมแปลงพิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic Calc)

จั่วหัวไปเหมือนโปรแกรมจะใหญ่โต แต่เปล่าเลยผมเคยเขียนโปรแกรมแปลงพิกัดระหว่าง UTM และค่าพิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic) บน fx 5800P ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรมากเพราะการแปลงพิกัดเหลานี้มีสูตรที่แน่นอนถึงแม้สูตรจะยาวไปหน่อยก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร ผมมีเรื่องการแปลงพิกัดค้างคาอยู่นิดหนึ่งคือในโปรแกรม Surveyor Pocket Tools ในส่วนการแปลงพิกัดจะสังเกตเห็นว่าไม่มีระบบพิกัด MGRS (Military Grid Reference System) ซึ่งสำหรับพลเรือนอย่างพวกเรา คงไม่มีโอกาสได้ใช้งานเท่าไหร่นัก ผมค้นดูไลบรารีที่สามารถแปลงพิกัดได้ตาม github ไปพบมาอันหนึ่งชื่อ mrgs พัฒนาโดย Howard Butler ซึ่งไลบรารีที่เขียนไว้ไม่ใหญ่มาก นอกจากแปลงพิกัด Transverse Mercator ได้ยังแปลง MGRS ได้ และโปรแกรมในรุ่นนี้ผมขอจำกัดแค่ดาตั้ม “WGS84

ส่วนผมเองต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ภาษาซี พอจะเขียนได้แต่ไม่ได้เก่งกาจนัก ดังนั้นโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาอาจจะมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่เยิ่นเย้อไปบ้าง

ลอง Military Grid Reference System (MGRS) ดูสักตั้ง

ในส่วนระบบพิกัด MGRS ซึ่งผมเห็นว่ามันแปลกดีที่ระบบนี้เอาตัวอักษรและตัวเลขแบ่งเป็นกริดมาขมวดรวมกันก็กลายเป็นค่า coordinate ได้ ลองดูรูปแบบดังตัวอย่างด้านล่าง

    • 46Q …………………GZD only, precision level 6° × 8° (in most cases)
    • 46QFJ ……………….GZD and 100 km Grid Square ID, precision level 100 km
    • 46QFJ 1 6 ……………precision level 10 km
    • 46QFJ 12 67 ………….precision level 1 km
    • 46QFJ 123 678 ………..precision level 100 m
    • 46QFJ 1234 6789 ………precision level 10 m
    • 46QFJ 12345 67890 …….precision level 1 m

ในเบื้องต้นผมขอใช้ไลบรารีนี้เพื่อเป็นกรณีศึกษา เพื่อลองเขียนโปรแกรมแปลงพิกัด MGRS ดูบ้าง ซึ่งระบบพิกัดนี้เครื่องคิดเลข fx-5800P ทำไม่ได้แน่นอนครับเพราะเครื่องคิดเลขไม่มีระบบรับข้อมูลเป็นสตริง (ยาวสุดประมาณ 15 ตัวอักษร) นอกจากไม่มีระบบรับข้อมูลสตริงแล้ว ไม่มีไลบรารีตัดสตริงออกมาเป็นท่อนๆ

เส้นทางและระยะเวลาในการพัฒนา

เนื่องจากโปรแกรมแปลงพิกัดนี้เป็นโปรแกรมเล็กๆ ไลบรารีที่ผมไปเอามาใช้จาก github ก็ใช้ง่ายสะดวก แต่ติดปัญหาที่ผมบอกไปแล้วคือระบบติดต่อผู้ใช้รับข้อมูลตัวเลข ตัวอักษรทาง casio ไม่ได้เปิดเผยเอกสาร บางอย่างต้องเขียนเองเช่นการรับข้อมูลเป็นสายสตริงเช่นค่าพิกัด MGRS (ตัวอย่างเช่น “18SVK8588822509”) บางอย่างไปหาตามฟอรั่ม เลยใช้เวลาสำหรับโปรแกรมแรกนี้ประมาณหนึ่งอาทิตย์กว่าๆ ในตอนนี้โปรแกรมเล็กๆนี้ก็เสร็จพอใช้งานได้แล้ว คุณสมบัติของโปรแกรมนี้คือค่าพิกัด latitude/longitude ที่แปลงมาจาก MGRS หรือ UTM สามารถแสดงผลได้ในทศนิยมที่ห้า ซึ่งจะเทียบเท่ากับหน่วยมิลลิเมตร ที่เราชาวสำรวจที่ต้องใช้ ถ้าใครเคยใช้โปรแกรมแปลงพิกัด UTM <==> Geo ที่ผมเขียนด้วย fx-5800P จะสังเกตเห็นว่าคำนวณแล้วได้ทศนิยมแค่สองตำแหน่งเท่านั้น ข้อได้เปรียบของ fx-9860G II คือสถาปัตยกรรมของเครื่องรุ่นนี้สามารถใช้ตัวแปร double ได้ ซึ่งในงานสำรวจนั้นเพียงพออยู่แล้ว

มาดาวน์โหลดโปรแกรมไปทดสอบ

เมื่อผม compile และ build โปรแกรมในเครื่องมือพัฒนาโปรแกรมของคาสิโอ แล้วจะได้ไฟล์ที่นามสกุล G1A (ตัว A คงหมายความว่า AddIn) ถ้าสนใจก็ไปดาวน์โหลดได้ที่หน้าดาวน์โหลด เมื่อได้ไฟล์มาแล้วชื่อ “UTMGeo.G1A” จากนั้นให้ดึง SD card ที่เสียบอยู่ด้านบนเครื่องคิดเลข fx-9860G II SD แล้วนำมาเสียบที่เครื่องพีซีหรือโน๊ตบุ๊ค เมื่อเปิดด้วย windows explorer จากนั้นสร้างโฟลเดอร์ใหม่ อย่างของผมตั้งชื่อ “Survey Addin Programs” แล้วก็อปปี้ไฟล์ “UTMGeo.G1A” ไปไว้ที่โฟลเดอร์ดังกล่าวนี้

จากนั้นดึง SD card เอาไปเสียบที่เครื่องคิดเลขเหมือนเดิม จากนั้นกดปุ่ม “MENU” ที่คีย์บอร์ดของเครื่องคิดเลข จะเห็นไอคอนของโปรแกรม AddIn ขึ้นมาทั้งหมด ใช้คีย์บอร์ดลูกศรเลื่อนไปที่ “MEMORY” กด “EXE”

  • จะเห็นตัวหนังสือ Memory Manager พร้อมเมนูให้เลือก เลือกกดคีย์บอร์ด “F3” เพื่อเลือก F3:SD Card
  • จะเห็นโฟลเดอร์ ที่อยู่ในเครื่องคิดเลข จะเป็นชื่อสั้น 8.3 แบบระบบปฏิบัติการ DOS สมัยแต่ก่อน เลื่อนไปที่ [SURVEY~2] กด “EXE”
  • จะเห็นชื่อไฟล์ “UTMGeo.G1A” ที่เราก็อปปี้มาจากโน๊ตบุ๊คคอมพิวเตอร์นั่นเอง กด “F1” (SEL) และกดปุ่ม “F2” (COPY)
  • ที่นี้จะมีไดอะล็อกเล็กๆให้เลือกปลายทาง กดคีย์เลข 2 เลือกโฟลเดอร์ปลายทางเป็น “ROOT” กด “EXE” ถ้ามีไฟล์อยู่แล้วให้ยืนยันการเขียนทับ “Yes” ด้วยกดคีย์ “F1”
  • จากนั้นก็กดคีย์ “EXIT” หลายๆครั้ง สุดท้ายกดคีย์ “MENU” กดลูกศรเลื่อนลงไปด้านล่าง จะเห็นไอคอน “UTM Geo” จากนั้นกดปุ่ม “EXE”

ทดสอบการใช้งานโปรแกรมแปลงพิกัด Geographic Calc

เมื่อกด “EXE” เข้าไปแล้วจะเห็นบรรทัดบนสุดแสดงชื่อโปรแกรม “Geographic Calc” มีเมนูแบบง่ายๆ 4 เมนูให้เลือกคือ ต้องการเลือกตัวไหนก็กดตัวเลขตามเมนู

    1.  UTM to Geo – แปลงพิกัดจากระบบพิกัดฉากยูทีเอ็มไปยังค่าพิกัดภูมิศาสตร์ Latitude/Longitude
    2. Geo to UTM – แปลงพิกัดจากระบบพิกัดภูมิศาสตร์ไปยังระบบพิกัดฉากยูทีเอ็ม
    3. MGRS to Geo – แปลงพิกัดจากระบบพิกัด MGRS ไปยังระบบพิกัดภูมิศาสตร์
    4. Geo to MGRS – แปลงพิกัดจากระบบพิกัดภูมิศาสตร์ไปยังระบบพิกัด MGRS

แปลงพิกัดจากระบบพิกัดฉากยูทีเอ็มไปยังค่าพิกัดภูมิศาสตร์ (UTM to Geo)

ที่เมนูกดคีย์เลข “1” เข้าไปโปรแกรมจะถามค่าพิกัด North, East และตัวเลขของโซนยูทีเอ็ม ลองป้อนข้อมูลตามตัวอย่าง

จะได้ผลลัพธ์ดังต่อไปนี้ ครับตามที่กล่าวไปแล้วได้ทศนิยมค่าแลตติจูด ลองจิจูด ตำแหน่งที่ห้า

แปลงพิกัดจากพิกัดภูมิศาสตร์ไปยังระบบพิกัดฉากยูทีเอ็ม (Geo to UTM)

ที่เมนูกดเลข “2” โปรแกรมจะถามค่าพิกัดภูมิศาสตร์ สามารถป้อนทศนิยมได้มากกว่า 5 ตัว ป้อนค่ามุมตัวคั่นองศา ลิปดา ฟิลิปดาให้ใช้เครื่องหมายลบ (-) ค่าแลตติจูดลงท้ายให้ป้อนตัวอักษร ถ้าซึกโลกเหนือให้ป้อน “N” ตามหลัง ตามเป็นซีกโลกใต้ให้ป้อน “S” หรือค่าลองจิจูดซึกโลกตะวันตกให้ป้อนคำว่า “W” ลงท้าย ซีกโลกตะวันออกให้ป้อน “E” ลงท้าย ดูตัวอย่าง

เมื่อกด “EXE” จะได้ผลลัพธ์ดังนี้

แปลงค่าพิกัดจาก MGRS ไปยังค่าพิกัดภูมิศาสตร์ (MGRS to Geo)

ที่เมนูกดปุ่ม “3” เลือก โปรแกรมจะถามค่าพิกัด MGRS ป้อนไปดังรูปด้านล่าง

กด “EXE” จะได้ผลลัพธ์ค่าพิกัดภูมิศาสตร์

แปลงค่าพิกัดจากค่าพิกัดภูมิศาสตร์ ไปยัง MGRS  (Geo to MGRS)

ที่เมนูกดเลข “4” ลองป้อนค่าพิกัดแลตติจูด ลองจิจูดเข้าไปดังรูป

กด “EXE” จะได้ค่าผลลัพธ์ดังรูป

สรุป

ในขณะที่ลองเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องคิดเลข fx-9860G II นี้ ผมยังทำงานที่บังคลาเทศ ใช้เครื่องคิดเลขของน้องๆ แต่ด้วยความประทับใจเครื่องรุ่นนี้เลยสั่งซื้อเครื่องที่เมืองไทยส่งไปที่บ้านรอกลับไปค่อยไปลองเครื่องใหม่อีกที (สั่งจาก mr.finance ที่รับของแล้วค่อยโอนเงินอีกที บริการประทับใจครับ) ด้วยสนนราคาประมาณตอนนี้สี่พันบาทปลายๆ รวม SD card  มีความรู้สึกว่าคุ้มค่า ไม่ลังเลเหมือนก่อน ผมมีโครงการจะเขียนโปรแกรมเล็กๆด้วยภาษาซีอีกหลายโปรแกรมเพื่อแจกจ่ายเป็นโปรแกรมให้พี่ๆน้องๆในวงการสำรวจได้ใช้งานกันโดยไม่ได้คิดมูลค่า

ขอเพิ่มเติมอีกนิดครับ บทความที่นำเสนอมานี้ไม่ได้มีเจตนาส่งเสริมการขายเครื่องคิดเลขรุ่น fx-9860G II SD นี้ให้ขายดีขึ้นแต่อย่างใด สำหรับน้องๆนักศึกษาหรือช่างสำรวจที่จบมาทำงานใหม่ๆ เครื่องคิดเลข fx-5800P สามารถใช้งานได้ทั่วๆไปได้เพียงพอ โปรแกรมที่มีขายแและแจกจ่ายในวงการบ้านเราก็สามารถหามาใช้งานกันได้อย่างเหลือเฟือ และราคาเครื่องคิดเลข fx-5800P ก็พอจะซื้อหามาใช้งานได้ แต่สำหรับเครื่องคิดเลขรุ่น fx-9860G II SD นั้นราคามากกว่า fx-5800P ประมาณ 2-3 เท่า ถ้ามีเงินเหลือใช้ก็หาซื้อหามาใช้กันได้ สำหรับคนที่มีงานทำแล้วก็พอจะสามารถเก็บเงินซื้อได้

ผมเขียนบทความนี้เพื่อวงการศึกษาช่างสำรวจบ้านเราที่สนใจเรื่องโปรแกรมมิ่งสามารถจะพัฒนาโปรแกรมภาษาซีบนเครื่องคิดเลขรุ่นนี้ได้ โดยที่มีไม่มีข้อจำกัดด้านภาษาโปรแกรมมิ่งแต่อย่างใด เหมือนภาษา basic casio อาจจะส่งผลให้ในอนาคต มีโปรแกรมที่พัฒนาโดยบุคคลากรท่านอื่นๆ เข้ามาสู่วงการนี้มากขึ้น และได้ตัวโปรแกรมงานสำรวจก็มีความหลากหลายและความสามารถมากขึ้น ในบทความตอนหน้าไม่กี่ตอนจากนี้ไปจะมีบทความ แนะนำการใช้เครื่องมือพัฒนาโปรแกรม SDK (Software Development Kit) ของ casio และเทคนิคการใช้เครื่องมืออื่นๆที่ แฮกเกอร์เครื่องคิดเลขรุ่นนี้ได้ reverse-engineering เขียนเผยแพร่ไว้ หรือแม้กระทั่งใช้ฟังก์ชั่นที่ไม่ได้เปิดเผยจากทาง casio เองก็ตาม พบกันใหม่ครับ

สนุกกับโปรแกรมเครื่องคิดเลขสำหรับงานสำรวจ ตอนที่ 3 โปรแกรมคำนวณระยะทางบนทรงรี สำหรับเครื่องคิดเลข Casio FX 5800P

โปรแกรมคำนวณระยะทางที่สั้นที่สุดบนทรงรี (Geodesic Distance)

  •  สวัสดีครับผู้อ่านกลับมาพบกันอีกครั้ง ครั้งนี้หอบเอาสูตรยาวๆมาฝากกัน เรื่องระยะทางบนทรงรีความจริงจัดอยู่ในหมวด  Geodesy ที่ถือว่าเป็นเรื่องยากสำหรับนักศึกษาสมัยก่อน เพราะคำนวณทีต้องเปิดตารางล็อก สมัยนี้ถ้าทำความเข้าใจก็ไม่ได้ยากแล้วครับ มีตัวช่วยมากมายเช่นเครื่องคอมพิวเตอร์
  • ระยะทางที่สั้นที่สุดบนทรงรีเรียกว่า Geodesic Distance ถือว่าเป็นะระยะทางที่สั้นที่สุดบนทรงรี จัดเป็นสูตรที่มีมานานนมแล้ว นักคณิตศาสตร์สมัยก่อนคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยในการคำนวณระยะทางที่สั้นที่สุดเช่นสำหรับการเดินเรือเดินข้ามมหาสมุทร เพราะแผนที่ที่เราใช้กัน ถ้าเมืองท่าที่ต้องการเดินทางนั้นอยู่กันไกลหลายพันไมล์ทะเล จะเอาดินสอมาขีดตรงๆเชื่อมกันบนแผนที่เดินเรือ จะได้ระยะทางที่ไม่ใช่ใกล้ที่สุด จะกลายอ้อมไป
  • เคยสังเกตเวลานั่งเครื่องบินไปต่างประเทศไกลๆไหมครับ จะมีรูปเส้นทางบินบนจอมอนิเตอร์ให้ดู จะเห็นเส้นทางบินเป็นเส้นโค้งๆ ไม่ใช่ตรงๆ นั่นเป็นเพราะเส้นโครงแผนที่ ความจริงแนวเครื่องบินก็ไม่ได้เฉไปไหน แต่เมื่อเอาแนวบินมาวาดบนแผนที่ที่ใช้เส้นโครงแผนที่แบบรักษารูปร่าง(Conformal) ที่เราใช้กันในปัจจุบันเช่น UTM เส้นทางบินจะกลายเป็นเส้นโค้งไป

  • ก่อนจะไปต่อ ผมอยากจะพูดถึงระยะทางอีกระยะทางหนึ่งบนทรงกลม เรียกว่า Great Circle Distance คือระยะทางที่สั้นที่สุดบนทรงกลม คนโบราณนำระยะทางนี้มาคำนวณเส้นทางการเดินเรือ เส้นทางการบิน แต่เนื่องจากโลกเราไมได้กลมแต่ทรงคล้ายออกมาทางทรงรีมากกว่า Geodesic distance เลยแม่นกว่า Great circle distance แต่คนก็ยังนิยมใช้ Greate circle distance มากกว่าอยู่ดีถึงจะคลาดเคลื่อนจาก Geodesice distance ไปประมาณ 0.1% แต่ก็คำนวณง่ายกว่า ในสูตรไม่มีการวนลูป เรียกสูตรการคำนวณบนทรงกลมนี้ว่า “Haversine
  • ถ้าสนใจเรื่อง Geodesic distance และ Greate circle distance ในรายละเอียดและโปรแกรมคำนวณบนคอมพิวเตอร์ติดตามได้ในโปรแกรม Survey Pocket Tools ของผมได้ที่บล็อก priabroy.name

การประยุกต์ใช้งาน

  • บางคนอาจจะว่าไกลตัว แต่เวลาเราค้นหาเส้นทางสำหรับโปรแกรมนำทาง (Navigator) บนโทรศัพท์มือถือทั้งหลาย ทราบไหมว่าเขาคำนวณระยะทางได้อย่างไร อย่างของ google maps ไม่มีเอกสารเปิดเผย แต่หลักการคือเส้นทางต่างๆของกูเกิ้ลจะต่อกันเป็นจุดๆ เรียกว่า node แต่ละโหนดจะมีค่าพิกัดแลตติจูด/ลองจิจูด กำกับอยู่ โปรแกรมจะคำนวณหาระยะทางระหว่างแต่ละโหนดด้วยการนำค่าพิกัดดังกล่าวมาเข้าสูตรคำนวณระยะทางที่สั้นที่สุดบนทรงรี (geodesic distance) หรือไม่ก็ระยะทางบนทรงกลม (great circle distance) เมื่อนำระยะทางแต่ละเส้นมารวมๆกันก็จะได้เป็นระยะทางแสดงให้เราดูบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
  • ส่วนการเลือกเส้นทางจากต้นทางไปจุดหมายปลายทางแต่ละสถานที่ ว่าไปตามถนนเส้นไหนจะสั้นที่สุดอยูในเรื่อง Travelling Salesman Problem (TSP) อันนี้ลึกซึ้งมากครับ ไม่ขอกล่าวถึง
  • ในฐานะช่างสำรวจ เราใช้กันมันเกือบทุกวันโดยที่ไม่รู้ตัว ก็ลองมาศึกษากันหน่อยว่ามันทำงาน คำนวณมาให้ได้อย่างไร แต่ก่อนจะไปกันต่อ มาลองซักซ้อมเรื่องความรู้เซอร์เวย์กันเล็กน้อยก่อน

เกร็ดความรู้เล็กน้อยสำหรับช่างสำรวจ

  • วันนี้มาว่ากันต่อเรื่องมุมอะซิมัทและฟังก์ชั่น Rec() บนเครื่องคิดเลข Casio FX-5800P ฟังก์ชัน Rec() เอาไว้คำนวณหาค่าพิกัดปลายทาง เมื่อทราบค่าพิกัดต้นทาง, ระยะทางและอะซิมัท
  • Rec(r,θ) เขียนใหม่เป็น Rec(ระยะทาง, อะซิมัท) ก่อนจะเข้าวิธีการใช้งาน มาเท้าความกันหน่อย

  • ลองมาดูรูปด้านบน กำหนดมุมอะซิมัท (θ) และระยะทาง (R) ต้องการหาระยะทางไปตามแกน X จากจุด A ไปหาจุด B หา ได้เท่ากับ  ระยะทาง x Sine (มุมอะซิมัท)
    • ΔX = R x Sin(θ)  เรียกว่า “Departure” คุ้นๆไหม
  • ระยะทางไปตามแกน Y จากจุด A ไปจุด B
    • ΔY= R x Cos(θ)  เรียกว่า “Latitude”
  • ดังนั้นค่าพิกัดจุด A หาได้จาก
    • XB  = XA + ΔX = XA + R x Sin(θ)
    • YB  = YA + ΔY = YA + R x Cos(θ) 
  • ถ้าจำสูตรยากหรือขี้เกียจจำ ฟังก์ชั่น Rec() ช่วยได้ มาดูตัวอย่าง

  • ต้องการทราบค่าพิกัด A เมื่อทราบค่า (X,Y) ของจุด B ดังรูปด้านบน ระยะทาง 100 เมตร อะซิมัทจาก B ไป A = 240º
    • แทนค่าลงไปในสูตร Rec(ระยะทาง, อะซิมัท) = > กดเครื่องคิดเลขเลย Rec(100,240) ผลการคำนวณได้ผลลัพธ์มาสองอย่างคือ ΔX เก็บไว้ในตัวแปร “J” ส่วนค่า ΔY เก็บไว้ในตัวแปร “I”
    •  ผู้อ่านจะสังเกตว่าทำไม  ΔX ไม่เก็บไว้ในตัวแปร “I” และ ΔY ไม่เเก็บไว้ในตัวแปร “J” อย่างที่มันควรจะเป็น ต้องไม่ลืมว่ามุมที่เขาเขียนฟังก์ชันตัวนี้มาคือมุมกวาดจากแกน X แต่เราใช้มุมกวาดจากแกน Y มันเลยสลับร่างสร้างรัก ด้วยประการฉะนี้
  • ลอง Recall (RCL) ค่ามาดูจะได้ I = -50 และ J = -86.603
    • XA  = XB + ΔX = 586.603 – 86.603 = 500
    • YA  = YB + ΔY =  550 – 50 = 500
    • คำตอบคือค่าพิกัดจุด A (500,500)
  • มุมอะซิมัทเป็นมุมที่มหัศจรรย์ครับ เวลาคูณ Cos กับ Sin มันจะไปตกควอดแรนท์ที่ถูกต้องให้ โดยที่หัวสมองเราไม่ต้องไปนึกตาม ลองคิดถึงุมุม Bearing สิครับ สยดสยอง แต่โชคดีบ้านเราไม่ได้ใช้
  • ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับอะซิมัทอีกนิด มาว่ากันต่อตอนต่อไป

โปรแกรมคำนวณระยะทางที่ส้ั้นที่สุดบนทรงรี (Geodesic Distance)

  • มาเข้าเรื่องโปรแกรม ใครที่ไม่ใช่รุ่นหนุ่มๆก็เตรียมยาดมไว้ เผื่อตาลาย ใครที่ชอบความเจ็บปวดก็ไม่ผิดหวังครับ โปรแกรมลากยาวเหยียด เนื่องจากโปรแกรมบนเครื่องคิดเลขไม่สามารถเขียนเป็นบล็อคได้เหมือนภาษาคอมพิวเตอร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้เวลาดูโค๊ดยาก มันดูติดกันพรืดไปหมด
  • แต่ถ้าถามว่าเขียนยากไหม ไม่ยากเลยครับ ขอให้มีสูตรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ยุคอินเทอร์เน็ต ถ้าลองค้นหาสูตร Geodesic distance ดู รับรองว่ามากันเยอะ ไม่รู้จะเลือกใช้สูตรไหน บางทีคนเอามาเผยแพร่ก็ลงให้ไม่ครบก็มี ตกไปสักบรรทัดเราเอามาใช้ก็ใช้ไม่ได้แล้ว
  • มาดูโปรแกรมกันเลยครับ

  • การคำนวณจะมีการวนลูปด้วยคำสั่ง For … Next ทุกคร้้งจะมีการเปรียบเทียบค่าใหม่กับค่าเริ่มต้นถ้าค่าต่างกันน้อยกว่า สิบยกกำลังลบสิบสอง (10-12) การคำนวณจะหยุดทันทีแสดงว่าค่าใช้ได้ ผมลองจับจำนวนครั้งที่วนลูปดูประมาณ 3-4 ครั้งแค่นั้น ในตัวโปรแกรมตัวแปรไปดึงตัวแปรอนุกรม Z มาใช้ทั้งหมด 10 ค่า Z[1], Z[2], Z[3], …. Z[10] ตอนประกาศใช้ใช้คำสั่ง 10→DimZ ตอนเลิกใช้ตอนท้ายโปรแกรมประกาศ 0→DimZ เพื่อคืนเมมโมรีให้กับเครื่องคิดเลข
  • เวลาคีย์ชื่อโปรแกรมเนื่องจำกเครื่องคิดเลขจำกัดความยาวตั้งชื่อสั้นว่า “GEODESIC

วิธีการใช้งานโปรแกรม

  • ต้องการระยะทาง Geodesic distance
    • จากจุดที่ 1 ค่า latitude = 14°27’27.0″N longitude = 100°54’12.57″E
    • ไปหาจุดที่ 2 ค่า latitude = 14°36’49.53″N longitude = 98°1’39.63″E
  • เรียกโปรแกรมก่อน กดที่ “File” เลื่อนไปที่ “Geodesic

  • ป้อนค่าพิกัดจุดที่ 1 ค่า latitude = 14°27’27.0″N longitude = 100°54’12.57″E

  • ป้อนค่าพิกัดจุดที่ 2 ค่า latitude = 14°36’49.53″N longitude = 98°1’39.63″E

ผลลัพธ์ของการคำนวณ

  • ผู้อ่านสังเกตไหมเวลากด “EXE” เพื่อคำนวณขั้นสุดท้าย เครื่องจะวูบไปหลายวินาที แต่ถ้าโปรแกรมนี้ถ้าย้ายไปเครื่อง Casio FX-9860G II คงใช้เวลาน้อยกว่าเพราะตามสเป็คแล้วแรงกว่า FX-5800P ประมาณสองเท่า มาดูผลลัพธ์กัน ได้ระยะทาง = 310432.516 เมตร หรือ 310.433 กม.

  • เทียบกับโปรแกรม Geodesic ใน Surveyor Pocket Tools ได้ค่าเท่ากัน ซึ่งหมายเหตุอีกนิดว่าอัลกอริทึ่มที่ใช้คำนวณในโปรแกรม Surveyor Pocket Tools ผมใช้ไลบรารีจาก GeographicLib ซึ่งผลลัพธ์การคำนวณตรงกับสูตรที่เราป้อนในเครื่องคิดเลข ก็ทำให้เรามั่นใจครับว่ามาถูกทาง สูตรถูกต้องแล้ว

  • ตอนหน้าคงเป็นตอนสุดท้ายแล้ว โปรแกรมที่ผมเขียนไว้คำนวณด้านพื้นฐานมีเยอะพอสมควร แต่เนื่องจากผมค้นดูในอินเทอร์เน็ตมีคนเขียนโปรแกรมขายพร้อมเครื่องอยู่หลายๆท่าน เกรงว่าจะไปปิดทางทำมาหากินกัน (พูดอย่างนี้ไม่ใช่โปรแกรมที่ผมเขียนขึ้นมาจะดีกว่านะครับ) ซึ่งผมเคารพในทรัพย์สินทางปัญญาของทุกๆท่าน ผมจึงพยายามเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องคิดเลขฉีกไปในด้าน advance ในประเด็นที่สูตรยากๆที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์สามารถทำได้ เครื่องคิดเลขก็สามารถทำได้เช่นกัน ถึงแม้จะช้ากว่า แต่มีดีที่แบตเตอรีอึด ใช้ได้เป็นปี เครื่องก็เบาคุ้มที่จะพกพาไปไหนมาไหน
  • ถึงแม้จะแอพเครื่องคิดเลขบนโทรศัพท์มือถือ จะเอาบวกลบคูนหาร แต่ผมไม่เปิดแอพเครื่องคิดเลขอีกเลย เพราะหยิบโทรศัพท์มือถือมา มันทำให้เสียสมาธิพอสมควร เนื่องจากเปิดหน้าจอมาจะเห็น โปรแกรมต่างๆ เช่นด้านโซเชียลคอยดึงดูดให้กดตามมันไป จนบางครั้งลืมว่าหยิบโทรศัพท์มาทำอะไร
  • พบกันตอนหน้าตอนสุดท้ายครับ อย่าลืมแวะไปเยี่ยมเยียนผมได้ที่เดิม www.priabroy.name ขอบคุณครับ